๑๓. โลกวรรค
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต คาถาธรรมบท โลกวรรคที่ ๑๓
ธมฺมปทคาถาย เตรสโม โลกวคฺโค
บุคคลไม่พึงเสพธรรมอันเลว ไม่พึงอยู่ร่วมกับความประมาท ไม่พึงเสพมิจฉาทิฐิ ไม่พึงเป็นคนรกโลก ภิกษุไม่พึงประมาท ในบิณฑะที่พึงลุกขึ้นยืนรับ พึงประพฤติธรรมให้สุจริต ผู้ ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า พึง ประพฤติธรรมให้สุจริต ไม่พึงประพฤติให้ทุจริต ผู้ประพฤติ ธรรม ย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า มัจจุราช ย่อมไม่เห็นบุคคลผู้พิจารณาเห็นโลก ดุจบุคคลเห็นฟองน้ำ เห็นพยับแดด ฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงมาดูโลกนี้อันวิจิตร เปรียบด้วยราชรถ ที่พวกคนเขลาหมกอยู่ [แต่] พวกผู้รู้ หาข้องอยู่ไม่ ก็ผู้ใดประมาทแล้วในกาลก่อน ในภายหลังผู้ นั้นย่อมไม่ประมาท เขาย่อมยังโลกนี้ให้สว่างไสว เหมือน พระจันทร์พ้นแล้วจากเมฆ ฉะนั้น ผู้ใดทำกรรมอันลามก ผู้นั้นย่อมปิด [ละ] เสียได้ด้วยกุศล บุคคลนั้นย่อมยังโลกนี้ ให้สว่างไสว เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากเมฆ ฉะนั้น โลกนี้ มืดมน ในโลกนี้น้อยคนที่จะเห็นแจ้ง สัตว์ไปสวรรค์ได้น้อย ดุจนกพ้นจากข่าย ฝูงหงส์ย่อมไปในทางพระอาทิตย์ ท่าน ผู้เจริญอิทธิบาทดีแล้ว ย่อมไปในอากาศด้วยฤทธิ์ นักปราชญ์ ทั้งหลายชนะมารพร้อมทั้งพาหนะได้แล้ว ย่อมออกไปจาก โลก คนล่วงธรรมอย่างเอกเสียแล้ว เป็นคนมักพูดเท็จ ข้าม โลกหน้าเสียแล้ว ไม่พึงทำบาป ย่อมไม่มี คนตระหนี่ย่อม ไปสู่เทวโลกไม่ได้เลย คนพาลย่อมไม่สรรเสริญทานโดยแท้ ส่วนนักปราชญ์อนุโมทนาทาน เพราะการอนุโมทนาทาน นั่นเอง ท่านย่อมเป็นผู้มีความสุขในโลกหน้า โสดาปัตติ ผลประเสริฐกว่าความเป็นพระราชาเอกในแผ่นดิน กว่าความ ไปสู่สวรรค์ และกว่าความเป็นอธิบดีในโลกทั้งปวง ฯ จบโลกวรรคที่ ๑๓
|๒๓.๑๖๗| ๑๓ หีนํ ธมฺมํ น เสเวยฺย ปมาเทน น สํวเส มิจฺฉาทิฏฺฐึ น เสเวยฺย น สิยา โลกวฑฺฒโน ฯ |๒๓.๑๖๘| อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย ธมฺมํ สุจริตํ จเร ธมฺมจารี สุขํ เสติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ฯ |๒๓.๑๖๙| ธมฺมํ จเร สุจริตํ น นํ ทุจฺจริตํ จเร ธมฺมจารี สุขํ เสติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ฯ |๒๓.๑๗๐| ยถา ปุพฺพุฬกํ ปสฺเส ยถา ปสฺเส มรีจิกํ เอวํ โลกํ อเวกฺขนฺตํ มจฺจุราชา น ปสฺสติ ฯ |๒๓.๑๗๑| เอถ ปสฺสถิมํ โลกํ จิตฺตํ ราชรถูปมํ ยตฺถ พาลา วิสีทนฺติ นตฺถิ สงฺโค วิชานตํ ฯ |๒๓.๑๗๒| โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา ฯ |๒๓.๑๗๓| ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ กุสเลน ปิถียติ โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา ฯ |๒๓.๑๗๔| อนฺธภูโต อยํ โลโก ตนุเกตฺถ วิปสฺสติ สกุนฺโต ชาลมุตฺโตว อปฺโป สคฺคาย คจฺฉติ ฯ |๒๓.๑๗๕| หํสา อาทิจฺจปเถ ยนฺติ อากาเส ยนฺติ อิทฺธิยา นียนฺติ ธีรา โลกมฺหา เชตฺวา มารํ สวาหนํ ฯ |๒๓.๑๗๖| เอกํ ธมฺมํ อตีตสฺส มุสาวาทิสฺส ชนฺตุโน วิติณฺณปรโลกสฺส นตฺถิ ปาปํ อการิยํ ฯ |๒๓.๑๗๗| น เว กทริยา เทวโลกํ วชนฺติ พาลา หเว นปฺปสํสนฺติ ทานํ ธีโร จ ทานํ อนุโมทมาโน เตเนว โส โหติ สุขี ปรตฺถ ฯ |๒๓.๑๗๘| ปฐวฺยา เอกรชฺเชน สคฺคสฺส คมเนน วา สพฺพโลกาธิปจฺเจน โสตาปตฺติผลํ วรํ ฯ โลกวคฺโค เตรสโม ฯ ---------