๑. อัญญาสิโกณฑัญญเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๕. โสฬสกนิบาต] ๑. อัญญาสิโกณฑัญญเถรคาถา ๑๕. โสฬสกนิบาต ๑. อัญญาสิโกณฑัญญเถรคาถา ภาษิตของพระอัญญาโกณฑัญญเถระ (ท้าวสักกเทวราชตรัสภาษิตที่ ๑ ว่า)
ข้าพเจ้านี้สดับธรรมซึ่งมีอรรถรสมาก จึงเลื่อมใสอย่างยิ่ง ธรรมที่คลายกำหนัดพอใจ เพราะไม่ยึดมั่นโดยสิ้นเชิง พระคุณท่านแสดงไว้แล้ว (พระอัญญาโกณฑัญญเถระได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
อารมณ์ที่วิจิตรในโลกมากมาย เห็นจะย่ำยีคนที่ยังมีความดำริถึงอารมณ์ ว่างาม ซึ่งประกอบด้วยราคะในพื้นปฐพีนี้
เมื่อฝนห่าใหญ่ตกลงมาช่วยระงับฝุ่นธุลีที่ลมพัดให้ฟุ้งขึ้นได้ ฉันใด เมื่อใดพระอริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญา เมื่อนั้น ความดำริผิดย่อมระงับไปได้ ฉันนั้น
เมื่อใด พระอริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์
เมื่อใด พระอริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์ เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์
เมื่อใด พระอริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๕. โสฬสกนิบาต] ๑. อัญญาสิโกณฑัญญเถรคาถา
อัญญาโกณฑัญญเถระผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า ได้มีความบากบั่นอย่างแรงกล้า ละความเกิดและความตายได้ บำเพ็ญมัคคพรหมจรรย์อย่างบริบูรณ์สิ้นเชิง
ตัดบ่วงคือโอฆะ ตะปูตรึงใจ อย่างมั่นคง และทำลายภูเขาที่ทำลายได้ยากแล้ว ข้ามไปถึงฝั่งคือนิพพาน มีปกติเข้าฌาน พ้นจากเครื่องผูกคือกิเลสมารได้แล้ว
ภิกษุที่ยังมีจิตฟุ้งซ่าน กลับกลอก คบหาแต่มิตรชั่ว ถูกคลื่น(คือความผูกโกรธ)ซัดไป จมในห้วงน้ำใหญ่คือสงสาร
ส่วนภิกษุที่มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กลับกลอก มีปัญญารักษาตน สำรวมอินทรีย์ คบหาแต่มิตรดี เป็นนักปราชญ์ พึงทำความสิ้นทุกข์ได้
นรชนผู้รู้ประมาณในข้าวและน้ำย่อมซูบผอม มีตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็นคล้ายเถาหญ้านาง แต่มีใจไม่ย่อท้อ
ถูกฝูงเหลือบและยุงกัดในป่าใหญ่ พึงเป็นผู้มีสติอดกลั้นในอันตรายนั้น เหมือนช้างในสงคราม
อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่ แต่รอคอยเวลาอยู่ เหมือนลูกจ้างทำการงานคอยค่าจ้าง
อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่ แต่อาตมามีสติสัมปชัญญะอยู่เฉพาะหน้า คอยเวลาอันควร @เชิงอรรถ : @ ห้วงน้ำ ๔ อย่าง คือ (๑) กาโมฆะ ห้วงน้ำคือกาม (๒) ภโวฆะ ห้วงน้ำคือภพ (๓) ทิฏโฐฆะ ห้วงน้ำคือ @ทิฏฐิ (๔) อวิชโชฆะ ห้วงน้ำคืออวิชชา (ขุ.เถร.อ. ๒/๖๘๐/๒๘๓) @ ตะปูตรึงใจมี ๕ อย่าง คือ (๑) ความสงสัยในพระศาสดา (๒) ในพระธรรม (๓) ในพระสงฆ์ @(๔) ในการศึกษา (๕) โกรธไม่พอใจในเพื่อนพรหมจรรย์ (ขุ.เถร.อ. ๒/๖๘๐/๒๘๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๕. โสฬสกนิบาต] ๒. อุทายีเถรคาถา
อาตมาปรนนิบัติพระศาสดา ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ปลงภาระที่หนักเสียได้ ถอนตัณหาที่นำไปสู่ภพได้ขาดแล้ว
อาตมาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นอาตมาได้บรรลุแล้ว จะมีประโยชน์อะไรด้วยสัทธิวิหาริกผู้ว่ายากสำหรับอาตมา