๕. อาสังกชาดก
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๕. อาสังกชาดก ว่าด้วยความหวัง
๕ อาสงฺกชาตกํ
เถาวัลย์ชื่อว่าอาสาวดี เกิดในสวนจิตรลดา เถาวัลย์อาสาวดีนั้น นับได้ ๑,๐๐๐ ปี จึงเกิดผลสักครั้งหนึ่ง.
อาสาวตี นาม ลตา ชาตา จิตฺตลตาวเน ตสฺสา วสฺสสหสฺเสน เอกํ นิพฺพตฺตเต ผลํ ฯ
เมื่อผลมีอยู่ห่างไกลถึงเพียงนั้น พวกเทวดาก็ยังหมั่นเข้าไปดูเถาวัลย์นั้น เสมอ ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์ทรงหวังไว้เถิด ความหวังย่อม มีผลเป็นความสุข.
ตํ เทวา ปยิรุปาสนฺติ ตาว ทูรผเล สติ อาสึเสว ตุวํ ราช อาสา ผลวตี สุขา ฯ
นกยังหวังสำเร็จได้เมื่อผลมีอยู่ห่างไกลถึงเพียงนั้น ความหวังของนกนี้ ยังสำเร็จได้ ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์ทรงหวังไว้เถิด ความหวังมี ผลเป็นความสุข.
อาสึสเถว โส ปกฺขี อาสึสเถว โส ทิโช ตสฺเสวาสา สมิชฺฌตฺถ ตาว ทูรคตา สติ อาสึเสว ตุวํ ราช อาสา ผลวตี สุขา ฯ
เจ้ายังให้เราเอิบอิ่มด้วยถ้อยคำ แต่ไม่ยังเราให้เอิบอิ่มไปด้วยการกระทำ เปรียบเหมือนดอกหงอนไก่ มีแต่สี ไม่มีกลิ่น ฉะนั้น.
สมฺเปสิ โข มํ วาจาย น จ สมฺเปสิ กมฺมุนา มาลา เสเรยฺยกสฺเสว วณฺณวนฺตา อคนฺธิกา ฯ
บุคคลใด ไม่ให้ ไม่แบ่งปันโภคสมบัติลงได้ ย่อมพูดวาจาที่อ่อนหวาน แต่ไร้ผลในมิตรทั้งหลาย ความสนิทสนมกับบุคคลนั้น ย่อมไม่ยืดยาว.
อผลํ มธุรํ วาจํ โย มิตฺเตสุ ปกุพฺพติ อททํ อวิสฺสชํ โภคํ สนฺธิ เตนสฺส ชีรติ ฯ
บุคคลทำสิ่งใด พึงพูดถึงสิ่งนั้น ไม่พึงทำสิ่งใด ไม่พึงกล่าวถึงสิ่งนั้น บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมติเตียนคนดีแต่พูดแต่ไม่ทำ
ยํ หิ กยิรา ตํ หิ วเท ยํ น กยิรา น ตํ วเท อกโรนฺตํ ภาสมานํ ปริชานนฺติ ปณฺฑิตา ฯ
เมื่อเราจะอยู่ในที่นี้อีกต่อไป พลนิกายของเราก็ร่อยหรอลงไป ทั้งเสบียง อาหารก็จะไม่มี เรารังเกียจถึงชีวิตของตนเองจะไม่ยั่งยืน ผิฉะนั้น เรา ขอลาไปเดี๋ยวนี้.
พลญฺจ วต เม ขีณํ ปาเถยฺยญฺจ น วิชฺชติ สงฺเก ปาณูปโรธาย หนฺททานิ วชามหํ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชผู้ประเสริฐ พระดำรัสที่พระองค์ตรัสนี้แล เป็นชื่อ ชื่อของหม่อมฉัน ขอพระองค์เสด็จไปตรัสบอกชื่อของหม่อมฉันกับ บิดาเถิด. จบ อาสังกชาดกที่ ๕.
เอตเทว หิ เม นามํ ยํ นามสฺมึ รเถสภ อาคเมหิ มหาราช ปิตรํ อามนฺตยามหนฺติ ฯ อาสงฺกชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------