กุสีตวัตถุสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต กุสีตวัตถุสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุสีตวัตถุ ๘ ประการนี้ ๘ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องทำการงาน เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราจักต้องทำการงาน ก็เมื่อเราทำการงานอยู่ กายจักลำบาก ผิฉะนั้น เราจะนอน เธอนอนเสีย ไม่ปรารภความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่ บรรลุ เพื่อกระทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ทำให้แจ้ง นี้เป็นกุสีตวัตถุประการที่ ๑ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุทำการงานแล้ว เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราแล ทำการงานแล้ว ก็เมื่อเราทำการงานอยู่ กายลำบากแล้ว ผิฉะนั้น เราจะนอน เธอ นอนเสีย ไม่ปรารภความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อกระทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ทำให้แจ้ง นี้เป็นกุสีตวัตถุประการที่ ๒ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุต้องเดินทาง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราจักต้อง เดินทาง ก็เมื่อเราเดินทางอยู่ กายจักลำบาก ผิฉะนั้น เราจะนอน เธอนอนเสีย ไม่ปรารภความเพียรเพื่อถึงทางที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุทางที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้ แจ้งทางที่ยังไม่ทำให้แจ้ง นี้เป็นกุสีตวัตถุประการที่ ๓ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุเดินทางแล้ว เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราได้เดิน ทางแล้ว ก็เมื่อเราเดินทางอยู่ กายลำบากแล้ว ผิฉะนั้น เราจะนอน เธอนอนเสีย ไม่ปรารภความเพียรเพื่อถึงทางที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุทางที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้ แจ้งทางที่ยังไม่ทำให้แจ้ง นี้เป็นกุสีตวัตถุประการที่ ๔ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุเที่ยวบิณฑบาตตามบ้านหรือนิคม ไม่ได้โภชนะอัน เศร้าหมองหรือประณีตพอแก่ความต้องการ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราเที่ยวเดิน บิณฑบาตตามบ้านหรือนิคม ไม่ได้โภชนะอันเศร้าหมองหรือประณีตพอแก่ความ ต้องการ กายของเรานั้นลำบากแล้ว ไม่ควรแก่การงาน ผิฉะนั้น เราจะนอน เธอ นอนเสีย ไม่ปรารภความเพียร ฯลฯ นี้เป็นกุสีตวัตถุประการที่ ๕ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุเที่ยวบิณฑบาตตามบ้านหรือนิคม ได้โภชนะ เศร้าหมองหรือประณีต พอแก่ความต้องการ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เรา เที่ยวบิณฑบาตตามบ้านหรือนิคม ได้โภชนะเศร้าหมองหรือประณีต พอแก่ความ ต้องการแล้ว กายของเรานั้นหนัก ไม่ควรแก่การงาน เหมือนถั่วชุ่มด้วยน้ำ ผิฉะนั้นเราจะนอน เธอนอนเสีย ไม่ปรารภความเพียร ฯลฯ นี้เป็นกุสีตวัตถุ ประการที่ ๖ ฯ อีกประการหนึ่ง อาพาธเล็กน้อยเกิดขึ้นแก่ภิกษุ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า อาพาธเล็กน้อยนี้เกิดแก่เราแล้ว มีข้ออ้างเพื่อจะนอน ผิฉะนั้นเราจะนอน เธอ นอนเสีย ไม่ปรารภความเพียร ฯลฯ นี้เป็นกุสีตวัตถุประการที่ ๗ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุหายจากอาพาธแล้ว แต่ยังหายไม่นาน เธอมี ความคิดอย่างนี้ว่า เราหายจากอาพาธแล้ว แต่ยังหายไม่นาน กายของเรายังอ่อน เพลีย ไม่ควรแก่การงาน ผิฉะนั้นเราจักนอนเสียก่อน เธอนอนเสีย ไม่ปรารภ ความเพียร เพื่อถึงการงานที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุการงานที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้ง การงานที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง นี้เป็นกุสีตวัตถุประการที่ ๘ ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุสีตวัตถุ ๘ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๘ อารัพภวัตถุสูตร
๙๕ อฏฺฐิมานิ ภิกฺขเว กุสีตวตฺถูนิ ฯ กตมานิ อฏฺฐ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุนา กมฺมํ กตฺตพฺพํ โหติ ตสฺส เอวํ โหติ กมฺมํ โข เม กตฺตพฺพํ ภวิสฺสติ กมฺมํ โข ปน เม กโรนฺตสฺส กาโย กิลมิสฺสติ หนฺทาหํ นิปชฺชามีติ โส นิปชฺชติ น วิริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย อิทํ ภิกฺขเว ปฐมํ กุสีตวตฺถุ ฯ ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุนา กมฺมํ กตํ โหติ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข กมฺมํ อกาสึ กมฺมํ โข ปน เม กโรนฺตสฺส กาโย กิลนฺโต หนฺทาหํ นิปชฺชามีติ โส นิปชฺชติ น วิริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย อิทํ ภิกฺขเว ทุติยํ กุสีตวตฺถุ ฯ {๑๘๕.๑} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุนา มคฺโค คนฺตพฺโพ โหติ ตสฺส เอวํ โหติ มคฺโค โข เม คนฺตพฺโพ ภวิสฺสติ มคฺคํ โข ปน เม คจฺฉนฺตสฺส กาโย กิลมิสฺสติ หนฺทาหํ นิปชฺชามีติ โส นิปชฺชติ น วิริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย อิทํ ภิกฺขเว ตติยํ กุสีตวตฺถุ ฯ {๑๘๕.๒} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุนา มคฺโค คโต โหติ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข มคฺคํ อคมาสึ มคฺคํ โข ปน เม คจฺฉโต กาโย กิลนฺโต หนฺทาหํ นิปชฺชามีติ โส นิปชฺชติ น วิริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย อิทํ ภิกฺขเว จตุตฺถํ กุสีตวตฺถุ ฯ {๑๘๕.๓} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต น ลภติ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต นาลตฺถํ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ ตสฺส เม กาโย กิลนฺโต อกมฺมญฺโญ หนฺทาหํ นิปชฺชามีติ โส นิปชฺชติ น วิริยํ อารภติ ฯเปฯ อิทํ ภิกฺขเว ปญฺจมํ กุสีตวตฺถุ ฯ {๑๘๕.๔} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต ลภติ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต อลตฺถํ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ ตสฺส เม กาโย ครุโก อกมฺมญฺโญ มาสาจิตํ มญฺเญ หนฺทาหํ นิปชฺชามีติ โส นิปชฺชติ น วิริยํ อารภติ ฯเปฯ อิทํ ภิกฺขเว ฉฏฺฐํ กุสีตวตฺถุ {๑๘๕.๕} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปนฺโน โหติ อปฺปมตฺตโก อาพาโธ ตสฺส เอวํ โหติ อุปฺปนฺโน โข เม อยํ อปฺปมตฺตโก อาพาโธ อตฺถิ กปฺโป นิปชฺชิตุํ หนฺทาหํ นิปชฺชามีติ โส นิปชฺชติ น วิริยํ อารภติ ฯเปฯ อิทํ ภิกฺขเว สตฺตมํ กุสีตวตฺถุ ฯ {๑๘๕.๖} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ คิลานา วุฏฺฐิโต โหติ อจิรวุฏฺฐิโต เคลญฺญา ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข คิลานา วุฏฺฐิโต อจิรวุฏฺฐิโต เคลญฺญา ตสฺส เม กาโย ทุพฺพโล อกมฺมญฺโญ หนฺทาหํ นิปชฺชามีติ โส นิปชฺชติ น วิริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย อิทํ ภิกฺขเว อฏฺฐมํ กุสีตวตฺถุ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว อฏฺฐ กุสีตวตฺถูนีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อารัพภวัตถุ ๘ ประการนี้ ๘ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องทำการงาน เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราจักต้องทำการงานแล ก็เมื่อเราทำการงานอยู่ ไม่พึงทำมนสิการคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้าทั้งหลายได้ง่าย ผิฉะนั้น เราจะรีบปรารภความเพียรเสียก่อน เพื่อถึง ธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ทำให้แจ้ง เธอปรารภความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อ ทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ทำให้แจ้ง นี้เป็นอารัพภวัตถุประการที่ ๑ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุทำการงานแล้ว เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราได้ ทำการงานแล้ว ก็เมื่อเราทำการงานอยู่ ไม่สามารถมนสิการคำสั่งสอนของพระพุทธ- *เจ้าทั้งหลายได้ ผิฉะนั้น เราจะปรารภความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุ ธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ทำให้แจ้ง เธอปรารภความเพียร เพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ ทำให้แจ้ง นี้เป็นอารัพภวัตถุประการที่ ๒ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุต้องเดินทาง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราจักต้องเดินทาง ก็เมื่อเราเดินทางอยู่ ไม่พึงกระทำมนสิการคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายได้ง่าย ผิฉะนั้น เราจะปรารภความเพียร ฯลฯ นี้เป็นอารัพภวัตถุประการที่ ๓ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุเดินทางแล้ว เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราได้เดินทางแล้ว ก็เมื่อเราเดินทางอยู่ ไม่สามารถมนสิการคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายได้ ผิฉะนั้น เราจะปรารภความเพียร ฯลฯ นี้เป็นอารัพภวัตถุประการที่ ๔ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุเที่ยวบิณฑบาตตามบ้านหรือนิคม ไม่ได้โภชนะเศร้าหมอง หรือประณีต พอแก่ความต้องการ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราเที่ยวบิณฑบาตตามบ้าน หรือนิคม ไม่ได้โภชนะเศร้าหมองหรือประณีต พอแก่ความต้องการ กายของเรานั้นเบา ควรแก่การงาน ผิฉะนั้น เราจะปรารภความเพียร ฯลฯ นี้เป็นอารัพภวัตถุประการที่ ๕ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุเที่ยวบิณฑบาตตามบ้านหรือนิคม ได้โภชนะเศร้าหมอง หรือประณีต พอแก่ความต้องการ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราเที่ยวบิณฑบาตตามบ้าน หรือนิคม ได้โภชนะเศร้าหมองหรือประณีต พอแก่ความต้องการ กายของเรานั้นเบา ควรแก่การงาน ผิฉะนั้น เราจะปรารภความเพียร ฯลฯ นี้เป็นอารัพภวัตถุประการที่ ๖ ฯ อีกประการหนึ่ง อาพาธเล็กน้อยเกิดขึ้นแก่ภิกษุ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า อาพาธเล็กน้อยนี้เกิดขึ้นแก่เรา การที่อาพาธของเราจะพึงกลับกำเริบนั้น เป็นฐานะ ที่จะมีได้ ผิฉะนั้น เราจะปรารภความเพียร ฯลฯ นี้เป็นอารัพภวัตถุประการที่ ๗ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุหายจากอาพาธแล้ว แต่ยังหายไม่นาน เธอมี ความคิดอย่างนี้ว่า เราหายจากอาพาธแล้ว แต่ยังหายไม่นาน การที่อาพาธของเรา จะพึงกลับกำเริบนั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ผิฉะนั้น จะรีบปรารภความเพียรเสียก่อน เพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ เพื่อกระทำให้แจ้งธรรม ที่ยังไม่ทำให้แจ้ง เธอปรารภความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยัง ไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ทำให้แจ้ง นี้เป็นอารัพภวัตถุประการที่ ๘ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อารัพภวัตถุ ๘ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๙ จบยมกวรรคที่ ๓ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปฏิปทาสูตร ๖ สูตร ๒. อิจฉาสูตร ๓. ลัจฉาสูตร ๘ สูตร ๔. ปริหานสูตร ๕. อปริหานสูตร ๖. กุสีตวัตถุสูตร ๗. อารัพภวัตถุสูตร ฯ -----------------------------------------------------
๙๖ อฏฺฐิมานิ ภิกฺขเว อารพฺภวตฺถูนิ ฯ กตมานิ อฏฺฐ ฯ {๑๘๖.๑} อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุนา กมฺมํ กตฺตพฺพํ โหติ ตสฺส เอวํ โหติ กมฺมํ โข เม กตฺตพฺพํ ภวิสฺสติ กมฺมํ โข ปน เม กโรนฺเตน น สุกรํ พุทฺธานํ สาสนํ มนสิกาตุํ หนฺทาหํ ปฏิกจฺเจว วิริยํ อารภามิ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยายาติ โส วิริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย อิทํ ภิกฺขเว ปฐมํ อารพฺภวตฺถุ ฯ {๑๘๖.๒} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุนา กมฺมํ กตํ โหติ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข กมฺมํ อกาสึ กมฺมํ โข ปนาหํ กโรนฺโต นาสกฺขึ พุทฺธานํ สาสนํ มนสิกาตุํ หนฺทาหํ วิริยํ อารภามิ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยายาติ โส วิริยํ อารภติ ฯเปฯ อิทํ ภิกฺขเว ทุติยํ อารพฺภวตฺถุ ฯ {๑๘๖.๓} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุนา มคฺโค คนฺตพฺโพ โหติ ตสฺส เอวํ โหติ มคฺโค โข เม คนฺตพฺโพ ภวิสฺสติ มคฺคํ โข ปน เม คจฺฉนฺเตน น สุกรํ พุทฺธานํ สาสนํ มนสิกาตุํ หนฺทาหํ วิริยํ อารภามิ ฯเปฯ อิทํ ภิกฺขเว ตติยํ อารพฺภวตฺถุ ฯ {๑๘๖.๔} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุนา มคฺโค คโต โหติ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข มคฺคํ อคมาสึ มคฺคํ โข ปนาหํ คจฺฉนฺโต นาสกฺขึ พุทฺธานํ สาสนํ มนสิกาตุํ หนฺทาหํ วิริยํ อารภามิ ฯเปฯ อิทํ ภิกฺขเว จตุตฺถํ อารพฺภวตฺถุ ฯ {๑๘๖.๕} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต น ลภติ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต นาลตฺถํ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ ตสฺส เม กาโย ลหุโก กมฺมญฺโญ หนฺทาหํ วิริยํ อารภามิ ฯเปฯ อิทํ ภิกฺขเว ปญฺจมํ อารพฺภวตฺถุ ฯ {๑๘๖.๖} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต ลภติ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต อลตฺถํ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ ตสฺส เม กาโย ลหุโก กมฺมญฺโญ หนฺทาหํ วิริยํ อารภามิ ฯเปฯ อิทํ ภิกฺขเว ฉฏฺฐํ อารพฺภวตฺถุ ฯ {๑๘๖.๗} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปนฺโน โหติ อปฺปมตฺตโก อาพาโธ ตสฺส เอวํ โหติ อุปฺปนฺโน โข เม อยํ อปฺปมตฺตโก อาพาโธ ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ ยํ เม อาพาโธ ปวฑฺเฒยฺย หนฺทาหํ ปฏิกจฺเจว วิริยํ อารภามิ ฯเปฯ อิทํ ภิกฺขเว สตฺตมํ อารพฺภวตฺถุ ฯ {๑๘๖.๘} ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ คิลานา วุฏฺฐิโต โหติ อจิรวุฏฺฐิโต เคลญฺญา ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข คิลานา วุฏฺฐิโต อจิรวุฏฺฐิโต เคลญฺญา ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ ยํ เม อาพาโธ ปจฺจุทาวตฺเตยฺย หนฺทาหํ ปฏิกจฺเจว วิริยํ อารภามิ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยายาติ โส วิริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย อิทํ ภิกฺขเว อฏฺฐมํ อารพฺภวตฺถุ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว อฏฺฐ อารพฺภวตฺถูนีติ ฯ ยมกวคฺโค ตติโย ฯ ตสฺสุทฺทานํ เทว ปฏิปทา อปเร อจฺฉา ลจฺฉา ปริหานํ กุสีตํ อารพฺภวตฺถูนีติ ฯ ---------------