This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

อัพยากตสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๕๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต1 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ อัพยากตวรรคที่ ๑ อัพยากตสูตร

ปณฺณาสกสงฺคหิตา วคฺคา อพฺยากตวคฺโค ปฐโม

๕๑

ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้ความสงสัยในวัตถุ ที่พระองค์ไม่ทรงพยากรณ์ ไม่เกิดขึ้นแก่อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ เพราะทิฐิดับ ความสงสัยในวัตถุ ที่เราไม่พยากรณ์ จึงไม่เกิดขึ้นแก่อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว ดูกรภิกษุ ทิฐินี้ว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เป็นอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็มี ย่อมไม่เป็นอีกก็มี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตาย แล้ว ย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้ ดูกรภิกษุ ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมไม่รู้ชัดทิฐิ เหตุเกิดทิฐิ ความดับทิฐิปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับทิฐิ ทิฐินั้น เจริญแก่ปุถุชนนั้น เขาย่อมไม่พ้นไปจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ย่อมทุกข์ โทมนัสและอุปายาส เรากล่าวว่า ไม่พ้นไปจากทุกข์ ส่วนอริยสาวกผู้ได้ สดับแล้ว ย่อมรู้ชัดทิฐิ เหตุเกิดทิฐิ ความดับทิฐิ ปฏิปทาเครื่องให้ถึงความ ดับทิฐิ ทิฐิของอริยสาวกนั้นย่อมดับ อริยสาวกนั้นย่อมพ้นจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาส เรากล่าวว่า ย่อมพ้นไปจากทุกข์ ดูกรภิกษุอริยสาวกผู้ได้สดับ รู้เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมไม่พยากรณ์ว่า สัตว์เบื้องหน้า แต่ตายแล้วย่อมเป็นอีก ... สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อม ไม่เป็นอีกก็หามิได้ ดูกรภิกษุ อริยสาวกผู้ได้สดับ รู้เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเป็นผู้ ไม่พยากรณ์ในวัตถุที่เราไม่พยากรณ์เป็นธรรมดาอย่างนี้ อริยสาวกผู้ได้สดับ รู้เห็น อยู่อย่างนี้ ย่อมไม่พรั่น ไม่หวั่น ไม่ไหว ไม่ถึงความสะดุ้งในวัตถุที่เราไม่ พยากรณ์ ฯ ดูกรภิกษุ ความทะยานอยาก ความหมายรู้ ความสำคัญ ความซึมซาบ ความถือมั่นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีก ... สัตว์เบื้องหน้าแต่ตาย แล้ว ย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้ นี้เป็นความเดือดร้อน ดูกรภิกษุ ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมไม่รู้ชัดความเดือดร้อน เหตุเกิดความเดือด ร้อน ความดับ ความเดือดร้อน ปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับความเดือดร้อน ความเดือดร้อนย่อมเจริญแก่เขา เขาย่อมไม่พ้นไปจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาส เรากล่าวว่า ย่อมไม่พ้นไปจากทุกข์ ส่วนอริยสาวกผู้ได้สดับ ย่อมรู้ชัดความเดือดร้อน เหตุเกิดความเดือดร้อน ความ ดับความเดือดร้อน ปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับความเดือดร้อน ความเดือดร้อน ของอริยสาวกนั้นย่อมดับ ฯลฯ อริยสาวกผู้ได้สดับ รู้เห็นอยู่อย่างนี้แล ย่อมไม่ พรั่น ไม่หวั่น ไม่ไหว ไม่ถึงความสะดุ้งในวัตถุที่เราไม่พยากรณ์ ดูกรภิกษุ นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้ถึงความสงสัยในวัตถุที่เราไม่พยากรณ์ ไม่เกิดขึ้น แก่อริยสาวกผู้ได้สดับ ฯ จบสูตรที่ ๑

อถโข อญฺญตโร ภิกฺขุ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน สุตวโต อริยสาวกสฺส วิจิกิจฺฉา นุปฺปชฺชติ อพฺยากตวตฺถูสูติ ฯ {๕๑.๑} ทิฏฺฐินิโรธา โข ภิกฺขุ สุตวโต อริยสาวกสฺส วิจิกิจฺฉา นุปฺปชฺชติ อพฺยากตวตฺถูสุ ฯ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ โข ภิกฺขุ ทิฏฺฐิคตเมตํ น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ โข ภิกฺขุ ทิฏฺฐิคตเมตํ โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ โข ภิกฺขุ ทิฏฺฐิคตเมตํ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ โข ภิกฺขุ ทิฏฺฐิคตเมตํ ฯ อสฺสุตวา ภิกฺขุ ปุถุชฺชโน ทิฏฺฐึ นปฺปชานาติ ทิฏฺฐิสมุทยํ นปฺปชานาติ ทิฏฺฐินิโรธํ นปฺปชานาติ ทิฏฺฐินิโรธคามินึ ปฏิปทํ นปฺปชานาติ ตสฺส สา ทิฏฺฐิ ปวฑฺฒติ โส น ปริมุจฺจติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ น ปริมุจฺจติ ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ {๕๑.๒} สุตวา จ โข ภิกฺขุ อริยสาวโก ทิฏฺฐึ ปชานาติ ทิฏฺฐิสมุทยํ ปชานาติ ทิฏฺฐินิโรธํ ปชานาติ ทิฏฺฐินิโรธคามินึ ปฏิปทํ ปชานาติ ตสฺส สา ทิฏฺฐิ นิรุชฺฌติ โส ปริมุจฺจติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ ปริมุจฺจติ ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ เอวํ ชานํ โข ภิกฺขุ สุตวา อริยสาวโก เอวํ ปสฺสํ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติปิ น พฺยากโรติ น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติปิ น พฺยากโรติ โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติปิ น พฺยากโรติ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ น พฺยากโรติ เอวํ ชานํ โข ภิกฺขุ สุตวา อริยสาวโก เอวํ ปสฺสํ เอวํ อพฺยากรณธมฺโม โหติ อพฺยากตวตฺถูสุ เอวํ ชานํ โข ภิกฺขุ สุตวา อริยสาวโก เอวํ ปสฺสํ นจฺฉมฺภติ น กมฺปติ น เวธติ น สนฺตาสํ อาปชฺชติ อพฺยากตวตฺถูสุ ฯ {๕๑.๓} โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ โข ภิกฺขุ ตณฺหาคตเมตํ สญฺญาคตเมตํ มญฺญิตเมตํ ปปญฺจิตเมตํ อุปาทานคตเมตํ วิปฺปฏิสาโร เอโส น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ โข ภิกฺขุ วิปฺปฏิสาโร เอโส โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ โข ภิกฺขุ วิปฺปฏิสาโร เอโส เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ โข ภิกฺขุ วิปฺปฏิสาโร เอโส ฯ อสฺสุตวา ภิกฺขุ ปุถุชฺชโน วิปฺปฏิสารํ นปฺปชานาติ วิปฺปฏิสารสมุทยํ นปฺปชานาติ วิปฺปฏิสารนิโรธํ นปฺปชานาติ วิปฺปฏิสารนิโรธคามินึ ปฏิปทํ นปฺปชานาติ ตสฺส โส วิปฺปฏิสาโร ปวฑฺฒติ โส น ปริมุจฺจติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ น ปริมุจฺจติ ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ {๕๑.๔} สุตวา จ โข ภิกฺขุ อริยสาวโก วิปฺปฏิสารํ ปชานาติ วิปฺปฏิสารสมุทยํ ปชานาติ วิปฺปฏิสารนิโรธํ ปชานาติ วิปฺปฏิสารนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ปชานาติ ตสฺส โส วิปฺปฏิสาโร นิรุชฺฌติ ฯเปฯ เอวํ ชานํ โข ภิกฺขุ สุตวา อริยสาวโก เอวํ ปสฺสํ นจฺฉมฺภติ น กมฺปติ น เวธติ น สนฺตาสํ อาปชฺชติ อพฺยากตวตฺถูสุ ฯ อยํ โข ภิกฺขุ เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน สุตวโต อริยสาวกสฺส วิจิกิจฺฉา นุปฺปชฺชติ อพฺยากตวตฺถูสูติ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

อัพยากตสูตร