This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

พระสูตรที่ไม่สงเคราะห์เข้าในวรรค

Text only · no interpretationข้อ ๘๒–๙๐พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต9 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต พระสูตรที่ไม่สงเคราะห์เข้าในวรรค

วคฺคาสงฺคหิตา สุตฺตนฺตา

๘๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นภิกษุ เพราะทำลายธรรม ๗ ประการ ธรรม ๗ ประการเป็นไฉน คือ สักกายทิฏฐิ ๑ วิจิกิจฉา ๑ สีลัพพตปรามาส ๑ ราคะ ๑ โทสะ ๑ โมหะ ๑ มานะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นภิกษุ เพราะทำลายธรรม ๗ ประการนี้แล

สตฺตนฺนํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ ภินฺนตฺตา ภิกฺขุ โหติ ฯ กตเมสํ สตฺตนฺนํ สกฺกายทิฏฺฐิ ภินฺนา โหติ วิจิกิจฺฉา ภินฺนา โหติ สีลพฺพตปรามาโส ภินฺโน โหติ ราโค ภินฺโน โหติ โทโส ภินฺโน โหติ โมโห ภินฺโน โหติ มาโน ภินฺโน โหติ ฯ อิเมสํ โข ภิกฺขเว สตฺตนฺนํ ธมฺมานํ ภินฺนตฺตา ภิกฺขุ โหตีติ ฯ

๘๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นสมณะ เพราะสงบธรรม ๗ ประการ ชื่อว่าเป็นพราหมณ์ เพราะลอยธรรม ๗ ประการ ชื่อว่าเป็นโสตถิกะ (สวัสดี) เพราะเป็นผู้ไม่ร้อยรัดธรรม ๗ ประการ ชื่อว่าเป็นนหาตกะ เพราะอาบธรรม ๗ ประการ ชื่อว่าเป็นเวทคู เพราะรู้ชัดธรรม ๗ ประการ ชื่อว่าเป็นอรหันต์ เพราะ เป็นผู้ไกลธรรม ๗ ประการ ธรรม ๗ ประการเป็นไฉน คือ สักกายทิฏฐิ ๑ วิจิกิจฉา ๑ สีลัพพตปรามาส ๑ ราคะ ๑ โทสะ ๑ โมหะ ๑ มานะ ๑ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นอรหันต์ เพราะเป็นผู้ไกลธรรม ๗ ประการนี้แล ฯ

สตฺตนฺนํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ สมิตตฺตา สมโณ โหติ พาหิตตฺตา พฺราหฺมโณ โหติ นิสฺสุตฺตตฺตา โสตฺติโก โหติ นหาตตฺตา นหาตโก โหติ วิทิตตฺตา เวทคู โหติ อารกตฺตา อรหา โหติ ฯ กตเมสํ สตฺตนฺนํ สกฺกายทิฏฺฐิ อารกา โหติ วิจิกิจฺฉา อารกา โหติ สีลพฺพตปรามาโส อารโก โหติ ราโค อารโก โหติ โทโส อารโก โหติ โมโห อารโก โหติ มาโน อารโก โหติ ฯ อิเมสํ โข ภิกฺขเว สตฺตนฺนํ ธมฺมานํ อารกตฺตา อรหา โหตีติ ฯ

๘๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสัทธรรม ๗ ประการนี้ ๗ ประการเป็นไฉน คือ อสัตบุรุษเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ มีสุตะน้อย ๑ เป็นผู้เกียจคร้าน ๑ มีสติหลงลืม ๑ มีปัญญาทราม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสัทธรรม ๗ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัทธรรม ๗ ประการนี้ ๗ ประการ เป็นไฉน คือ สัตบุรุษเป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีหิริ ๑ มีโอตตัปปะ ๑ เป็นพหูสูต ๑ ปรารภความเพียร ๑ มีสติ ๑ มีปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัทธรรม ๗ ประการ นี้แล ฯ

สตฺติเม ภิกฺขเว อสทฺธมฺมา ฯ กตเม สตฺต อสฺสทฺโธ โหติ อหิริโก โหติ อโนตฺตปฺปี โหติ อปฺปสฺสุโต โหติ กุสีโต โหติ มุฏฺฐสฺสติ โหติ ทุปฺปญฺโญ โหติ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว สตฺต อสทฺธมฺมา ฯ สตฺติเม ภิกฺขเว สทฺธมฺมา ฯ กตเม สตฺต สทฺโธ โหติ หิริมา โหติ โอตฺตปฺปี โหติ พหุสฺสุโต โหติ อารทฺธวิริโย โหติ สติมา โหติ ปญฺญวา โหติ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว สตฺต สทฺธมฺมาติ ฯ

๘๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๗ จำพวกนี้ เป็นผู้ควรของคำนับ เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรกระทำอัญชลี เป็นนาบุญ ของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ๗ จำพวกเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล บางคนในโลกนี้ พิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง มีความสำคัญว่าไม่เที่ยง ตระหนักชัดว่า ไม่เที่ยงในจักษุ น้อมไปด้วยใจ หยั่งลงด้วยปัญญา ติดต่อสม่ำเสมอไม่ขาดสาย เธอกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะ ทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ นี้บุคคลที่ ๑ เป็น ผู้ควรของคำนับ ... เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ฯ อีกประการหนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ พิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง มีความ สำคัญว่าไม่เที่ยง ตระหนักชัดว่าไม่เที่ยงในจักษุ น้อมไปด้วยใจ หยั่งลงด้วย ปัญญา ติดต่อสม่ำเสมอไม่ขาดสาย บุคคลนั้นมีการสิ้นอาสวะและการสิ้นชีวิต ไม่ก่อนไม่หลังกัน นี้เป็นบุคคลที่ ๒ เป็นผู้ควรของคำนับ ... อีกประการหนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ พิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง ... ติดต่อสม่ำเสมอไม่ขาดสาย บุคคลนั้นเป็นอันตราปรินิพพายี เพราะสิ้นโอรัมภาคิย- *สังโยชน์ ๕ นี้เป็นบุคคลที่ ๓ เป็นผู้ควรของคำนับ ... ฯ อีกประการหนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ พิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง ... ติดต่อสม่ำเสมอไม่ขาดสาย บุคคลนั้นเป็นอุปหัจจปรินิพพายี เพราะสิ้นโอรัมภาคิย- *สังโยชน์ ๕ นี้เป็นบุคคลที่ ๔ เป็นผู้ควรของคำนับ ... ฯ อีกประการหนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ พิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง ... ติดต่อสม่ำเสมอไม่ขาดสาย บุคคลนั้นเป็นอสังขารปรินิพพายี เพราะสิ้น โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ นี้เป็นบุคคลที่ ๕ เป็นผู้ควรของคำนับ ... ฯ อีกประการหนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ พิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง ... ติดต่อสม่ำเสมอไม่ขาดสาย บุคคลนั้นเป็นสสังขารปรินิพพายี เพราะสิ้น โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ นี้เป็นบุคคลที่ ๖ เป็นผู้ควรของคำนับ ... ฯ อีกประการหนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ พิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง ... ติดต่อสม่ำเสมอไม่ขาดสาย บุคคลนั้นเป็นอุทธังโสโตอกนิฏฐคามี เพราะสิ้น โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ นี้เป็นบุคคลที่ ๗ เป็นผู้ควรของคำนับ ฯลฯ เป็นนาบุญ ของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๗ จำพวกนี้แล เป็น ผู้ควรของคำนับ เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ฯ

สตฺติเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา อาหุเนยฺยา ปาหุเนยฺยา ทกฺขิเณยฺยา อญฺชลิกรณียา อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส ฯ กตเม สตฺต อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล จกฺขุสฺมึ อนิจฺจานุปสฺสี วิหรติ อนิจฺจสญฺญี อนิจฺจปฏิสํเวที สตตํ สมิตํ อพฺโพกิณฺณํ เจตสา อธิมุจฺจมาโน ปญฺญาย ปริโยคาหมาโน โส อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ อยํ ภิกฺขเว ปฐโม ปุคฺคโล อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส ฯ {๘๕.๑} ปุน จปรํ ภิกฺขเว อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล จกฺขุสฺมึ อนิจฺจานุปสฺสี วิหรติ อนิจฺจสญฺญี อนิจฺจปฏิสํเวที สตตํ สมิตํ อพฺโพกิณฺณํ เจตสา อธิมุจฺจมาโน ปญฺญาย ปริโยคาหมาโน ตสฺส อปุพฺพํ อจริมํ อาสวปริยาทานญฺจ โหติ ชีวิตปริยาทานญฺจ อยํ ภิกฺขเว ทุติโย ปุคฺคโล อาหุเนยฺโย ... อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส ฯ {๘๕.๒} ปุน จปรํ ภิกฺขเว อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล จกฺขุสฺมึ อนิจฺจานุปสฺสี วิหรติ อนิจฺจสญฺญี อนิจฺจปฏิสํเวที สตตํ สมิตํ อพฺโพกิณฺณํ เจตสา อธิมุจฺจมาโน ปญฺญาย ปริโยคาหมาโน โส ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา อนฺตราปรินิพฺพายี โหติ ... อุปหจฺจปรินิพฺพายี โหติ ... อสงฺขารปรินิพฺพายี โหติ ... สสงฺขารปรินิพฺพายี โหติ ... อุทฺธํโสโต โหติ อกนิฏฺฐคามี อยํ ภิกฺขเว สตฺตโม ปุคฺคโล อาหุเนยฺโย ... อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส ฯ อิเม โข ภิกฺขเว สตฺต ปุคฺคลา อาหุเนยฺยา ปาหุเนยฺยา ทกฺขิเณยฺยา อญฺชลิกรณียา อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ ฯ

๘๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๗ จำพวกนี้ เป็นผู้ควรของคำนับ ... ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ๗ จำพวกเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนใน โลกนี้ พิจารณาเห็นว่าเป็นทุกข์ในจักษุ ... พิจารณาเห็นว่าเป็นอนัตตาในจักษุ ... พิจารณาเห็นความสิ้นไปในจักษุ ... พิจารณาเห็นความเสื่อมไปในจักษุ ... พิจารณา เห็นความคลายไปในจักษุ ... พิจารณาเห็นความดับในจักษุ ... พิจารณาเห็นความ สละคืนในจักษุ ... พิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง พิจารณาเห็นว่าเป็นทุกข์ พิจารณา เห็นว่าเป็นอนัตตา ... พิจารณาเห็นความสิ้นไป ... พิจารณาเห็นความเสื่อมไป ... พิจารณาเห็นความคลายไป พิจารณาเห็นความดับ ... พิจารณาเห็นความสละคืน ในหู จมูก ลิ้น กาย ใจ ในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ ในจักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนวิญญาณ ในจักขุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัส ในจักขุสัมผัสสชาเวทนา โสตสัมผัสสชาเวทนา ฆานสัมผัสส- *ชาเวทนา ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา กายสัมผัสสชาเวทนา มโนสัมผัสสชาเวทนา ในรูปสัญญา สัททสัญญา คันธสัญญา รสสัญญา โผฏฐัพพสัญญา ธรรมสัญญา ในรูปสัญเจตนา สัททสัญเจตนา คันธสัญเจตนา รสสัญเจตนา โผฏฐัพพ- *สัญเจตนา ธรรมสัญเจตนา ในรูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธรรมตัณหา ในรูปวิตก สัททวิตก คันธวิตก รสวิตก โผฏฐัพพวิตก ธรรมวิตก ในรูปวิจาร สัททวิจาร คันธวิจาร รสวิจาร โผฏฐัพพ- *วิจาร ธรรมวิจาร ในรูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ฯ

สตฺติเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา อาหุเนยฺยา ... อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส ฯ กตเม สตฺต อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล จกฺขุสฺมึ ทุกฺขานุปสฺสี วิหรติ ... จกฺขุสฺมึ อนตฺตานุปสฺสี วิหรติ ... จกฺขุสฺมึ ขยานุปสฺสี วิหรติ ... จกฺขุสฺมึ วยานุปสฺสี วิหรติ ... จกฺขุสฺมึ วิราคานุปสฺสี วิหรติ ... จกฺขุสฺมึ นิโรธานุปสฺสี วิหรติ ... จกฺขุสฺมึ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี วิหรติ ... โสตสฺมึ ฆานสฺมึ ชิวฺหาย กายสฺมึ มนสฺมึ รูเปสุ สทฺเทสุ คนฺเธสุ รเสสุ โผฏฺฐพฺเพสุ ธมฺเมสุ จกฺขุวิญฺญาเณ โสตวิญฺญาเณ ฆานวิญฺญาเณ ชิวฺหาวิญฺญาเณ กายวิญฺญาเณ มโนวิญฺญาเณ จกฺขุสมฺผสฺเส โสตสมฺผสฺเส ฆานสมฺผสฺเส ชิวฺหาสมฺผสฺเส กายสมฺผสฺเส มโนสมฺผสฺเส จกฺขุสมฺผสฺสชาย เวทนาย โสตสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฆานสมฺผสฺสชาย เวทนาย ชิวฺหาสมฺผสฺสชาย เวทนาย กายสมฺผสฺสชาย เวทนาย มโนสมฺผสฺสชาย เวทนาย รูปสญฺญาย สทฺทสญฺญาย คนฺธสญฺญาย รสสญฺญาย โผฏฺฐพฺพสญฺญาย ธมฺมสญฺญาย รูปสญฺเจตนาย สทฺทสญฺเจตนาย คนฺธสญฺเจตนาย รสสญฺเจตนาย โผฏฺฐพฺพ- สญฺเจตนาย ธมฺมสญฺเจตนาย รูปตณฺหาย สทฺทตณฺหาย คนฺธตณฺหาย รสตณฺหาย โผฏฺฐพฺพตณฺหาย ธมฺมตณฺหาย รูปวิตกฺเก สทฺทวิตกฺเก คนฺธวิตกฺเก รสวิตกฺเก โผฏฺฐพฺพวิตกฺเก ธมฺมวิตกฺเก รูปวิจาเร สทฺทวิจาเร คนฺธวิจาเร รสวิจาเร โผฏฺฐพฺพวิจาเร ธมฺมวิจาเร รูปกฺขนฺเธ เวทนากฺขนฺเธ สญฺญากฺขนฺเธ สงฺขารกฺขนฺเธ วิญฺญาณกฺขนฺเธ อนิจฺจานุปสฺสี วิหรติ ทุกฺขานุปสฺสี วิหรติ อนตฺตานุปสฺสี วิหรติ ขยานุปสฺสี วิหรติ วยานุปสฺสี วิหรติ วิราคานุปสฺสี วิหรติ นิโรธานุปสฺสี วิหรติ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี วิหรติ ฯ

๘๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการ อันภิกษุพึงเจริญเพื่อรู้ยิ่งราคะ ๗ ประการเป็นไฉน คือ สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้ อันภิกษุพึงเจริญเพื่อรู้ยิ่งราคะ ฯ

ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย สตฺต ธมฺมา ภาเวตพฺพา ฯ กตเม สตฺต สติสมฺโพชฺฌงฺโค ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ฯ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย อิเม สตฺต ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ ฯ

๘๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการ ภิกษุพึงเจริญเพื่อรู้ยิ่งราคะ ๗ ประการเป็นไฉน คือ อนิจจสัญญา ๑ อนัตตสัญญา ๑ อสุภสัญญา ๑ อาทีนวสัญญา ๑ ปหานสัญญา ๑ วิราคสัญญา ๑ นิโรธสัญญา ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้ ภิกษุพึงเจริญเพื่อรู้ยิ่งราคะ ฯ

ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย สตฺต ธมฺมา ภาเวตพฺพา ฯ กตเม สตฺต อนิจฺจสญฺญา อนตฺตสญฺญา อสุภสญฺญา อาทีนวสญฺญา ปหานสญฺญา วิราคสญฺญา นิโรธสญฺญา ฯ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย อิเม สตฺต ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ ฯ

๘๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการ ภิกษุพึงเจริญเพื่อรู้ยิ่งราคะ ๗ ประการเป็นไฉน คือ อสุภสัญญา ๑ มรณสัญญา ๑ อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ สัพพโลเกอนภิรตสัญญา ๑ อนิจจสัญญา ๑ อนิจเจทุกขสัญญา ๑ ทุกเขอนัตต- *สัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้ ภิกษุพึงเจริญเพื่อรู้ยิ่งราคะ ฯ

ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย สตฺต ธมฺมา ภาเวตพฺพา ฯ กตเม สตฺต อสุภสญฺญา มรณสญฺญา อาหาเร ปฏิกฺกูลสญฺญา สพฺพโลเก อนภิรตสญฺญา อนิจฺจสญฺญา อนิจฺเจ ทุกฺขสญฺญา ทุกฺเข อนตฺตสญฺญา ฯ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย อิเม สตฺต ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ ฯ

๙๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้ ภิกษุพึงเจริญเพื่อกำหนด รู้ราคะ ฯลฯ เพื่อความสิ้นไปรอบ เพื่อละ เพื่อความสิ้นไป เพื่อความเสื่อมไป เพื่อความคลายไป เพื่อความดับ เพื่อสละ เพื่อสละคืนราคะ ธรรม ๗ ประการ อันภิกษุพึงเจริญ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไปรอบ เพื่อละ เพื่อ ความสิ้นไป เพื่อความเสื่อมไป เพื่อความคลายไป เพื่อความดับ เพื่อสละ เพื่อสละคืนโทสะ โมหะ โกธะ อุปนาหะ มักขะ ปลาสะ อิสสา มัจฉริยะ มายา สาเถยยะ ถัมภะ สารัมภะ มานะ อติมานะ มทะ ปมาทะ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้ อันภิกษุพึงเจริญ เพื่อรู้ยิ่ง ... เพื่อสละคืน โทสะ ... ฯ จบสัตตกนิบาต -----------------------------------------------------

ราคสฺส ภิกฺขเว ปริญฺญาย ฯเปฯ ปริกฺขยาย ปหานาย ขยาย วยาย วิราคาย นิโรธาย จาคาย ปฏินิสฺสคฺคาย อิเม สตฺต ธมฺมา ภาเวตพฺพา ฯ โทสสฺส โมหสฺส โกธสฺส อุปนาหสฺส มกฺขสฺส ปลาสสฺส อิสฺสาย มจฺฉริยสฺส มายาย สาเถยฺยสฺส ถมฺภสฺส สารมฺภสฺส มานสฺส อติมานสฺส มทสฺส ปมาทสฺส อภิญฺญาย ปริญฺญาย ปริกฺขยาย ปหานาย ขยาย วิราคาย นิโรธาย จาคาย ปฏินิสฺสคฺคาย อิเม สตฺต ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ ฯ สตฺตกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ ---------------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระสูตรที่ไม่สงเคราะห์เข้าในวรรค