โสณโกฬิวิสเถรคาถา
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรคาถา เตรสกนิบาต ๑. โสณโกฬิวิสเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระโสณโกฬิวิสเถระ
เถรคาถาย เตรสกนิปาโต
ผู้ใดเป็นผู้สำเร็จความปรารถนา เป็นผู้สูงสุดในแว่นแคว้นของพระเจ้า อังคะ วันนี้ ผู้นั้นมีนามว่าโสณะ เป็นผู้เยี่ยมในธรรมทั้งหลาย เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งทุกข์ ภิกษุพึงตัดสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ พึงละสังโยชน์ เบื้องบน ๕ และพึงเจริญอินทรีย์ ๕ ให้ยิ่ง ภิกษุผู้ล่วงธรรมเป็น เครื่องข้อง ๕ ท่านเรียกว่า ผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว ศีล สมาธิ และ ปัญญา ของภิกษุผู้มีมานะเพียงดังว่าไม้อ้ออันยกขึ้นแล้ว ผู้ประมาท ยินดีในอายตนะอันมีในภายนอก ย่อมไม่ถึงความบริบูรณ์ กิจใดที่ ควรทำ ภิกษุเหล่านี้มาละทิ้งกิจอันนั้นเสีย แต่มาทำกิจที่ไม่ควรทำ อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่ภิกษุเหล่านั้น ผู้มีมานะเพียงดังไม้อ้ออันยก ขึ้นแล้ว เป็นผู้ประมาท ส่วนภิกษุเหล่าใดปรารภกายคตาสติด้วยดีเป็น นิตย์ ภิกษุเหล่านั้นกระทำกรรมที่ควรทำเนืองนิตย์ ย่อมไม่เสพกรรมมิใช่ กิจอาสวะของภิกษุเหล่านั้นผู้มีสติสัมปชัญญะ ย่อมถึงความสิ้นสูญ เมื่อ มีทางตรงพระพุทธเจ้าตรัสบอกไว้แล้ว ขอท่านทั้งหลายจงดำเนินไปเถิด อย่าพากันกลับ จงตักเตือนตนด้วยตนเอง พึงน้อมตนเข้าไปสู่นิพพาน เมื่อเราปรารภความเพียร พระศาสดาผู้มีพระจักษุยอดเยี่ยมในโลก ได้ ทรงแสดงธรรมอุปมาด้วยสายพิณสอนเรา เราฟังพระดำรัสของพระองค์ แล้ว ยินดีอยู่ในพระศาสนา ยังสมถภาวนาให้เกิดขึ้น เพื่อบรรลุ ประโยชน์อันสูงสุด เราบรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธ เจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว จิตของเราผู้น้อมไปในเนกขัมมะ ในความวิเวก แห่งจิต ในความไม่เบียดเบียน ในความสิ้นไปแห่งอุปาทาน ในความ สิ้นตัณหาและในความไม่หลงใหลแห่งใจ ย่อมหลุดพ้นโดยชอบ เพราะ เห็นความเกิดขึ้นแห่งอายตนะ การสั่งสมย่อมไม่มีแก่ภิกษุนั้น ผู้หลุด พ้นแล้วโดยชอบ มีจิตสงบระงับเสร็จกิจแล้ว กิจอื่นที่จะพึงทำอีกไม่มี ภูเขาศิลาล้วนเป็นแท่งทึบ ย่อมไม่สะเทือนด้วยลม ฉันใด รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้น ทั้งที่เป็นอิฏฐารมณ์ และ อนิฏฐารมณ์ ย่อมไม่ทำจิตของบุคคลผู้คงที่ให้หวั่นไหวได้ ฉันนั้น จิต ของผู้คงที่นั้น เป็นจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ไม่เกาะเกี่ยวด้วยอารมณ์ อะไรๆ เพราะผู้คงที่นั้นพิจารณาเห็นความเสื่อมไปแห่งอารมณ์นั้น. ----------------------------------------------------- ในเตรสกนิบาตนี้ พระโสณโกฬิวิสเถระผู้มีมหิทธิฤทธิ์รูปเดียวเท่านั้น ได้ภาษิตคาถาไว้ ๑๓ คาถา ฉะนี้แล. จบ เตรสกนิบาต -----------------------------------------------------
|๓๘๐.๖๓๒| ๑ ยาหุ รฏฺเฐ สมุกฺกฏฺโฐ รญฺโญ องฺคสฺส ปตฺถคู สฺวาชฺช ธมฺเมสุ อุกฺกฏฺโฐ โสโณ ทุกฺขสฺส ปารคู ฯ |๓๘๐.๖๓๓| ปญฺจ ฉินฺเท ปญฺจ ชเห ปญฺจ จุตฺตริ ภาวเย ปญฺจสงฺคาติโค ภิกฺขุ โอฆติณฺโณติ วุจฺจติ ฯ |๓๘๐.๖๓๔| อุนฺนฬสฺส ปมตฺตสฺส พาหิราสสฺส ภิกฺขุโน สีลํ สมาธิ ปญฺญา จ ปาริปูรึ น คจฺฉติ ฯ |๓๘๐.๖๓๕| ยญฺหิ กิจฺจํ ตทปวิทฺธํ อกิจฺจํ ปน กยีรติ อุนฺนฬานํ ปมตฺตานํ เตสํ วฑฺฒนฺติ อาสวา ฯ |๓๘๐.๖๓๖| เยสญฺจ สุสมารทฺธา นิจฺจํ กายคตา สติ อกิจฺจนฺเต น เสวนฺติ กิจฺเจ สาตจฺจการิโน สตานํ สมฺปชานานํ อตฺถํ คจฺฉนฺติ อาสวา ฯ |๓๘๐.๖๓๗| อุชุมคฺคมฺหิ อกฺขาเต คจฺฉถ มา นิวตฺตถ อตฺตนา โจทยตฺตานํ นิพฺพานมภิหารเย ฯ |๓๘๐.๖๓๘| อจฺจารทฺธมฺหิ วิริยมฺหิ สตฺถา โลเก อนุตฺตโร วีโณปมํ กริตฺวาน ธมฺมํ เทเสสิ จกฺขุมา ฯ ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา วิหาสึ สาสเน รโต |๓๘๐.๖๓๙| สมถํ ปฏิปาเทสึ อุตฺตมตฺถสฺส ปตฺติยา ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๓๘๐.๖๔๐| เนกฺขมฺเม อธิมุตฺตสฺส ปวิเวกญฺจ เจตโส อพฺยาปชฺฌาธิมุตฺตสฺส อุปาทานกฺขยสฺส จ |๓๘๐.๖๔๑| ตณฺหกฺขยาธิมุตฺตสฺส อสมฺโมหญฺจ เจตโส ทิสฺวา อายตนุปฺปาทํ สมฺมา จิตฺตํ วิมุจฺจติ ฯ |๓๘๐.๖๔๒| ตสฺส สมฺมา วิมุตฺตสฺส สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน กตสฺส ปฏิจโย นตฺถิ กรณียํ น วิชฺชติ ฯ |๓๘๐.๖๔๓| เสโล ยถา เอกฆโน วาเตน น สมีรติ เอวํ รูปา รสา สทฺทา คนฺธา ผสฺสา จ เกวลา |๓๘๐.๖๔๔| อิฏฺฐา ธมฺมา อนิฏฺฐา จ นปฺปเวเธนฺติ ตาทิโน ฐิตํ จิตฺตํ วิสญฺญุตฺตํ วยญฺจสฺสานุปสฺสตีติ ฯ โสโณ โกฬิวิโส เถโร ฯ อุทฺทานํ โสโณ โกฬิวิโส เถโร เอโกเยว มหิทฺธิโก เตรสมฺหิ นิปาตมฺหิ คาถาโย เจตฺถ เตรสาติ ฯ เตรสกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ ----------------