๓. ปัจจเวกขณสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน [๖. ชัจจันธวรรค] ๓. ปัจจเวกขณสูตร ๓. ปัจจเวกขณสูตร ว่าด้วยการพิจารณาอกุศลธรรมและกุศลธรรม
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคประทับนั่งพิจารณาบาป อกุศลธรรมจำนวนมากที่พระองค์ทรงละได้ขาดแล้ว และกุศลธรรมจำนวนมากที่ พระองค์ให้ถึงความเจริญบริบูรณ์แล้ว ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบบาปอกุศลธรรมจำนวนมากที่พระองค์ ทรงละได้ขาดแล้ว และกุศลธรรมจำนวนมากที่พระองค์ให้ถึงความเจริญบริบูรณ์แล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า พุทธอุทาน ในกาลก่อน หมู่กิเลสได้มีแล้ว แต่ในกาลนั้น หมู่กิเลสไม่มี ในกาลก่อน ธรรมอันปราศจากโทษไม่มี แต่ในกาลนั้น ธรรมอันปราศจากโทษได้มีแล้ว ในอดีต อริยมรรคไม่มี ในอนาคตก็จักไม่มี และในปัจจุบันก็ไม่มี ปัจจเวกขณสูตรที่ ๓ จบ @เชิงอรรถ : @ ความหมายของพุทธอุทานนี้ คือ ก่อนการบรรลุอรหัตตมัคคญาณยังมีกิเลส เช่น ราคะ เป็นต้นเหลืออยู่ @และธรรมที่ปราศจากโทษก็ยังไม่เจริญบริบูรณ์ แต่เมื่อบรรลุอรหัตตมัคคญาณแล้ว กิเลสทั้งหลายก็ถูกละ @ได้สิ้นเชิง ธรรมที่ปราศจากโทษก็เจริญบริบูรณ์ @อนึ่ง ในอดีตก่อนตรัสรู้ อริยมรรคที่เป็นเหตุละกิเลสยังไม่เกิดแก่พระองค์ แม้ในปัจจุบันและอนาคต @อริยมรรคนั้นก็ไม่เกิดแก่พระองค์เช่นกัน เพราะไม่มีกิเลสที่จะต้องใช้อริยมรรคนั้นเป็นเครื่องละอีกต่อไป @(ขุ.อุ.อ. ๕๓/๓๖๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๒๘๘}