This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๗. เสสวดีวิมาน

Text only · no interpretationข้อ ๓๕พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา1 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. เสสวดีวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในเสสวดีวิมาน เมื่อพระวังคีสเถระจะไต่ถามถึงบุรพกรรมของนางเทพธิดานั้น จึงสรรเสริญวิมานของ เธอเสียก่อนเป็นปฐม ด้วยคาถา ๗ คาถา ความว่า

๓๕

ดูกรแม่เทพธิดา อาตมาได้เห็นวิมานของท่านนี้ อันมุงและบังด้วย ข่ายแก้วผลึก ข่ายเงินและข่ายทองคำ มีพื้นที่เต็มไปด้วยต้นไม้มี ผลวิจิตรนานาพรรณเป็นระเบียบเรียบร้อย น่ารื่นรมย์ เป็นวิมาน ซึ่งเกิดกับสำหรับบุญ มีซุ้มประตูแล้วด้วยแก้ว ๗ ประการ ที่ลาน วิมานเรี่ยรายไปด้วยทรายทองงดงามมาก มีรัศมีส่องสว่างไปทั่วทุกทิศ เหมือนพระอาทิตย์มีรัศมีตั้งพัน ซึ่งกำจัดความมืดมนได้เป็นปกติใน ยามสรทกาล หรือเหมือนกับแสงเปลวเพลิงซึ่งกำลังลุกอยู่บนยอด ภูเขาในเวลากลางคืน หรือคล้ายกับการลืมตาขึ้นขณะที่ฟ้าแลบในโอกาส ฉะนั้น วิมานนี้เป็นวิมานลอยอยู่ในอากาศ ก้องกังวาลไปด้วยเสียง ดนตรี คือ พิณเครื่องใหญ่ กลอง และกังสดาล ประโคม อยู่มิได้ขาดระยะ สุทัสนะเทพนคร อันเป็นเมืองพระอินทร์ ซึ่ง มั่งคั่งไปด้วยสมบัติทิพย์ฉันใด วิมานของท่านนี้ก็ฉันนั้น วิมานของ ท่านนี้ฟุ้งไปด้วยกลิ่นหอมอย่างยอดเยี่ยมหลายอย่างต่างๆ กัน คือ กลิ่นดอกปทุม ดอกโกมุท ดอกอุบล ดอกจงกลณี ดอกคัดเค้า ดอกพุดซ้อน ดอกกุหลาบ ดอกอังกาบ ดอกรัง ดอกอโศก แย้มกลีบ ส่งกลิ่นหอมระรื่น ทั้งตั้งอยู่ริมฝั่งสระโบกขรณี น่า รื่นรมย์ เรียงรายไปด้วยไม้หูกวาง ขนุนสำมะลอ และต้นไม้ กลิ่นหอม มีทั้งไม้เลื้อยชูดอกออกช่อหอมระรื่น ห้อยย้อยเกาะก่ายลงมา จากปลายใบต้นตาล และมะพร้าว คล้ายกับข่ายแก้วมณี และ แก้วประพาฬจัดเป็นของทิพย์ มีขึ้นสำหรับท่านผู้เรืองยศ อนึ่ง ต้น ไม้และดอกไม้ผลทั้งหลายซึ่งเป็นต้นไม้เกิดอยู่ในน้ำและบนบก ทั้ง เป็นรุกขชาติมีอยู่ในเมืองมนุษย์ และไม่มีในเมืองมนุษย์ ตลอด จนพรรณไม้ทิพย์ประจำเมืองสวรรค์ ก็ได้มีพร้อมอยู่ใกล้วิมานของท่าน ท่านได้สมบัติทิพย์ทั้งนี้ เป็นผลแห่งการประพฤติทางกาย วาจา ใจ และการฝึกฝนอินทรีย์อย่างไร เพราะผลกรรมอะไร ท่านจึงมาเกิดในวิมานนี้ ดูกรนางเทพธิดาผู้มีขนตางอนงาม ขอท่านจงตอบถึงผลกรรม เป็นเหตุได้ วิมานที่ท่านได้แล้วนี้ เป็นไปตามที่อาตมาถามท่านแล้วตามลำดับด้วย เถิด? ลำดับนั้น นางเทพธิดาตอบว่า ก็วิมานที่ดิฉันได้แล้วนี้ มีฝูงหงส์ นกกระเรียน ไก่ฟ้า นกกด และนกเขาไฟ เที่ยวร่อนร้องไปมา ทั้งเต็มไปด้วยหมู่นกนางนวล นกกระทุง และพญาหงส์ทอง ซึ่งเป็นนกทิพย์ เที่ยวบินไปมา อยู่ตามลำน้ำ และอึงคะนึงไปด้วยฝูงนกประเภทอื่นๆ อีก คือ นก เป็ดน้ำ นกค้อนหอย นกดุเหว่าลาย นกดุเหว่าขาว มีทั้ง ต้นไม้ดอก ไม้ต้น ไม้ผล อันเกิดเองหลายอย่างต่างพรรณ คือ ต้นแคฝอย ต้นหว้า ต้นอโศก พระคุณเจ้าขา ดิฉันได้วิมาน เหตุนี้ด้วยเหตุผลอันใด ดิฉันจะเล่าเหตุผลอันนั้นถวายพระคุณเจ้า นิมนต์ฟังเถิด คือ มีหมู่บ้านหมู่หนึ่งชื่อนาฬกคาม ตั้งอยู่ทางทิศ ตะวันออกของพระนครราชคฤห์ ดิฉันเป็นบุตรสะใภ้ประจำตระกูล ของบ้านนั้นอันตั้งอยู่ภายในบุรี ชุมนุมในหมู่บ้านนั้นเรียกดิฉันว่า เสสวดี ดิฉันมีใจชื่นบาน ได้ก่อสร้างกุศลกรรมไว้ในชาตินั้น คือ ได้บูชาพระธาตุพระธรรมเสนาบดี นามว่า อุปติสสะ ซึ่งเป็นที่ บูชาของทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลายผู้มากไปด้วยคุณความดีมีศีลเป็นต้น หาประมาณมิได้ ซึ่งนิพพานไปแล้ว ด้วยเครื่องสักการะหลาย อย่าง ล้วนแต่รัตนะและดอกคำ ก็แหละครั้นบูชาพระธาตุของพระผู้ แสวงหาซึ่งคุณอย่างยอดยิ่ง ผู้ถึงอนุปาทิเสสนิพพานธาตุแล้ว ซึ่ง ในที่สุดยังเหลืออยู่แต่พระธาตุเท่านั้น ครั้นดิฉันละกายมนุษย์นั้นแล้ว จึงได้มาเกิดในดาวดึงส์สวรรค์ชั้นไตรทศ อยู่ประจำวิมานในเทวโลก. จบ เสสวดีวิมานที่ ๗.

|๓๕.๔๓๒| ๗ ผลิกรชตเหมชาลจฺฉนฺนํ วิวิธวิจิตฺรตลมทฺทสํ สุรมฺมํ พฺยมฺหํ สุนิมฺมิตํ โตรณูปปนฺนํ รุจกูปกิณฺณมิทํ สุภํ วิมานํ |๓๕.๔๓๓| ภาติ จ ทส ทิสา นเภว สุริโย สรเท ตมนุโท สหสฺสรํสี ตถา ตปติมิทํ ตว วิมานํ ชลมิว ธูมสิโข นิเส นภคฺเค |๓๕.๔๓๔| มุสตีว นยนํ สเตริตาว อากาเส ฐปิตมิทํ มนุญฺญํ วีณามุรชสมฺมตาฬฆุฏฺฐํ อิทฺธํ อินฺทปุรํ ยถา ตว ยิทํ |๓๕.๔๓๕| ปทุมกุมุทอุปฺปลกุวลยํ โยถิกาภณฺฑิกาโนชกา จ สนฺติ สาลกุสุมิตปุปฺผิตา อโสกา วิวิธทุมคฺคสุคนฺธเสวิตมิทํ |๓๕.๔๓๖| สลฬลพุชสุชกสํยุตฺตา กุสกสุผุลฺลิตลตาวลมฺพินีหิ มณิชาลสทิสา ยสสฺสินี รมฺมา โปกฺขรณี อุปฏฺฐิตา เต |๓๕.๔๓๗| อุทกรุหา จ เยตฺถิ ปุปฺผชาตา ถลชา เย จ สนฺติ รุกฺขชาตา มานุสฺสกา อมานุสฺสกา จ ทิพฺพา สพฺเพ ตุยฺหํ นิเวสนมฺหิ ชาตา |๓๕.๔๓๘| กิสฺส สมทมสฺส อยํ วิปาโก เกนาสิ กมฺมผเลนิธูปปนฺนา ยถา จ เต อธิคตมิทํ วิมานํ ตทนุปทํ อวจาสิ อาฬารปขุเมติ ฯ |๓๕.๔๓๙| ยถา จ เม อธิคตมิทํ วิมานํ โกญฺจมยุรจโกรสงฺฆจริตํ ทิพฺยปิลวหํสราชจิณฺณํ ทิชการณฺฑวโกกิลาภินาทิตํ |๓๕.๔๔๐| นานาสนฺตานกปุปฺผรุกฺขวิวิธา ปาฏลิชมฺพุอโสกรุกฺขวนฺตํ ยถา จ เม อธิคตมิทํ วิมานํ ตนฺเต ปเวทิสฺสามิ สุโณหิ ภนฺเต |๓๕.๔๔๑| มคธวรปุรตฺถิเมน นาฬกคามโก นาม อตฺถิ ภนฺเต ตตฺถ อโหสึ ปุเร สุณิสา เสสวตีติ ตตฺถ ชานึสุ มมํ |๓๕.๔๔๒| สาหํ อปจิตตฺถธมฺมกุสลํ เทวมนุสฺสปูชิตํ มหนฺตํ อุปติสฺสํ นิพฺพุตํ อปฺปเมยฺยํ มุทิตมนา กุสุเมหิ อพฺโภกิรึ |๓๕.๔๔๓| ปรมคติคตญฺจ ปูชยิตฺวา อนฺติมเทหธรํ อิสึ อุฬารํ ปหาย มานุสกํ สมุสฺสยํ ติทสาคตา อิธมาวสามิ ฐานนฺติ ฯ เสสวตีวิมานํ สตฺตมํ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย