๕. ติโรกุฑฑเปตวัตถุ
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๕. ติโรกุฑฑเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตญาติพระเจ้าพิมพิสาร พระผู้มีพระภาคตรัสกะพระเจ้าพิมพิสารว่า
เปรตทั้งหลายพากันมาสู่เรือนของตนแล้ว ยืนอยู่ภายนอกฝาที่ตรอก กำแพง และทาง ๓ แพร่ง และยืนอยู่ที่ใกล้บานประตู เมื่อข้าว น้ำ ของกิน ของบริโภคเป็นอันมากเขาเข้าไปตั้งไว้แล้ว แต่ญาติไรๆ ของ สัตว์เหล่านั้นระลึกไม่ได้ เพราะกรรมเป็นปัจจัย เหล่าชนผู้อนุเคราะห์ ย่อมให้น้ำและโภชนะอันสะอาด ประณีตสมควรแก่ญาติทั้งหลายตามกาล ดุจทานที่มหาบพิตรทรงถวายแล้วฉะนั้น ด้วยเจตนาอุทิศว่า ขอทานนี้แล จงสำเร็จผลแก่ญาติทั้งหลายของเรา ขอญาติทั้งหลายของเราจงเป็นสุข เถิด ส่วนเปรตผู้เป็นญาติเหล่านั้น พากันมาชุมในที่นั้น เมื่อข้าว และน้ำมีอยู่บริบูรณ์ ย่อมอนุโมทนาโดยเคารพว่า เราได้สมบัติเพราะ เหตุแห่งญาติเหล่าใด ขอญาติของเราเหล่านั้น จงมีชีวิตอยู่ยืนนาน การบูชาเป็นอันพวกญาติได้ทำแล้วแก่เราทั้งหลาย และญาติทั้งหลายผู้ให้ ก็ไม่ไร้ผล เพราะในเปรตวิสัยนั้น ไม่มีกสิกรรม ไม่มีโครักขกรรม ไม่ มีการค้าขายเช่นนั้น ไม่มีการซื้อการขายด้วยเงิน เปรตทั้งหลายผู้ไปใน ปิตติวิสัย ย่อมเยียวยาอัตภาพด้วยทานที่ญาติหรือมิตรให้แล้วแต่มนุษย- โลกนี้ น้ำฝนอันตกลงในที่ดอน ย่อมไหลไปสู่ที่ลุ่ม ฉันใด ทานอัน ญาติหรือมิตรให้แล้วในมนุษยโลกนี้ ย่อมสำเร็จผลแก่เปรตทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ห้วงน้ำใหญ่เต็มแล้ว ย่อมยังสาครให้เต็มเปี่ยม ฉันใด ทานอันญาติหรือมิตรให้แล้ว แต่มนุษยโลกนี้ ย่อมสำเร็จผล แก่เปรตทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน กุลบุตรเมื่อระลึกถึงอุปการะที่ท่าน ทำแล้วในกาลก่อนว่า ญาติมิตรและสหายได้ให้สิ่งของแก่เรา ได้ช่วย ทำกิจของเรา ดังนี้ พึงให้ทักษิณาแก่เปรตทั้งหลาย ความเศร้าโศก หรือความร่ำไรอย่างอื่น ไม่ควรทำเลย เพราะความร้องไห้เป็นต้นนั้น ไม่เป็นประโยชน์แก่เปรตทั้งหลาย ญาติทั้งหลายย่อมดำรงอยู่โดยปกติ ธรรมดา อันทักษิณานี้แลที่ท่านเข้าไปตั้งไว้ดีแล้วในสงฆ์ ให้แล้ว ย่อม สำเร็จประโยชน์แก่เปรตนั้นโดยพลัน สิ้นกาลนาน ญาติธรรมมหาพิตร ได้แสดงให้ปรากฏแล้ว การบูชาอันยิ่งเพื่อเปรตทั้งหลาย มหาพิตรทรง ทำแล้ว และกำลังกายมหาบพิตรได้เพิ่มให้แก่ภิกษุทั้งหลายแล้ว บุญมี ประมาณไม่น้อยมหาบพิตรได้ทรงขวนขวายแล้ว. จบ ติโรกุฑฑเปตวัตถุที่ ๕.
|๙๐.๑๔| ๕ ติโรกุฑฺเฑสุ ติฏฺฐนฺติ สนฺธิสิงฺฆาฏเกสุ จ ทฺวารพาหาสุ ติฏฺฐนฺติ อาคนฺตฺวาน สกํ ฆรํ ฯ |๙๐.๑๕| ปหูเต อนฺนปานมฺหิ ขชฺชโภชฺเช อุปฏฺฐิเต น เตสํ โกจิ สรติ สตฺตานํ กมฺมปจฺจยา ฯ |๙๐.๑๖| เอวํ ททนฺติ ญาตีนํ เย โหนฺติ อนุกมฺปกา สุจึ ปณีตํ กาเลน กปฺปิยํ ปานโภชนํ อิทํ โว ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ |๙๐.๑๗| เต จ ตตฺถ สมาคนฺตฺวา ญาติเปตา สมาคตา ปหูเต อนฺนปานมฺหิ สกฺกจฺจํ อนุโมทเร |๙๐.๑๘| จิรํ ชีวนฺตุ โน ญาตี เยสํ เหตุ ลภามเส อมฺหากญฺจ กตา ปูชา ทายกา จ อนิปฺผลา ฯ |๙๐.๑๙| น หิ ตตฺถ กสิ อตฺถิ โครกฺเขตฺถ น วิชฺชติ วณิชฺชา ตาทิสี นตฺถิ หิรญฺเญน กยากยํ ฯ อิโต ทินฺเนน ยาเปนฺติ เปตา กาลกตา ตหึ |๙๐.๒๐| อุนฺนเม อุทกํ วุฏฺฐํ ยถา นินฺนํ ปวตฺตติ เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกปฺปติ ฯ |๙๐.๒๑| ยถา วาริวหา ปูรา ปริปูเรนฺติ สาครํ เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกปฺปติ ฯ |๙๐.๒๒| อทาสิ เม อกาสิ เม ญาติมิตฺตา สขา จ เม เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา ปุพฺเพ กตมนุสฺสรํ |๙๐.๒๓| น หิ รุณฺณํ วา โสโก วา ยาวญฺญา ปริเทวนา น ตํ เปตสฺส อตฺถาย เอวํ ติฏฺฐนฺติ ญาตโย ฯ |๙๐.๒๔| อยญฺจ โข ทกฺขิณา ทินฺนา สงฺฆมฺหิ สุปฺปติฏฺฐิตา ทีฆรตฺตํ หิตายสฺส ฐานโส อุปกปฺปติ ฯ |๙๐.๒๕| โส ญาติธมฺโม จ อยํ นิทสฺสิโต เปตาน ปูชา จ กตา อุฬารา พลญฺจ ภิกฺขูนมนุปฺปทินฺนํ ตุเมฺหหิ ปุญฺญํ ปสุตํ อนปฺปกนฺติ ฯ ติโรกุฑฺฑเปตวตฺถุ ปญฺจมํ ฯ