๗. สิริกาฬกัณณิชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๑. อวาริยวรรค ๗. สิริกาฬกัณณิชาดก (๓๘๒) ๗. สิริกาฬกัณณิชาดก (๓๘๒) ว่าด้วยสิริกับกาฬกัณณี (เศรษฐีโพธิสัตว์สนทนากับกาฬกัณณีเทพธิดาว่า)
ใครหนอมีผิวพรรณดำ ทั้งไม่น่ารัก ไม่น่าดู เธอเป็นใคร เป็นลูกสาวของใคร ฉันจะรู้จักเธอได้อย่างไร (กาฬกัณณีเทพธิดากล่าวว่า)
ดิฉันเป็นลูกสาวของท้าววิรูปักขมหาราช เป็นคนโหดร้าย มีผิวดำ ไร้ปัญญา เทพทั้งหลายรู้จักดิฉันว่ากาฬกัณณี ดิฉันขอท่านจงให้โอกาส ดิฉันขออาศัยอยู่ในสำนักของท่าน (เศรษฐีโพธิสัตว์กล่าวว่า)
เธอตกลงปลงใจในชายผู้มีปกติเช่นไร มีความประพฤติเช่นไร แม่กาฬี ฉันถามแล้ว เธอจงตอบ ฉันจะรู้จักเธอได้อย่างไร (กาฬกัณณีเทพธิดาได้บอกคุณของตนว่า)
ชายใดมักลบหลู่คุณท่าน ตีเสมอ แข่งดี ริษยา ตระหนี่ และโอ้อวด ทำทรัพย์ที่ได้มาแล้วให้พินาศไป ดิฉันรักใคร่ชายนั้น (กาฬกัณณีเทพธิดากล่าวต่อไปว่า)
ชายใดมักโกรธ ผูกโกรธ พูดส่อเสียด มักทำลายมิตรภาพ มีวาจาเสียดแทง พูดวาจาหยาบคาย ดิฉันรักใคร่ชายนั้นยิ่งกว่าชายคนแรก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๓๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๑. อวาริยวรรค ๗. สิริกาฬกัณณิชาดก (๓๘๒)
ชายที่ไม่รู้จักประโยชน์ของตนว่า งานนี้ควรทำวันนี้ งานนี้ควรทำพรุ่งนี้ ถูกสั่งสอนก็พาลโกรธ ซ้ำยังดูหมิ่นคนที่ดีกว่าตัว
ชายใดมัวเมาด้วยการเล่นเป็นประจำ ทั้งยังกำจัดมิตรทั้งหมดไปเสีย ดิฉันรักใคร่ชายนั้น จะมีความสุขกับเขา (พระโพธิสัตว์ติเตียนกาฬกัณณีเทพธิดานั้นว่า)
แม่กาฬี เธอจงไปจากที่นี้เสียเถิด เรื่องเช่นนี้ไม่มีในพวกเรา เธอจงไปยังชนบท นิคม และราชธานีอื่นๆ เถิด (กาฬกัณณีเทพธิดาได้ฟังดังนั้นไม่พอใจ จึงกล่าวว่า)
เรื่องนั้นแม้ดิฉันก็ทราบดีว่า เรื่องเช่นนี้ไม่มีอยู่ในพวกท่าน แต่คนโง่ทั้งหลายที่รวบรวมทรัพย์ไว้เป็นจำนวนมาก ก็ยังมีอยู่ในโลก ส่วนดิฉันและเทพพี่ชายของดิฉันทั้ง ๒ คน ช่วยกันผลาญทรัพย์นั้นจนหมดสิ้น (พระโพธิสัตว์เห็นสิริเทพธิดา จึงกล่าวว่า)
ใครหนอมีผิวพรรณทิพย์ ยืนเรียบร้อยอยู่บนแผ่นดิน เธอเป็นใคร เป็นลูกสาวของใคร ฉันจะรู้จักเธอได้อย่างไร (สิริเทพธิดาได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า)
ดิฉันเป็นลูกสาวของท้าวธตรัฏฐมหาราชผู้มีสิริ ดิฉันชื่อสิริลักษมี เทพทั้งหลายรู้จักดิฉันว่า เป็นผู้มีปัญญาดังแผ่นดิน ดิฉันขอท่านจงให้โอกาส ดิฉันขออาศัยอยู่ในสำนักของท่าน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๓๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๑. อวาริยวรรค ๗. สิริกาฬกัณณิชาดก (๓๘๒) (เศรษฐีโพธิสัตว์กล่าวว่า)
เธอตกลงปลงใจในชายผู้มีปกติวิเช่นไร มีความประพฤติเช่นไร แม่ลักษมี ฉันถามแล้ว เธอจงตอบ ฉันจะรู้จักเธอได้อย่างไร (สิริเทพธิดากล่าวว่า)
ชายใดชนะอันตรายทั้งปวงได้ คือ ความหนาว ความร้อน ลม แดด เหลือบ ยุง สัตว์เลื้อยคลาน ความหิว และความกระหายได้ ทำการงานทุกอย่างติดต่อตลอดวันตลอดคืน ไม่ทำประโยชน์ที่เป็นไปตามกาลให้เสื่อมเสียไปด้วย ดิฉันพอใจชายนั้นและจะตกลงปลงใจกับเขา
ชายใดไม่มักโกรธ เป็นกัลยาณมิตร เสียสละ สมบูรณ์ด้วยศีล ไม่โอ้อวด ซื่อตรง สงเคราะห์ มีวาจาไพเราะอ่อนหวาน ถึงจะเป็นใหญ่ก็ถ่อมตน ดิฉันจะเป็นหญิงมีสิริอันไพบูลย์ในชายนั้น เหมือนคลื่นที่ปรากฏแก่ผู้มองดูท้องทะเล
อีกอย่างหนึ่ง ชายใดสงเคราะห์บุคคล ทั้งที่เป็นมิตรหรือศัตรู ทั้งชั้นสูง เสมอกัน หรือต่ำกว่า ทั้งที่ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ ทั้งในที่แจ้งหรือที่ลับ ชายใดไม่พูดจาหยาบคายไม่ว่าในกาลไหนๆ ดิฉันจะเป็นของชายนั้นถึงแม้จะตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๓๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๑. อวาริยวรรค ๘. กุกกุฏชาดก (๓๘๓)
บุคคลใดไร้ปัญญา ได้สิริที่น่าใคร่แล้ว ลืมคุณความดีอย่างใดอย่างหนึ่ง บรรดาคุณความดีที่ได้กล่าวแล้วเหล่านั้น ดิฉันเว้นบุคคลนั้นซึ่งมีสภาพร้อนรน ประพฤติไม่เสมอต้นเสมอปลาย เหมือนคนที่มีนิสัยรักความสะอาดเว้นห่างไกลหลุมคูถ
บุคคลย่อมสร้างความมีโชคด้วยตนเอง ย่อมสร้างความไม่มีโชคด้วยตนเอง คนอื่นจะทำความมีโชคและความไม่มีโชคให้คนอื่นหาได้ไม่ สิริกาฬกัณณิชาดกที่ ๗ จบ