This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

นันทิยสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๒๒๐พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต1 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต นันทิยสูตร

๒๒๐

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิโครธารามใกล้ พระนครกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคมีพระประสงค์ จะเข้าจำพรรษา ณ พระนครสาวัตถี เจ้าศากยะพระนามว่านันทิยะได้ทราบข่าวว่า พระผู้มีพระภาคมีพระประสงค์จะเข้าจำพรรษา ณ พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล เจ้าศากยะพระนามว่านันทิยะทรงมีพระดำริว่า ไฉนหนอ แม้เราก็พึงเข้าจำพรรษา ณ พระนครสาวัตถี เราจักประกอบการงาน และจักได้เฝ้าพระผู้มีพระภาคตามกาลอัน สมควร ณ พระนครสาวัตถีนั้น ฯ ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงจำพรรษา ณ พระนครสาวัตถี เจ้าศากยะ พระนามว่านันทิยะ ก็เข้าจำพรรษา ณ พระนครสาวัตถี ได้ทรงประกอบการงาน และได้เฝ้าพระผู้มีพระภาคตามกาลอันสมควร ณ พระนครสาวัตถีนั้น ก็สมัยนั้นแล ภิกษุเป็นอันมากย่อมกระทำจีวรกรรมเพื่อพระผู้มีพระภาค ด้วยหวังว่า พระผู้มี พระภาคผู้มีจีวรสำเร็จแล้ว จักเสด็จจาริกโดยล่วงไป ๓ เดือน เจ้าศากยะพระนาม ว่านันทิยะได้ทรงทราบข่าวว่า ภิกษุเป็นอันมากกระทำจีวรกรรมเพื่อพระผู้มีพระภาค ด้วยหวังว่า พระผู้มีพระภาคผู้มีจีวรสำเร็จแล้ว จักเสด็จจาริกโดยล่วงไป ๓ เดือน ครั้งนั้นแล เจ้าศากยะพระนามว่านันทิยะ ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ทรงถวายบังคมแล้วประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มี พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้ทราบข่าวมาว่า ภิกษุเป็นอันมาก กระทำจีวรกรรมเพื่อพระผู้มีพระภาค ด้วยหวังว่า พระผู้มีพระภาคผู้มีจีวรสำเร็จ แล้ว จักเสด็จจาริกโดยล่วงไป ๓ เดือน ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันผู้อยู่ ด้วยธรรมเครื่องอยู่ต่างๆ พึงอยู่ด้วยธรรมเครื่องอยู่อะไร พระเจ้าข้า ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดีละๆ บพิตร การที่บพิตรเสด็จมาหาตถาคต แล้วตรัสถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันผู้อยู่ด้วยธรรมเครื่องอยู่ต่างๆ พึงอยู่ด้วยธรรมเครื่องอยู่อะไร ดังนี้ เป็นการสมควรแก่บพิตรผู้เป็นกุลบุตรแล ดูกรบพิตร กุลบุตรผู้มีศรัทธาย่อมเป็นผู้บริบูรณ์ ผู้ไม่มีศรัทธาย่อมไม่เป็นผู้บริบูรณ์ ผู้มีศีลย่อมเป็นผู้บริบูรณ์ ผู้ทุศีลย่อมไม่เป็นผู้บริบูรณ์ ผู้ปรารภความเพียรย่อมเป็น ผู้บริบูรณ์ ผู้เกียจคร้านย่อมไม่เป็นผู้บริบูรณ์ ผู้มีสติตั้งมั่นย่อมเป็นผู้บริบูรณ์ ผู้มี สติหลงลืมย่อมไม่เป็นผู้บริบูรณ์ ผู้มีสมาธิย่อมเป็นผู้บริบูรณ์ ผู้ไม่มีสมาธิย่อมไม่ เป็นผู้บริบูรณ์ ผู้มีปัญญาย่อมเป็นผู้บริบูรณ์ ผู้มีปัญญาทรามย่อมไม่เป็นผู้บริบูรณ์ ดูกรบพิตร บพิตรทรงตั้งอยู่ในธรรม ๖ ประการนี้แล้ว พึงเข้าไปตั้งสติไว้ภายใน ในธรรม ๕ ประการ ดูกรบพิตร ในธรรม ๕ ประการนี้ บพิตรพึงทรงระลึกถึง พระตถาคตว่า แม้ด้วยเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ ... เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม ดูกรบพิตร บพิตรพึงเข้าไปตั้งสติไว้ใน ภายใน ปรารภพระตถาคต ด้วยประการดังนี้แล ฯ อีกประการหนึ่ง บพิตรพึงทรงระลึกถึงพระธรรมว่า พระธรรมอันพระผู้มี พระภาคตรัสดีแล้ว ... อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ดูกรบพิตร บพิตรพึงเข้าไปตั้ง สติไว้ในภายใน ปรารภพระธรรมด้วยประการดังนี้แล ฯ อีกประการหนึ่ง บพิตรพึงทรงระลึกถึงกัลยาณมิตรทั้งหลายว่า เป็นลาภ ของเราหนอ เราได้ดีแล้วหนอ ที่เรามีกัลยาณมิตรผู้เอ็นดู ผู้ใคร่ประโยชน์ ผู้กล่าวสอน ผู้พร่ำสอน ดูกรบพิตร บพิตรพึงเข้าไปตั้งสติไว้ในภายใน ปรารภ กัลยาณมิตรด้วยประการดังนี้แล ฯ อีกประการหนึ่ง บพิตรพึงทรงระลึกถึงจาคะของตนว่า เป็นลาภของเรา หนอ เราได้ดีแล้วหนอ ที่เรามีจิตปราศจากมลทินคือความตระหนี่ มีจาคะ อันปล่อยแล้ว มีฝ่ามืออันชุ่ม ยินดีในการสละ ควรแก่การขอ ยินดีในการจำแนก ทาน อยู่ครองเรือน ในหมู่สัตว์ผู้ถูกมลทินคือความตระหนี่ กลุ้มรุมแล้ว ดูกรบพิตร บพิตรพึงเข้าไปตั้งสติไว้ในภายใน ปรารภจาคะด้วยประการดังนี้แล ฯ อีกประการหนึ่ง บพิตรพึงทรงระลึกถึงเทวดาทั้งหลายว่าเทวดาเหล่านั้น ได้ก้าวล่วงความเป็นสหายแห่งเทวดาผู้มีคำข้าวเป็นภักษาแล้ว เข้าถึงกายอันสำเร็จ ด้วยใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เทวดาเหล่านั้นย่อมไม่พิจารณาเห็นกิจที่ควรทำของตน หรือการสั่งสมกิจที่ตนทำแล้ว ดูกรบพิตร ภิกษุผู้เป็นอสมยวิมุตย่อมไม่พิจารณา กิจที่ไม่ควรทำของตน หรือการสั่งสมกิจที่ทำแล้ว แม้ฉันใด ดูกรบพิตร เทวดา เหล่าใด ก้าวล่วงซึ่งความเป็นสหายแห่งเทวดาผู้มีคำข้าวเป็นภักษา เข้าถึงกายอัน สำเร็จด้วยใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เทวดาเหล่านั้นย่อมไม่พิจารณาเห็นกิจที่ควรทำของ ตน หรือการสั่งสมกิจที่ตนทำแล้ว ฉันนั้นเหมือนกันแล ดูกรบพิตร บพิตรพึง เข้าไปตั้งสติไว้ในภายใน ปรารภเทวดาทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้แล ฯ ดูกรบพิตร อริยสาวกผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๑ ประการนี้แล ย่อมละซึ่ง อกุศลธรรมทั้งหลายอันลามก ย่อมไม่ถือมั่น ดูกรบพิตร หม้อที่คว่ำย่อมไม่กลับ ถูกต้องสิ่งที่คายแล้ว ไฟที่ไหม้ลามไปจากหญ้า ย่อมไหม้ของที่ควรไหม้ ย่อมไม่ กลับมาไหม้สิ่งที่ไหม้แล้ว แม้ฉันใด อริยสาวกผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๑ ประการนี้ ย่อมละอกุศลธรรมทั้งหลายอันลามก ย่อมไม่ถือมั่น (อกุศลธรรมอันชั่วช้า เหล่านั้น) ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ จบสูตรที่ ๓

๑๓ เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ นิโคฺรธาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ภควา สาวตฺถิยํ วสฺสาวาสํ อุปคนฺตุกาโม โหติ ฯ อสฺโสสิ โข นนฺทิโย สกฺโก ภควา กิร สาวตฺถิยํ วสฺสาวาสํ อุปคนฺตุกาโมติ อถโข นนฺทิยสฺส สกฺกสฺส เอตทโหสิ ยนฺนูนาหํปิ สาวตฺถิยํ วสฺสาวาสํ อุปคจฺเฉยฺยํ ตตฺถ กมฺมนฺตญฺเจว อธิฏฺฐหิสฺสามิ ภควนฺตญฺจ ลจฺฉามิ กาเลน กาลํ ทสฺสนายาติ ฯ อถโข ภควา สาวตฺถิยํ วสฺสาวาสํ อุปคจฺฉิ ฯ นนฺทิโยปิ โข สกฺโก สาวตฺถิยํ วสฺสาวาสํ อุปคจฺฉิ ตตฺถ กมฺมนฺตญฺเจว อธิฏฺฐาย ภควนฺตญฺจ ลจฺฉติ กาเลน กาลํ ทสฺสนาย ฯ เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู ภควโต จีวรกมฺมํ กโรนฺติ นิฏฺฐิตจีวโร ภควา เตมาสจฺจเยน จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ ฯ อสฺโสสิ โข นนฺทิโย สกฺโก สมฺพหุลา กิร ภิกฺขู ภควโต จีวรกมฺมํ กโรนฺติ นิฏฺฐิตจีวโร ภควา เตมาสจฺจเยน จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ อถโข นนฺทิโย สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข นนฺทิโย สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ สุตเมตํ ภนฺเต สมฺพหุลา กิร ภิกฺขู ภควโต จีวรกมฺมํ กโรนฺติ นิฏฺฐิตจีวโร ภควา เตมาสจฺจเยน จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ เตสํ โน ภนฺเต นานาวิหาเรหิ วิหรตํ เกน วิหาเรน วิหาตพฺพนฺติ ฯ {๒๒๐.๑} สาธุ สาธุ นนฺทิย เอตํ โข นนฺทิย ตุมฺหากํ ปฏิรูปํ กุลปุตฺตานํ ยํ ตุเมฺห ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺเฉยฺยาถ เตสํ โน ภนฺเต นานาวิหาเรหิ วิหรตํ เกน วิหาเรน วิหาตพฺพนฺติ สทฺโธ โข นนฺทิย อาราธโก โหติ โน อสทฺโธ สีลวา อาราธโก โหติ โน ทุสฺสีโล อารทฺธวิริโย อาราธโก โหติ โน กุสีโต อุปฏฺฐิตสติ อาราธโก โหติ โน มุฏฺฐสฺสติ สมาหิโต อาราธโก โหติ โน อสมาหิโต ปญฺญวา อาราธโก โหติ โน ทุปฺปญฺโญ อิเมสุ โข เต นนฺทิย ฉสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย ปญฺจสุ ธมฺเมสุ อชฺฌตฺตํ สติ อุปฏฺฐเปตพฺพา อิธ ตฺวํ นนฺทิย ตถาคตํ อนุสฺสเรยฺยาสิ อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ อิติ โข เต นนฺทิย ตถาคตํ อารพฺภ อชฺฌตฺตํ สติ อุปฏฺฐเปตพฺพา ฯ {๒๒๐.๒} ปุน จปรํ ตฺวํ นนฺทิย ธมฺมํ อนุสฺสเรยฺยาสิ สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฺฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ อิติ โข เต นนฺทิย ธมฺมํ อารพฺภ อชฺฌตฺตํ สติ อุปฏฺฐเปตพฺพา ฯ {๒๒๐.๓} ปุน จปรํ ตฺวํ นนฺทิย กลฺยาณมิตฺเต อนุสฺสเรยฺยาสิ ลาภา วต เม สุลทฺธํ วต เม ยสฺส กลฺยาณมิตฺตา อนุกมฺปกา อตฺถกามา โอวาทกา อนุสาสกาติ อิติ โข เต นนฺทิย กลฺยาณมิตฺเต อารพฺภ อชฺฌตฺตํ สติ อุปฏฺฐเปตพฺพา ฯ {๒๒๐.๔} ปุน จปรํ ตฺวํ นนฺทิย อตฺตโน จาคํ อนุสฺสเรยฺยาสิ ลาภา วต เม สุลทฺธํ วต เม โยหํ มจฺเฉรมลปริยุฏฺฐิตาย ปชาย วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสามิ มุตฺตจาโค ปยตปาณี โวสฺสคฺครโต ยาจโยโค ทานสํวิภาครโตติ อิติ โข เต นนฺทิย จาคํ อารพฺภ อชฺฌตฺตํ สติ อุปฏฺฐเปตพฺพา ฯ {๒๒๐.๕} ปุน จปรํ ตฺวํ นนฺทิย เทวตา อนุสฺสเรยฺยาสิ ยา ตา เทวตา อติกฺกมฺเมว กพฬีการภกฺขานํ เทวตานํ สหพฺยตํ อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปนฺนา ตา กรณียํ อตฺตโน น สมนุปสฺสนฺติ กตสฺส วา ปฏิจฺจยํ เสยฺยถาปิ นนฺทิย ภิกฺขุ อสมยวิมุตฺโต อกรณียํ อตฺตโน น สมนุปสฺสติ กตสฺส วา ปฏิจฺจยํ เอวเมว โข นนฺทิย ยา ตา เทวตา อติกฺกมฺเมว กพฬีการภกฺขานํ เทวานํ สหพฺยตํ อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปนฺนา ตา กรณียํ อตฺตโน น สมนุปสฺสนฺติ กตสฺส วา ปฏิจฺจยนฺติ อิติ โข เต นนฺทิย เทวตา อารพฺภ อชฺฌตฺตํ สติ อุปฏฺฐเปตพฺพา อิเมหิ โข นนฺทิย เอกาทสหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก ปชหเตว ปาปเก อกุสเล ธมฺเม น อุปาทิยติ เสยฺยถาปิ นนฺทิย กุมฺโภ นิกฺกุชฺโช โน วนฺตํ ปจฺจามสติ เสยฺยถาปิ นนฺทิย ติณา อคฺคิ มุตฺโต ฑหญฺเญว คจฺฉติ โน ทฑฺฒํ ปจฺจุทาวตฺตติ เอวเมว โข นนฺทิย อิเมหิ เอกาทสหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก ปชหเตว ปาปเก อกุสเล ธมฺเม น อุปาทิยตีติ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

นันทิยสูตร