๗. จตุริตถีวิมาน
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. จตุริตถีวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในจตุริตถีวิมาน พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า
ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสว ไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบ ปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันได้ถวายดอกผักตบกำมือหนึ่ง แก่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ในปัญณกตนครอันประเสริฐ น่ารื่นรมย์ อันประดับแล้วด้วยเสาระเนียด เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉันจึงมีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสว ไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมนั้น. ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้วมีความปลาบปลื้ม ใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันได้ถวายดอกนิลอุบลกำมือหนึ่ง แก่ภิกษุผู้เที่ยว บิณฑบาต ในปัณณกตนครอันประเสริฐ น่ารื่นรมย์อันประดับแล้ว ด้วยเสาระเนียด เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉันจึงมีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และเป็นผู้มีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมนั้น. ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบ ปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันได้ถวายดอกบัวหลวงกำมือหนึ่ง ซึ่งมีโคนขาว กลีบขาว เกิดแล้วที่สระน้ำ แก่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ในปัณณกตนคร อันประเสริฐ น่ารื่นรมย์ ประดับด้วยเสาระเนียด เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉันจึงมีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะ บุญกรรมนั้น. ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณงามยิ่งนัก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบ ปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันได้ถวายพวงมาลัยอันร้อยด้วยดอกมะลิตูม มีสีขาว ดังงาช้าง แก่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ในปัณณกตนครอันประเสริฐ น่า รื่นรมย์ ประดับแล้วด้วยเสาระเนียด เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉันจึงมี วรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญ กรรมนั้น. จบ จตุริตถีวิมานที่ ๔.
|๔๕.๕๓๗| ๗ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๕.๕๓๘| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔๕.๕๓๙| อินฺทีวรานํ หตฺถกํ อหมทาสึ ภิกฺขุโน ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส เอสิกานํ อุณฺณตสฺมึ นคเร วเร ปณฺณกเต รมฺเม |๔๕.๕๔๐| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ (๑) ---------------- |๔๕.๕๔๑| อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๕.๕๔๒| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔๕.๕๔๓| นีลุปฺปลหตฺถกํ อหมทาสึ ภิกฺขุโน ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส เอสิกานํ อุณฺณตสฺมึ นคเร วเร ปณฺณกเต รมฺเม |๔๕.๕๔๔| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ (๒) -------------- |๔๕.๕๔๕| อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๕.๕๔๖| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔๕.๕๔๗| โอทาตมูลกํ หรีตปตฺตํ อุทกมฺหิ สเร ชาตํ อหมทาสึ ภิกฺขุโน ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส เอสิกานํ อุณฺณตสฺมึ นคเร วเร ปณฺณกเต รมฺเม |๔๕.๕๔๘| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ (๓) -------------- |๔๕.๕๔๙| อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๕.๕๕๐| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔๕.๕๕๑| อหํ สุมนา สุมนสฺส สุมนมกุลานิ ทนฺตวณฺณานิ อหมทาสึ ภิกฺขุโน ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส เอสิกานํ อุณฺณตสฺมึ นคเร วเร ปณฺณกเต รมฺเม |๔๕.๕๕๒| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ (๔) จตุริตฺถิวิมานํ สตฺตมํ ฯ