๗. สัตตปุตตขาทิกเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๗. สัตตปุตตขาทิกเปติวัตถุ เรื่องนางเปรตกินลูกคราวละ ๗ ตน (พระมหาเถระถามนางเปรตตนหนึ่งว่า)
เธอเปลือยกาย มีผิวพรรณและรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว มีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไป หมู่แมลงวันพากันไต่ตอมเกลื่อนกล่น เธอเป็นใครกันเล่ามายืนอยู่ในที่นี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๗๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๑. อุรควรรค] ๗.สัตตปุตตขาทิกเปติวัตถุ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ท่านผู้เจริญ ดิฉันเกิดเป็นเปรตในยมโลก ได้รับความลำบาก เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก
เวลาเช้า คลอดลูก ๗ คน เวลาเย็นอีก ๗ คน แล้วกินลูกเหล่านั้นทั้งหมด แต่ก็ยังไม่อาจบรรเทาความหิวของดิฉันได้
หัวใจของดิฉันถูกความหิวแผดเผาสุมอยู่ ดิฉันเป็นดังถูกไฟเผาในที่อันร้อนยิ่ง ไม่ได้ประสบความเย็นเลย (พระเถระถามว่า)
เมื่อก่อนเธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไรเธอจึงต้องกินเนื้อลูก (นางเปรตนั้นตอบว่า)
เมื่อก่อนดิฉันมีลูก ๒ คน ลูก ๒ คนนั้นกำลังหนุ่มแน่น ดิฉันนั้นประกอบด้วยกำลังคือลูก จึงดูหมิ่นสามีของตน
ภายหลังสามีโกรธดิฉัน จึงได้หาภรรยามาอีก และภรรยาใหม่นั้นตั้งครรภ์ ดิฉันได้คิดร้ายต่อนาง
มีใจประทุษร้ายได้ทำให้นางแท้ง ภรรยาใหม่นั้นตั้งครรภ์ ๓ เดือนเท่านั้น ก็ตกเลือด
ครั้งนั้น มารดาของนางโกรธแล้ว เชิญพวกญาติของดิฉันมาประชุมซักถาม ให้ดิฉันสาบาน และขู่เข็ญดิฉันให้กลัว @เชิงอรรถ : @ ถือตัวว่ามีลูก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๗๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๑. อุรควรรค] ๘. โคณเปตวัตถุ
ส่วนดิฉันนั้นได้กล่าวคำสาบานเท็จอย่างรุนแรงว่า ถ้าดิฉันทำความชั่วอย่างนี้จริง ขอให้ดิฉันกินเนื้อลูกเถิด
เพราะผลกรรมคือการทำลายสัตว์มีชีวิต และการกล่าวเท็จทั้ง ๒ อย่างนั้น ดิฉันจึงมีกายเปื้อนหนองและเลือด กินเนื้อลูก สัตตปุตตขาทิกเปติวัตถุที่ ๗ จบ