This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

๓. อุปจาลาเถรีคาถา

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation7 items1 editions

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๗. สัตตกนิบาต] ๓. อุปจาลาเถรีคาถา ๓. อุปจาลาเถรีคาถา ภาษิตของพระอุปจาลาเถรี พระอุปจาลาเถรี(เมื่อจะกล่าวภาษิตที่มารกล่าวแก่ตนจึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

๑๘๙

เราเป็นภิกษุณี มีสติ มีจักษุ อบรมอินทรีย์แล้ว รู้แจ้งบทอันสงบซึ่งอุดมบุรุษคบหาแล้ว (มารถามว่า)

๑๙๐

ทำไม แม่นางจึงไม่ชอบใจความเกิด เพราะธรรมดาผู้เกิดมาแล้วย่อมบริโภคกามทั้งหลาย เชิญแม่นางบริโภคความยินดีในกามทั้งหลายเถิด แม่นางอย่าได้มีความเดือดร้อนในภายหลังเลย (พระอุปจาลาเถรีตอบว่า)

๑๙๑

ผู้เกิดมาแล้วจะต้องตาย จะต้องถูกตัดมือตัดเท้า ถูกฆ่า ถูกจองจำ เกิดมาแล้วจำต้องประสบทุกข์

๑๙๒

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จอุบัติในตระกูลศากยะ ผู้ทรงชนะแล้ว ทรงพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ได้ทรงแสดงธรรม โปรดเราอันเป็นอุบายล่วงเสียซึ่งชาติ คือ

๑๙๓

ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และอริยมรรคมีด้วยองค์ ๘ ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

๑๙๔

เราได้ฟังคำสอนของพระองค์แล้ว ยินดีอยู่ในคำสอน ได้บรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว

๑๙๕

กำจัดความเพลิดเพลินในกามทั้งปวงได้แล้ว ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว มารผู้ชั่วช้าเลวทราม ท่านจงรู้อย่างนี้ว่า ท่านถูกเรากำจัดแล้ว สัตตกนิบาต จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๘๖}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๓. อุปจาลาเถรีคาถา