This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

มหาปัญหาสูตร ที่ ๒

Text only · no interpretationข้อ ๒๘พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต1 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต มหาปัญหาสูตรที่ ๒

๒๘

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ป่าไผ่ ใกล้กชังคลนคร ครั้งนั้นแล อุบาสกชาวเมืองกชังคละมากด้วยกัน เข้าไปหากชังคลาภิกษุณีถึงที่อยู่ อภิวาทกชังคลาภิกษุณีแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ถามกชังคลา ภิกษุณีว่า ข้าแต่แม่เจ้า พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ในมหาปัญหา ทั้งหลายว่า ปัญหา ๑ อุเทศ ๑ ไวยากรณ์ ๑ ปัญหา ๒ อุเทศ ๒ ไวยากรณ์ ๒ ปัญหา ๓ อุเทศ ๓ ไวยากรณ์ ๓ ปัญหา ๔ อุเทศ ๔ ไวยากรณ์ ๔ ปัญหา ๕ อุเทศ ๕ ไวยากรณ์ ๕ ปัญหา ๖ อุเทศ ๖ ไวยากรณ์ ๖ ปัญหา ๗ อุเทศ ๗ ไวยากรณ์ ๗ ปัญหา ๘ อุเทศ ๘ ไวยากรณ์ ๘ ปัญหา ๙ อุเทศ ๙ ไวยากรณ์ ๙ ปัญหา ๑๐ อุเทศ ๑๐ ไวยากรณ์ ๑๐ ดังนี้ ข้าแต่แม่เจ้า เนื้อความแห่ง พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสโดยย่อนี้ จะพึงเห็นโดยพิสดารได้อย่างไรหนอ ฯ กชังคลาภิกษุณีตอบว่า ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย พระดำรัสนี้เราได้สดับ รับฟังมาแล้ว ในที่เฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคก็หามิได้ เราได้สดับรับฟัง มาแล้ว ในที่เฉพาะหน้าของภิกษุทั้งหลายผู้สำเร็จทางใจก็หามิได้ ก็แต่ว่าเนื้อความ ในพระพุทธภาษิตนี้ย่อมปรากฏแก่เราอย่างไร ท่านทั้งหลายจงฟังเนื้อความแห่งพระ พุทธภาษิตนั้นอย่างนั้น จงทำไว้ในใจให้ดี เราจักกล่าว พวกอุบาสกชาวเมือง กชังคละ รับคำของกชังคลาภิกษุณีแล้ว กชังคลาภิกษุณีได้กล่าวว่า ก็พระดำรัส ที่พระผู้มีพระภาคได้ตรัสแล้วว่า ปัญหา ๑ อุเทศ ๑ ไวยากรณ์ ๑ ดังนี้ พระองค์ ทรงอาศัยอะไรตรัสแล้ว ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อหน่ายโดยชอบ คลายกำหนัด โดยชอบ หลุดพ้นโดยชอบ มีปรกติเห็นที่สุดโดยชอบ บรรลุประโยชน์โดยชอบ ในธรรมอย่าง ๑ ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในปัจจุบัน ในธรรมอย่าง ๑ เป็นไฉน คือ สัตว์ทั้งปวงมีอาหารเป็นที่ตั้ง ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อหน่ายโดยชอบ คลายกำหนัดโดยชอบ หลุดพ้นโดยชอบ มีปรกติเห็นที่สุดโดยชอบ บรรลุ ประโยชน์โดยชอบ ในธรรมอย่าง ๑ นี้แล ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในปัจจุบัน พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสแล้วว่า ปัญหา ๑ อุเทศ ๑ ไวยากรณ์ ๑ ดังนี้ พระองค์ทรงอาศัยข้อนี้ตรัสแล้ว ฯ ก็พระดำรัสที่พระองค์ตรัสว่า ปัญหา ๒ อุเทศ ๒ ไวยากรณ์ ๒ ดังนี้ พระองค์ทรงอาศัยอะไรตรัสแล้ว ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อหน่ายโดยชอบ คลายกำหนัดโดยชอบ หลุดพ้นโดยชอบ มีปรกติเห็นที่สุดโดยชอบ บรรลุ ประโยชน์โดยชอบ ในธรรม ๒ อย่าง ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในปัจจุบัน ในธรรม ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ในนาม ๑ ในรูป ๑ ... ฯ ก็พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ปัญหา ๓ อุเทศ ๓ ไวยากรณ์ ๓ ดังนี้ พระองค์ทรงอาศัยอะไรตรัสแล้ว ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อหน่าย โดยชอบ คลายกำหนัดโดยชอบ หลุดพ้นโดยชอบ มีปรกติเห็นที่สุดโดยชอบ บรรลุประโยชน์โดยชอบ ในธรรม ๓ อย่าง ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในปัจจุบัน ในธรรม ๓ อย่างเป็นไฉน คือ ในเวทนา ๓ ... ฯ ก็พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ปัญหา ๔ อุเทศ ๔ ไวยากรณ์ ๔ ดังนี้ พระองค์ทรงอาศัยอะไรตรัสแล้ว ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีจิตอัน อบรมดีแล้วโดยชอบ มีปรกติเห็นที่สุดโดยชอบ บรรลุประโยชน์โดยชอบ ในธรรม ๔ อย่าง ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในปัจจุบัน ในธรรม ๔ อย่างเป็นไฉน คือ ในสติปัฏฐาน ๔ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีจิตอันอบรมดีแล้วโดยชอบ มีปรกติเห็นที่สุดโดยชอบ บรรลุประโยชน์โดยชอบ ในธรรม ๔ อย่างนี้แล ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในปัจจุบัน พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ปัญหา ๔ อุเทศ ๔ ไวยากรณ์ ๔ ดังนี้ พระองค์ทรงอาศัยข้อนี้ตรัสแล้ว ฯ ก็พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ปัญหา ๕ อุเทศ ๕ ไวยากรณ์ ๕ ดังนี้ พระองค์ทรงอาศัยอะไรตรัสแล้ว ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีจิตอันอบรม ดีแล้วโดยชอบ มีปรกติเห็นที่สุดโดยชอบ บรรลุประโยชน์โดยชอบ ในธรรม ๕ อย่าง ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในปัจจุบัน ในธรรม ๕ อย่างเป็นไฉน คือ ในอินทรีย์ ๕ ... ในธรรม ๖ อย่างเป็นไฉน คือ ในนิสสรณียธาตุ ๖ ... ในธรรม ๗ อย่างเป็นไฉน คือ ในโพชฌงค์ ๗ ... ในธรรม ๘ อย่างเป็นไฉน คือ ใน อริยมรรคมีองค์ ๘ ... ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีจิตอันอบรมดีแล้วโดยชอบ มีปรกติเห็นที่สุดโดยชอบ บรรลุประโยชน์โดยชอบ ในธรรม ๘ อย่างนี้แล ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในปัจจุบัน พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ปัญหา ๘ อุเทศ ๘ ไวยากรณ์ ๘ ดังนี้ พระองค์ทรงอาศัยข้อนี้ตรัสแล้ว ฯ ก็พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ปัญหา ๙ อุเทศ ๙ ไวยากรณ์ ๙ ดังนี้ พระองค์ทรงอาศัยอะไรตรัสแล้ว ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อหน่าย โดยชอบ คลายกำหนัดโดยชอบ หลุดพ้นโดยชอบ มีปรกติเห็นที่สุดโดยชอบ บรรลุประโยชน์โดยชอบ ในธรรม ๙ อย่าง ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในปัจจุบัน ในธรรม ๙ อย่างเป็นไฉน คือ ในสัตตาวาส ๙ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อ หน่ายโดยชอบ คลายกำหนัดโดยชอบ หลุดพ้นโดยชอบ มีปรกติเห็นที่สุด โดยชอบ บรรลุประโยชน์โดยชอบ ในธรรม ๙ อย่างนี้แล ย่อมเป็นผู้ทำที่สุด ทุกข์ได้ในปัจจุบัน พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ปัญหา ๙ อุเทศ ๙ ไวยากรณ์ ๙ ดังนี้ พระองค์ทรงอาศัยข้อนี้ตรัสแล้ว ฯ ก็พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ปัญหา ๑๐ อุเทศ ๑๐ ไวยากรณ์ ๑๐ ดังนี้ พระองค์ทรงอาศัยอะไรตรัสแล้ว ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีจิตอันอบรม ดีแล้วโดยชอบ มีปรกติเห็นที่สุดโดยชอบ บรรลุประโยชน์โดยชอบ ในธรรม ๑๐ อย่าง ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในปัจจุบัน ในธรรม ๑๐ อย่างเป็นไฉน คือ ในกุศลธรรม ๑๐ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีจิตอันอบรมดีแล้วโดยชอบ มีปรกติเห็นที่สุดโดยชอบ บรรลุประโยชน์โดยชอบ ในธรรม ๑๐ อย่างนี้แล ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในปัจจุบัน พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ปัญหา ๑๐ อุเทศ ๑๐ ไวยากรณ์ ๑๐ ดังนี้ พระองค์ทรงอาศัยข้อนี้ตรัสแล้ว ฯ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสในมหาปัญหา ทั้งหลายว่า ปัญหา ๑ อุเทศ ๑ ไวยากรณ์ ๑ ฯลฯ ปัญหา ๑๐ อุเทศ ๑๐ ไวยากรณ์ ๑๐ เราย่อมรู้ทั่วถึงเนื้อความแห่งพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้โดย ย่อนี้ โดยพิสดารอย่างนี้ ดังนี้แล ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ก็แลท่านทั้งหลายจำนง อยู่ พึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคแล้วทูลสอบถามความข้อนี้ พระผู้มีพระภาคของ เราทรงพยากรณ์อย่างใด ท่านทั้งหลายพึงทรงจำความนั้นไว้อย่างนั้นเถิด ฯ พวกอุบาสกชาวเมืองกชังคละรับคำว่า อย่างนั้นแม่เจ้า แล้วชื่นชม อนุโมทนาภาษิตของกชังคลาภิกษุณี ลุกจากอาสนะ อภิวาทกชังคลาภิกษุณี ทำประทักษิณแล้ว ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มี พระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว จึงกราบทูลถ้อยคำที่สนทนา กับกชังคลาภิกษุณีนั้นทั้งหมดแด่พระผู้มีพระภาค ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดีละๆ คหบดีทั้งหลาย กชังคลาภิกษุณีเป็น บัณฑิต มีปัญญามาก ดูกรคหบดีทั้งหลาย ถ้าแม้ท่านทั้งหลายพึงเข้ามาหาเราแล้ว ถามเนื้อความนี้ไซร้ แม้เราก็พึงพยากรณ์เนื้อความ เหมือนอย่างที่กชังคลาภิกษุณี พยากรณ์แล้ว และเนื้อความของคำนั้น คือนี้แหละ ท่านทั้งหลายพึงทรงจำเนื้อ ความไว้อย่างนั้นแหละ ฯ จบสูตรที่ ๘

เอกํ สมยํ ภควา กชงฺคลายํ วิหรติ เวฬุวเน ฯ อถโข สมฺพหุลา กชงฺคลา อุปาสกา เยน กชงฺคลา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา กชงฺคลํ ภิกฺขุนึ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข กชงฺคลา อุปาสกา กชงฺคลํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจุํ {๒๘.๑} วุตฺตมิทํ อยฺเย ภควตา มหาปเญฺหสุ เอโก ปโญฺห เอโก อุทฺเทโส เอกํ เวยฺยากรณํ เทฺว ปญฺหา เทฺว อุทฺเทสา เทฺว เวยฺยากรณานิ ตโย ปญฺหา ตโย อุทฺเทสา ตีณิ เวยฺยากรณานิ จตฺตาโร ปญฺหา จตฺตาโร อุทฺเทสา จตฺตาริ เวยฺยากรณานิ ปญฺจ ปญฺหา ปญฺจ อุทฺเทสา ปญฺจ เวยฺยากรณานิ ฉ ปญฺหา ฉ อุทฺเทสา ฉ เวยฺยากรณานิ สตฺต ปญฺหา สตฺต อุทฺเทสา สตฺต เวยฺยากรณานิ อฏฺฐ ปญฺหา อฏฺฐ อุทฺเทสา อฏฺฐ เวยฺยากรณานิ นว ปญฺหา นว อุทฺเทสา นว เวยฺยากรณานิ ทส ปญฺหา ทส อุทฺเทสา ทส เวยฺยากรณานีติ อิมสฺส นุ โข อยฺเย ภควตา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส กถํ วิตฺถาเรน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพติ ฯ {๒๘.๒} น โข ปเนตํ อาวุโส ภควโต สมฺมุขา สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ นปิ มโนภาวนียานํ ภิกฺขูนํ สมฺมุขา สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ อปิจ ยถาเมตฺถ ขายติ ตํ สุณาถ สาธุกํ มนสิกโรถ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวํ อยฺเยติ โข กชงฺคลา อุปาสกา กชงฺคลาย ภิกฺขุนิยา ปจฺจสฺโสสุํ ฯ {๒๘.๓} กชงฺคลา ภิกฺขุนี เอตทโวจ เอโก ปโญฺห เอโก อุทฺเทโส เอกํ เวยฺยากรณนฺติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ภควตา กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ เอกธมฺเม อาวุโส ภิกฺขุ สมฺมานิพฺพินฺทมาโน สมฺมาวิรชฺชมาโน สมฺมาวิมุจฺจมาโน สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ กตมสฺมึ เอกธมฺเม สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา อิมสฺมึ โข อาวุโส เอกธมฺเม ภิกฺขุ สมฺมานิพฺพินฺทมาโน สมฺมาวิรชฺชมาโน สมฺมาวิมุจฺจมาโน สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ เอโก ปโญฺห เอโก อุทฺเทโส เอกํ เวยฺยากรณนฺติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ ภควตา อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ {๒๘.๔} เทฺว ปญฺหา เทฺว อุทฺเทสา เทฺว เวยฺยากรณานีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ภควตา กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ทฺวีสุ อาวุโส ธมฺเมสุ ภิกฺขุ สมฺมานิพฺพินฺทมาโน สมฺมาวิรชฺชมาโน สมฺมาวิมุจฺจมาโน สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ กตเมสุ ทฺวีสุ นาเม จ รูเป จ อิเมสุ โข อาวุโส ทฺวีสุ ธมฺเมสุ ภิกฺขุ สมฺมานิพฺพินฺทมาโน สมฺมาวิรชฺชมาโน สมฺมาวิมุจฺจมาโน สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ เทฺว ปญฺหา เทฺว อุทฺเทสา เทฺว เวยฺยากรณานิติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ ภควตา อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ {๒๘.๕} ตโย ปญฺหา ตโย อุทฺเทสา ตีณิ เวยฺยากรณานีติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ภควตา กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ตีสุ อาวุโส ธมฺเมสุ ภิกฺขุ สมฺมานิพฺพินฺทมาโน สมฺมาวิรชฺชมาโน สมฺมาวิมุจฺจมาโน สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ กตเมสุ ตีสุ ตีสุ เวทนาสุ อิเมสุ โข อาวุโส ตีสุ ธมฺเมสุ ภิกฺขุ สมฺมานิพฺพินฺทมาโน สมฺมาวิรชฺชมาโน สมฺมาวิมุจฺจมาโน สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ ตโย ปญฺหา ตโย อุทฺเทสา ตีณิ เวยฺยากรณานีติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ ภควตา อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ {๒๘.๖} จตฺตาโร ปญฺหา จตฺตาโร อุทฺเทสา จตฺตาริ เวยฺยากรณานีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ภควตา กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ จตูสุ อาวุโส ธมฺเมสุ ภิกฺขุ สมฺมาสุภาวิตจิตฺโต สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ กตเมสุ จตูสุ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ อิเมสุ โข อาวุโส จตูสุ ธมฺเมสุ ภิกฺขุ สมฺมาสุภาวิตจิตฺโต สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ จตฺตาโร ปญฺหา จตฺตาโร อุทฺเทสา จตฺตาริ เวยฺยากรณานีติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ ภควตา อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ {๒๘.๗} ปญฺจ ปญฺหา ปญฺจ อุทฺเทสา ปญฺจ เวยฺยากรณานีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ภควตา กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ปญฺจสุ อาวุโส ธมฺเมสุ ภิกฺขุ สมฺมาสุภาวิตจิตฺโต สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ กตเมสุ ปญฺจสุ ปญฺจสุ อินฺทฺริเยสุ ... กตเมสุ ฉสุ ฉสุ นิสฺสรณียาสุ ธาตูสุ ... กตเมสุ สตฺตสุ สตฺตสุ โพชฺฌงฺเคสุ ... กตเมสุ อฏฺฐสุ อฏฺฐสุ อริเยสุ อฏฺฐงฺคิเกสุ มคฺเคสุ อิเมสุ โข อาวุโส อฏฺฐสุ ธมฺเมสุ ภิกฺขุ สมฺมาสุภาวิตจิตฺโต สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ อฏฺฐ ปญฺหา อฏฺฐ อุทฺเทสา อฏฺฐ เวยฺยากรณานีติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ ภควตา อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ {๒๘.๘} นว ปญฺหา นว อุทฺเทสา นว เวยฺยากรณานีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ภควตา กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ นวสุ อาวุโส ธมฺเมสุ ภิกฺขุ สมฺมานิพฺพินฺทมาโน สมฺมาวิรชฺชมาโน สมฺมาวิมุจฺจมาโน สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ กตเมสุ นวสุ นวสุ สตฺตาวาเสสุ อิเมสุ โข อาวุโส นวสุ ธมฺเมสุ ภิกฺขุ สมฺมานิพฺพินฺทมาโน สมฺมาวิรชฺชมาโน สมฺมาวิมุจฺจมาโน สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ นว ปญฺหา นว อุทฺเทสา นว เวยฺยากรณานีติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ ภควตา อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ {๒๘.๙} ทส ปญฺหา ทส อุทฺเทสา ทส เวยฺยากรณานีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ภควตา กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ทสสุ อาวุโส ธมฺเมสุ ภิกฺขุ สมฺมาสุภาวิตจิตฺโต สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ กตเมสุ ทสสุ ทสสุ กุสลกมฺมปเถสุ อิเมสุ โข อาวุโส ทสสุ ธมฺเมสุ สมฺมาสุภาวิตจิตฺโต สมฺมาปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ ทส ปญฺหา ทส อุทฺเทสา ทส เวยฺยากรณานีติ อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ ภควตา อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ อิติ โข อาวุโส ยนฺตํ วุตฺตํ ภควตา มหาปเญฺหสุ เอโก ปโญฺห เอโก อุทฺเทโส เอกํ เวยฺยากรณํ ฯเปฯ ทส ปญฺหา ทส อุทฺเทสา ทส เวยฺยากรณานีติ อิติ อิมสฺส โข อหํ อาวุโส ภควตา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส เอวํ วิตฺถาเรน อตฺถํ อาชานามิ อากงฺขมานา จ ปน ตุเมฺห อาวุโส ภควนฺตญฺเญว อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปริปุจฺเฉยฺยาถ ยถา โน ภควา พฺยากโรติ ตถา นํ ธาเรยฺยาถาติ ฯ {๒๘.๑๐} เอวํ อยฺเยติ โข กชงฺคลา อุปาสกา กชงฺคลาย ภิกฺขุนิยา ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา กชงฺคลํ ภิกฺขุนึ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข กชงฺคลา อุปาสกา ยาวตโก อโหสิ กชงฺคลาย ภิกฺขุนิยา สทฺธึ กถาสลฺลาโป ตํ สพฺพํ ภควโต อาโรเจสุํ ฯ สาธุ สาธุ คหปตโย ปณฺฑิตา คหปตโย กชงฺคลา ภิกฺขุนี มหาปญฺญา คหปตโย กชงฺคลา ภิกฺขุนี สเจปิ ตุเมฺห คหปตโย มํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยาถ อหมฺปิเจตํ เอวเมว พฺยากเรยฺยํ ยถาตํ กชงฺคลาย ภิกฺขุนิยา พฺยากตํ เอโส เจว ตสฺส อตฺโถ เอวญฺจ นํ ธาเรยฺยาถาติ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย