This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

๓. มูลกสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation1 items1 editions

๓. มูลกสูตร ว่าด้วยมูลเหตุแห่งธรรมทั้งปวง

๘๓

ภิกษุทั้งหลาย ถ้าอัญเดียรถีย์ปริพาชกถามอย่างนี้ว่า ๑. ธรรมทั้งปวง มีอะไรเป็นมูลเหตุ ๒. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นแดนเกิด ๓. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นเหตุเกิด ๔. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นที่ประชุม @เชิงอรรถ : @ องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๕๘/๑๒๕ @ ธรรมทั้งปวง ในที่นี้หมายถึงขันธ์ ๕ (องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๘๓/๒๘๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๐๗} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๔. สติวรรค ๓. มูลกสูตร ๕. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นประมุข ๖. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นใหญ่ ๗. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นยิ่ง ๘. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นแก่น เธอทั้งหลายถูกถามแล้วอย่างนี้ จะพึงตอบอัญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นอย่างไร ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมของข้าพระองค์ ทั้งหลายมีพระผู้มีพระภาคเป็นหลัก มีพระผู้มีพระภาคเป็นผู้นำ มีพระผู้มีพระภาค เป็นที่พึ่ง ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานวโรกาส เฉพาะพระผู้มีพระภาคเท่านั้น ที่จะทรงอธิบายเนื้อความแห่งภาษิตนั้นให้แจ่มแจ้งได้ ภิกษุทั้งหลายฟังต่อจาก พระผู้มีพระภาคแล้วจักทรงจำไว้” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจ ให้ดี เราจักกล่าว” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าอัญเดียรถีย์ปริพาชกถามอย่างนี้ว่า ๑. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นมูล ๒. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นแดนเกิด ๓. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นเหตุเกิด ๔. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นที่ประชุม ๕. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นประมุข ๖. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นใหญ่ ๗. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นยิ่ง ๘. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นแก่น ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงตอบอัญเดียรถีย์ปริพาชก เหล่านั้นอย่างนี้ว่า ๑. ธรรมทั้งปวงมีฉันทะเป็นมูล ๒. ธรรมทั้งปวงมีมนสิการเป็นแดนเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๐๘} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๔. สติวรรค ๔. โจรสูตร ๓. ธรรมทั้งปวงมีผัสสะเป็นเหตุเกิด ๔. ธรรมทั้งปวงมีเวทนาเป็นที่ประชุม ๕. ธรรมทั้งปวงมีสมาธิเป็นประมุข ๖. ธรรมทั้งปวงมีสติเป็นใหญ่ ๗. ธรรมทั้งปวงมีปัญญาเป็นยิ่ง ๘. ธรรมทั้งปวงมีวิมุตติเป็นแก่น ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงตอบอัญเดียรถีย์ปริพาชก เหล่านั้นอย่างนี้แล” มูลกสูตรที่ ๓ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๓. มูลกสูตร