This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๙. อนุรุทธเถรคาถา

Text only · no interpretationข้อ ๓๙๓พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา1 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๙. อนุรุทธเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระอนุรุทธเถระ

๓๙๓

พระอนุรุทธะละพระชนกชนนี พระประยูรญาติ ละเบญจกามคุณได้แล้ว เพ่งฌานอยู่ บุคคลผู้เพียบพร้อมด้วยการฟ้อนรำขับร้อง มีดนตรีบรรเลง ปลุกให้รื่นเริงใจอยู่ทุกค่ำเช้า ก็ไม่บรรลุถึงความบริสุทธิ์ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้องนั้นได้ เพราะยังเป็นผู้ยินดีในกามคุณอันเป็นวิสัยแห่งมาร พระ- อนุรุทธะก้าวล่วงเบญจกามคุณนั้นเสียแล้ว ยินดีในพระพุทธศาสนา ก้าวล่วงโอฆะทั้งปวงแล้ว เพ่งฌานอยู่ พระอนุรุทธะได้ก้าวล่วงกามคุณ เหล่านี้ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ อันน่ารื่นรมย์ใจแล้ว เพ่งฌานอยู่ พระอนุรุทธะเป็นนักปราชญ์ หาอาสวะมิได้ผู้เดียว ไม่มี เพื่อนสอง กลับจากบิณฑบาตแล้วเที่ยวแสวงหาผ้าบังสุกุลอยู่ พระ- อนุรุทธะเป็นนักปราชญ์มีปรีชา หาอาสวะมิได้ เที่ยวเลือกหาเอาแต่ผ้าบัง- สุกุล ครั้นได้มาแล้ว ก็มาซักย้อมเอาเองแล้วนุ่งห่ม บาปธรรมอันเศร้า หมอง เหล่านี้ ย่อมมีแก่ภิกษุผู้มักมาก ไม่สันโดษ ระคนด้วยหมู่ มีจิตฟุ้ง ซ่าน อนึ่ง ภิกษุใดเป็นผู้มีสติ มักน้อย สันโดษ ไม่มีความขัดเคือง ยินดีในวิเวก ชอบสงัด ปรารภความเพียรเป็นนิตย์ กุศลธรรมซึ่งเป็นฝ่าย ให้ตรัสรู้เหล่านี้ ย่อมมีแก่ภิกษุนั้น ทั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงแสวง หาคุณอันยิ่งใหญ่ ก็ตรัสสรรเสริญภิกษุนั้นว่า เป็นผู้หมดอาสวะ พระ- ศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของเราแล้ว เสด็จมาหาเรา ด้วยมโนมยิทธิทางกาย เมื่อใด ความดำริได้มีแก่เรา เมื่อนั้น พระ- พุทธเจ้าทรงทราบความดำริของเราแล้ว ได้เสด็จเข้ามาหาเราด้วยพระฤทธิ์ แล้วทรงแสดงธรรมอันยิ่งแก่เรา พระพุทธเจ้าผู้ทรงยินดีในธรรมเครื่อง ไม่เนิ่นช้า ได้ทรงแสดงธรรมเครื่องไม่เนิ่นช้าแก่เรา เรารู้ทั่วถึงพระธรรม เทศนาของพระองค์แล้ว เป็นผู้ยินดีในพระศาสนา ปฏิบัติตามคำพร่ำ สอนอยู่ เราบรรลุวิชชา ๓ โดยลำดับ ได้ทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เสร็จแล้ว เราถือการไม่นอนเป็นวัตรมาเป็นเวลา ๕๕ ปี เรากำจัดความ ง่วงเหงาหาวนอนมาแล้วเป็นเวลา ๒๕ ปี ในเวลาที่พระผู้มีพระภาคจะ เสด็จดับขันธปรินิพพาน ภิกษุทั้งหลายถามเราว่า พระผู้มีพระภาค ปรินิพพานแล้วหรือยัง เราได้ตอบว่า ลมหายใจออกและหายใจเข้ามิได้ มีแก่พระผู้มีพระภาค ผู้มีพระหฤทัยตั้งมั่น คงที่ แต่พระองค์ยังไม่ ปรินิพพานก่อน พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุ ผู้ไม่มีตัณหาเป็นเครื่องทำ ใจให้หวั่นไหว ทรงทำนิพพานให้เป็นอารมณ์คือ เสด็จออกจากจตุตถ- ฌาน แล้วจึงจะเสด็จปรินิพพาน พระผู้มีพระภาคทรงอดกลั้นเวทนา ด้วย พระหฤทัยอันเบิกบาน ก็เมื่อพระผู้มีพระภาคผู้เป็นดวงประทีปของชาว โลกกับทั้งเทวโลก เสด็จดับขันธปรินิพพาน ความพ้นพิเศษแห่งพระ- หฤทัยได้มีขึ้นแล้ว บัดนี้ธรรมเหล่านี้อันมีสัมผัสเป็นที่ ๕ ของพระมหา มุนีได้สิ้นสุดลงแล้ว ในเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว จิตและเจตสิกธรรมเหล่าอื่นจักไม่มีอีกต่อไป ดูกรเทวดา บัดนี้ การอยู่อีกต่อไปด้วยอำนาจการอุบัติในเทพนิกาย ย่อม ไม่มี ชาติสงสารสิ้นไปแล้ว บัดนี้ การเกิดในภพใหม่มิได้มี ภิกษุใด รู้แจ้งมนุษยโลก เทวโลก พร้อมทั้งพรหมโลกอันมีประเภทตั้งพัน ได้ ในเวลาครู่เดียว ทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญในคุณ คือ อิทธิฤทธิ์ และในจุติ และอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย ภิกษุรูปนั้นย่อมเห็นเทพเจ้าทั้งหลายได้ตาม ความประสงค์ เมื่อก่อนเรามีนามว่าอันนภาระเป็นคนยากจน เที่ยวหารับ จ้างเลี้ยงชีพ ได้ถวายอาหารแด่พระอุปริฏฐปัจเจกพุทธเจ้าผู้เป็นสมณะ เรืองยศ เพราะบุญกรรมที่ได้ทำมาแล้ว เราจึงได้มาเกิดในศากยตระกูล พระประยูรญาติขนานนามให้เราว่า อนุรุทธะ เป็นผู้เพียบพร้อมไปด้วย การฟ้อนรำและขับร้อง มีเครื่องดนตรีบรรเลงปลุกให้รื่นเริงใจอยู่ทุกค่ำ เช้า ต่อมา เราได้เห็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ไม่มีภัย แต่ ที่ไหนๆ ได้ยังจิตให้เลื่อมใสในพระองค์ท่านแล้ว ออกบวชเป็นบรรพ- ชิต เราระลึกถึงชาติก่อนๆ ได้ เราได้เคยเป็นท้าวสักกรินทร์เทวราชอยู่ ในดาวดึงส์เทพพิภพมาแล้ว เราได้ปราบปรามไพรีพ่ายแพ้แล้ว ขึ้นผ่าน สมบัติเป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมมนุษย์นิกร ในชมพูทวีปมีสมุทรสาคร ทั้ง ๔ เป็นขอบเขต ๗ ครั้ง ได้ปกครองปวงประชานิการโดยธรรม ด้วยไม่ต้องใช้อาชญาหรือศาตราใดๆ เราระลึกชาติหนหลังในคราวที่อยู่ ในมนุษยโลกได้ดังนี้ คือ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ชาติ เป็นพระอินทร์ ๗ ชาติ รวมการท่องเที่ยวอยู่เป็น ๑๔ ชาติด้วยกัน ในเมื่อสมาธิอัน ประกอบด้วยองค์ ๕ เป็นธรรมอันเอกปรากฏขึ้น ที่เราได้เพราะความสงบ ระงับกิเลส ทิพยจักษุของเราจึงบริสุทธิ์เราดำรงอยู่ในฌานอันประกอบ ด้วยองค์ ๕ ประการ รู้จุติและอุบัติ การมา การไป ความเป็นอย่างนี้และ ความเป็นอย่างอื่น ของสัตว์ทั้งหลาย เรามีความคุ้นเคยกับพระบรม ศาสดามาแล้วเป็นอย่างดี เราได้ทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ปลงภาระอันหนักลงได้แล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพขึ้นได้แล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ จักนิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ภายใต้พุ่ม กอไม้ไผ่ใกล้บ้านเวฬุวคามแห่งแคว้นวัชชี.

|๓๙๓.๘๙๒| ๙ ปหาย มาตาปิตโร ภคินีญาติภาตโร ปญฺจ กามคุเณ หิตฺวา อนุรุทฺโธว ฌายติ ฯ |๓๙๓.๘๙๓| สเมโต นจฺจคีเตหิ สมฺมตาฬปฺปโพธโน น เตน สุทฺธิมชฺฌคมา มารสฺส วิสเย รโต ฯ |๓๙๓.๘๙๔| เอตญฺจ สมติกฺกมฺม รโต พุทฺธสฺส สาสเน สพฺโพฆํ สมติกฺกมฺม อนุรุทฺโธว ฌายติ ฯ |๓๙๓.๘๙๕| รูปา สทฺทา รสา คนฺธา โผฏฺฐพฺพา จ มโนรมา เอเต จ สมติกฺกมฺม อนุรุทฺโธว ฌายติ ฯ |๓๙๓.๘๙๖| ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต เอโก อทุติโย มุนิ เอสติ ปํสุกูลานิ อนุรุทฺโธ อนาสโว ฯ |๓๙๓.๘๙๗| วิจินิ อคฺคหี โธวิ รชยี ธารยี มุนิ ปํสุกูลานิ มติมา อนุรุทฺโธ อนาสโว ฯ |๓๙๓.๘๙๘| มหิจฺโฉ จ อสนฺตุฏฺโฐ สํสฏฺโฐ โย จ อุทฺธโต ตสฺส ธมฺมา อิเม โหนฺติ ปาปกา สงฺกิเลสิกา ฯ |๓๙๓.๘๙๙| สโต จ โหติ อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ อวิฆาตวา ปวิเวกรโต วิตฺโต นิจฺจมารทฺธวีริโย ฯ |๓๙๓.๙๐๐| ตสฺส ธมฺมา อิเม โหนฺติ กุสลา โพธิปกฺขิกา อนาสโว จ โส โหติ อิติ วุตฺตํ มเหสินา ฯ |๓๙๓.๙๐๑| มม สงฺกปฺปมญฺญาย สตฺถา โลเก อนุตฺตโร มโนมเยน กาเยน อิทฺธิยา อุปสงฺกมิ ฯ |๓๙๓.๙๐๒| ยทา เม อหุ สงฺกปฺโป ตโต อุตฺตรึ เทสยิ นิปฺปปญฺจรโต พุทฺโธ นิปฺปปญฺจมเทสยิ ฯ |๓๙๓.๙๐๓| ตสฺสาหํ ธมฺมมญฺญาย วิหาสึ สาสเน รโต ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๓๙๓.๙๐๔| ปญฺจปญฺญาส วสฺสานิ ยโต เนสชฺชิโก อหํ ปญฺจวีสติ วสฺสานิ ยโต มิทฺธํ สมูหตํ ฯ |๓๙๓.๙๐๕| นาหุ อสฺสาสปสฺสาโส ฐิตจิตฺตสฺส ตาทิโน อเนโช สนฺติมารพฺภ จกฺขุมา ปรินิพฺพุโต ฯ |๓๙๓.๙๐๖| อสลฺลีเนน จิตฺเตน เวทนํ อชฺฌวาสยิ ปชฺโชตสฺเสว นิพฺพานํ วิโมกฺโข เจตโส อหุ ฯ |๓๙๓.๙๐๗| เอเต ปจฺฉิมกา ทานิ มุนิโน ผสฺสปญฺจมา นาญฺเญ ธมฺมา ภวิสฺสนฺติ สมฺพุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ฯ |๓๙๓.๙๐๘| นตฺถิ ทานิ ปุนาวาโส เทวกายสฺมึ ชาลินิ วิกฺขีโณ ชาติสํสาโร นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๓๙๓.๙๐๙| ยสฺส มุหุตฺเตน สหสฺสธา โลโก สํวิทิโต สพฺรหฺมกปฺโป วสี อิทฺธิคุเณ จุตูปปาเต กาเล ปสฺสติ เทวตา ส ภิกฺขุ ฯ |๓๙๓.๙๑๐| อนฺนภาโร ปุเร อาสึ ทลิทฺโท ฆาสหารโก สมณํ ปฏิปาเทสึ อุปริฏฺฐํ ยสสฺสินํ ฯ |๓๙๓.๙๑๑| โสมฺหิ สกฺยกุเล ชาโต อนุรุทฺโธติ มํ วิทู อุเปโต นจฺจคีเตหิ สมฺมตาฬปฺปโพธโน ฯ |๓๙๓.๙๑๒| อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ สตฺถารํ อกุโตภยํ ตสฺมึ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๓๙๓.๙๑๓| ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ยตฺถ เม วุสิตํ ปุเร ตาวตึเสสุ เทเวสุ อฏฺฐาสึ สกฺกชาติยา ฯ |๓๙๓.๙๑๔| สตฺตกฺขตฺตุํ มนุสฺสินฺโท อหํ รชฺชมการยึ จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชมฺพุสณฺฑสฺส อิสฺสโร อทณฺเฑน อสตฺเถน ธมฺเมน อนุสาสยึ ฯ |๓๙๓.๙๑๕| อิโต สตฺต อิโต สตฺต สํสารานิ จตุทฺทส นิวาสมภิชานิสฺสํ เทวโลเก ฐิโต ตทา ฯ |๓๙๓.๙๑๖| ปญฺจงฺคิเก สมาธิมฺหิ สนฺเต เอโกทิภาวิเต ปฏิปฺปสฺสทฺธิลทฺธมฺหิ ทิพฺพจกฺขุํ วิสุชฺฌิ เม ฯ |๓๙๓.๙๑๗| จุตูปปาตํ ชานามิ สตฺตานํ อาคตึ คตึ อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ ฌาเน ปญฺจงฺคิเก ฐิโต ฯ |๓๙๓.๙๑๘| ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา ฯเปฯ ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ |๓๙๓.๙๑๙| วชฺชีนํ เวฬุวคาเม อหํ ชีวิตสงฺขยา เหฏฺฐโต เวฬุคุมฺพสฺมึ นิพฺพายิสฺสํ อนาสโวติ ฯ อนุรุทฺโธ เถโร ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๙. อนุรุทธเถรคาถา