เสวนาสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เสวนาสูตร
ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรเรียกภิกษุทั้งหลาย ฯลฯ ท่าน- *พระสารีบุตรได้กล่าวว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย แม้บุคคลก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี แม้จีวรก็ควรทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี แม้บิณฑบาตก็ควรทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควร เสพก็มี แม้เสนาสนะก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี แม้คามนิคมก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี แม้ชนบท และประเทศก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี ฯ ก็คำที่เรากล่าวว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย แม้บุคคลก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ในบุคคล ๒ จำพวก พึงรู้บุคคลใดว่า เมื่อเราเสพบุคคลนี้ อกุศลธรรมย่อมเจริญ กุศลธรรม ย่อมเสื่อม บริขารแห่งชีวิตเหล่าใดแล คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะและ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร อันเราผู้เป็นบรรพชิตพึงรวบรวมไว้ บริขารแห่งชีวิต เหล่านั้นย่อมเกิดขึ้นได้โดยยาก และเราออกบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์แห่ง ความเป็นสมณะใด ประโยชน์แห่งความเป็นสมณะของเรานั้น ย่อมไม่ถึงความ บริบูรณ์ด้วยภาวนา ดูกรอาวุโสทั้งหลาย บุคคลนั้นรู้ในกลางคืน ก็ไม่ต้องลา พึงหลีกไปเสียในกลางคืน หรือรู้ในกลางวัน ก็ไม่ต้องลา พึงหลีกไปเสียใน กลางวัน ไม่พึงติดตามบุคคลนั้น พึงรู้บุคคลใดว่า เมื่อเราเสพบุคคลผู้นี้ อกุศล- *ธรรมย่อมเสื่อม กุศลธรรมย่อมเจริญ ก็แลบริขารแห่งชีวิตเหล่าใด คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร อันเราผู้เป็นบรรพชิตพึง รวบรวมไว้ บริขารแห่งชีวิตเหล่านั้นย่อมเกิดขึ้นโดยไม่ยาก และเราออกบวชเป็น บรรพชิต เพื่อประโยชน์แห่งความเป็นสมณะใด ประโยชน์แห่งความเป็นสมณะ ของเรานั้น ย่อมถึงความบริบูรณ์ด้วยภาวนา ดูกรอาวุโสทั้งหลาย บุคคลนั้นรู้แล้ว พึงติดตามไปจนตลอดชีวิต ไม่พึงหลีกเลี่ยงไปเสีย พึงรู้บุคคลใดว่า เมื่อเราเสพ บุคคลนี้ อกุศลธรรมย่อมเสื่อม กุศลธรรมย่อมเจริญ และบริขารแห่งชีวิตเหล่าใด คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร อันเราผู้เป็นบรรพชิต พึงรวบรวมไว้ บริขารแห่งชีวิตเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นโดยไม่ยาก และเราออกบวช เป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์แห่งความเป็นสมณะใด ประโยชน์แห่งความเป็นสมณะ ของเรานั้น ย่อมถึงความบริบูรณ์ด้วยภาวนา ดูกรอาวุโสทั้งหลาย บุคคลนั้นแม้ ถูกขับไล่ก็พึงติดตามบุคคลนั้นไปจนตลอดชีวิต ไม่พึงหลีกเลี่ยงไปเสีย คำที่เรา กล่าวว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย แม้บุคคลก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยข้อนี้กล่าวแล้ว ฯ ก็คำที่เรากล่าวว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย แม้จีวรก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ในจีวร ๒ อย่าง พึงรู้ จีวรใดว่า เมื่อเราเสพจีวรนี้ อกุศลธรรมย่อมเจริญ กุศลธรรมย่อมเสื่อม จีวร เห็นปานนี้ไม่ควรเสพ พึงรู้จีวรใดว่า เมื่อเราเสพจีวรนี้ อกุศลธรรมย่อมเสื่อม กุศลธรรมย่อมเจริญ จีวรเห็นปานนี้ควรเสพ คำที่เรากล่าวว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย แม้จีวรก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี เราอาศัยข้อนี้ กล่าวแล้ว ฯ ก็คำที่เรากล่าวว่า แม้บิณฑบาตก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ในบิณฑบาต ๒ อย่างนี้ พึงรู้ บิณฑบาตใดว่า เมื่อเราเสพบิณฑบาตนี้ อกุศลธรรมย่อมเจริญ กุศลธรรมย่อม เสื่อม บิณฑบาตเห็นปานนี้ ไม่ควรเสพ พึงรู้บิณฑบาตใดว่า เมื่อเราเสพ บิณฑบาตนี้ อกุศลธรรมย่อมเสื่อม กุศลธรรมย่อมเจริญ บิณฑบาตเห็นปานนี้ ควรเสพ คำที่เรากล่าวว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย แม้บิณฑบาตก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยข้อนี้กล่าวแล้ว ฯ ก็คำที่เรากล่าวว่า แม้เสนาสนะก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ในเสนาสนะ ๒ อย่างนั้น พึงรู้ เสนาสนะใดว่า เมื่อเราเสพเสนาสนะนี้ อกุศลธรรมย่อมเจริญ กุศลธรรม ย่อมเสื่อม เสนาสนะเห็นปานนี้ไม่ควรเสพ พึงรู้เสนาสนะใดว่า เมื่อเราเสพ เสนาสนะนี้ อกุศลธรรมย่อมเสื่อม กุศลธรรมย่อมเจริญ เสนาสนะเห็นปานนี้ ควรเสพ คำที่เรากล่าวว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย แม้เสนาสนะก็พึงทราบโดย ส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยข้อนี้กล่าวแล้ว ฯ ก็คำที่เรากล่าวว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย แม้คามนิคมก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ในคาม- *นิคม ๒ อย่างนั้น พึงรู้คามนิคมใดว่า เมื่อเราเสพคามนิคมนี้ อกุศลธรรมย่อม เจริญ กุศลธรรมย่อมเสื่อม คามนิคมเห็นปานนี้ไม่ควรเสพ พึงรู้คามนิคมใดว่า เมื่อเราเสพคามนิคมนี้ อกุศลธรรมย่อมเสื่อม กุศลธรรมย่อมเจริญ คามนิคม เห็นปานนี้ควรเสพ คำที่เรากล่าวว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย แม้คามนิคมก็พึงทราบ โดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยข้อนี้กล่าวแล้ว ฯ ก็คำที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย แม้ชนบทและประเทศพึง ทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ในชนบทและประเทศ ๒ อย่างนั้น พึงรู้ชนบทและประเทศใดว่า เมื่อเราเสพ ชนบทและประเทศนี้ อกุศลธรรมย่อมเจริญ กุศลธรรมย่อมเสื่อม ชนบทและ ประเทศเห็นปานนี้ไม่ควรเสพ พึงรู้ชนบทและประเทศใดว่า เมื่อเราเสพชนบท และประเทศนี้ อกุศลธรรมย่อมเสื่อม กุศลธรรมย่อมเจริญ ชนบทและประเทศ เห็นปานนี้ควรเสพ คำที่เรากล่าวว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย แม้ชนบทและประเทศ ก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยข้อนี้ กล่าวแล้ว ฯ จบสูตรที่ ๖
๖ ตตฺร โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ ฯเปฯ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ ปุคฺคโลปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺโพ เสวิตพฺโพปิ อเสวิตพฺโพปิ จีวรมฺปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺพํ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปิ ปิณฺฑปาโตปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺโพ เสวิตพฺโพปิ อเสวิตพฺโพปิ เสนาสนมฺปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺพํ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปิ คามนิคโมปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺโพ เสวิตพฺโพปิ อเสวิตพฺโพปิ ชนปทปเทโสปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺโพ เสวิตพฺโพปิ อเสวิตพฺโพปิ ฯ {๒๑๐.๑} ปุคฺคโลปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺโพ เสวิตพฺโพปิ อเสวิตพฺโพปีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ตตฺถ ยํ ชญฺญา ปุคฺคลํ อิมํ โข เม ปุคฺคลํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ เย จ โขเม ปพฺพชิเตน ชีวิตปริกฺขารา สมุทาเนตพฺพา จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา เต จ กสิเรน สมุทาหรนฺติ ยสฺส จมฺหิ อตฺถาย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โส จ เม สามญฺญตฺโถ น ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉตีติ เตนาวุโส ปุคฺคเลน โส ปุคฺคโล สงฺขาปิ รตฺติภาคํ วา ทิวสภาคํ วา อนาปุจฺฉา ปกฺกมิตพฺพํ นานุพนฺธิตพฺโพ ตตฺถ ยํ ชญฺญา ปุคฺคลํ อิมํ โข เม ปุคฺคลํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ เย จ โขเม ปพฺพชิเตน ชีวิตปริกฺขารา สมุทาเนตพฺพา จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา เต จ อปฺปกสิเรน สมุทาหรนฺติ ยสฺส จมฺหิ อตฺถาย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โส จ เม สามญฺญตฺโถ น ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉตีติ เตนาวุโส ปุคฺคเลน โส ปุคฺคโล สงฺขาปิ อนาปุจฺฉา ปกฺกมิตพฺพํ นานุพนฺธิตพฺโพ ตตฺถ ยํ ชญฺญา ปุคฺคลํ อิมํ โข เม ปุคฺคลํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ เย จ โขเม ปพฺพชิเตน ชีวิตปริกฺขารา สมุทาเนตพฺพา จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจย- เภสชฺชปริกฺขารา เต จ กสิเรน สมุทาหรนฺติ ยสฺส จมฺหิ อตฺถาย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โส จ เม สามญฺญตฺโถ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉตีติ {๒๑๐.๒} เตนาวุโส ปุคฺคเลน โส ปุคฺคโล สงฺขาปิ อนุพนฺธิตพฺโพ น ปกฺกมิตพฺพํ ตตฺถ ยํ ชญฺญา ปุคฺคลํ อิมํ โข เม ปุคฺคลํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ เย จ โขเม ปพฺพชิเตน ชีวิตปริกฺขารา สมุทาเนตพฺพา จีวรปิณฺฑปาตเสนาสน- คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา เต จ อปฺปกสิเรน สมุทาหรนฺติ ยสฺส จมฺหิ อตฺถาย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โส จ เม สามญฺญตฺโถ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉตีติ เตนาวุโส ปุคฺคเลน โส ปุคฺคโล ยาวชีวํ อนุพนฺธิตพฺโพ น ปกฺกมิตพฺพํ อปิ ปนุชฺชมาเนน ปุคฺคโลปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺโพ เสวิตพฺโพปิ อเสวิตพฺโพปีติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ฯ จีวรมฺปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺพํ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ตตฺถ ยํ ชญฺญา จีวรํ อิทํ โข เม จีวรํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺตีติ เอวรูปํ จีวรํ น เสวิตพฺพํ ตตฺถ ยํ ชญฺญา จีวรํ อิทํ โข เม จีวรํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺตีติ เอวรูปํ จีวรํ เสวิตพฺพํ จีวรมฺปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺพํ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ฯ {๒๑๐.๓} ปิณฺฑปาโตปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺโพ เสวิตพฺโพปิ อเสวิตพฺโพปีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ตตฺถ ยํ ชญฺญา ปิณฺฑปาตํ อิมํ โข เม ปิณฺฑปาตํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺตีติ เอวรูโป ปิณฺฑปาโต น เสวิตพฺโพ ตตฺถ ยํ ชญฺญา ปิณฺฑปาตํ อิมํ โข เม ปิณฺฑปาตํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺตีติ เอวรูโป ปิณฺฑปาโต เสวิตพฺโพ ปิณฺฑปาโตปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺโพ เสวิตพฺโพปิ อเสวิตพฺโพปีติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ฯ {๒๑๐.๔} เสนาสนมฺปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺพํ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ตตฺถ ยํ ชญฺญา เสนาสนํ อิทํ โข เม เสนาสนํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺตีติ เอวรูปํ เสนาสนํ น เสวิตพฺพํ ตตฺถ ยํ ชญฺญา เสนาสนํ อิทํ โข เม เสนาสนํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺตีติ เอวรูปํ เสนาสนํ เสวิตพฺพํ เสนาสนมฺปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺพํ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ฯ {๒๑๐.๕} คามนิคโมปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺโพ เสวิตพฺโพปิ อเสวิตพฺโพปีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ตตฺถ ยํ ชญฺญา คามนิคมํ อิมํ โข เม คามนิคมํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺตีติ เอวรูโป คามนิคโม น เสวิตพฺโพ ตตฺถ ยํ ชญฺญา คามนิคมํ อิมํ โข เม คามนิคมํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺตีติ เอวรูโป คามนิคโม เสวิตพฺโพ คามนิคโมปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺโพ เสวิตพฺโพปิ อเสวิตพฺโพปีติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ฯ {๒๑๐.๖} ชนปทปเทโสปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺโพ เสวิตพฺโพปิ อเสวิตพฺโพปีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ตตฺถ ยํ ชญฺญา ชนปทปเทสํ อิมํ โข เม ชนปทปเทสํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺตีติ เอวรูโป ชนปทปเทโส น เสวิตพฺโพ ตตฺถ ยํ ชญฺญา ชนปทปเทสํ อิมํ โข เม ชนปทปเทสํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺตีติ เอวรูโป ชนปทปเทโส เสวิตพฺโพ ชนปทปเทโสปิ อาวุโส ทุวิเธน เวทิตพฺโพ เสวิตพฺโพปิ อเสวิตพฺโพปีติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตนฺติ ฯ