๙. คูถขาทกเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๙. คูถขาทกเปติวัตถุ ๙. คูถขาทกเปติวัตถุ เรื่องนางเปรตกินคูถ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเปรตตนหนึ่งว่า)
เธอเป็นใครหนอ โผล่ขึ้นจากหลุมคูถ ยืนเศร้าสร้อยอยู่ เธอคงทำกรรมชั่วไว้โดยไม่ต้องสงสัย จะร้องครวญครางอื้ออึงไปทำไมเล่า (นางเปรตนั้นตอบว่า)
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเกิดเป็นเปรตในยมโลก ได้รับความลำบาก เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
เธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไร เธอจึงได้รับทุกข์เช่นนี้ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ได้มีภิกษุรูปหนึ่งอยู่ประจำในวัดของดิฉัน มักริษยา ตระหนี่ตระกูล ผูกขาดในเรือนของดิฉัน มีใจกระด้าง มักด่าว่า(ภิกษุอาคันตุกะทั้งหลาย)
ดิฉันเชื่อคำของท่าน ได้ด่าว่าภิกษุทั้งหลาย เพราะผลกรรมนั้นดิฉันจึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
ภิกษุผู้คุ้นเคยกับตระกูลของเธอไม่ใช่มิตรแท้ เป็นมิตรเทียม มีปัญญาทราม มรณภาพแล้วไปสู่คติไหนหนอ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๙๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๑๐. คณเปตวัตถุ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ดิฉันยืนอยู่บนกระหม่อมศีรษะของเปรต ซึ่งเคยเป็นภิกษุผู้ทำกรรมชั่วนั้นแหละ และภิกษุนั้นไปเกิดเป็นเปรตผู้ปรนนิบัติของดิฉันเอง
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ชนเหล่าอื่นถ่ายสิ่งใดลงไป สิ่งนั้นเป็นอาหารของดิฉัน และดิฉันเองถ่ายสิ่งใดลงไป เปรตซึ่งเคยเป็นภิกษุนั้นก็อาศัยสิ่งนั้นเลี้ยงชีพ คูถขาทกเปติวัตถุที่ ๙ จบ