๗. อุปสิงฆปุปผกชาดก
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. อุปสิงฆปุปผกชาดก ว่าด้วยคนดีไม่ควรทำชั่วแม้นิดหน่อย
๗ อุปสิงฺฆปุปฺผชาตกํ
การที่ท่านเข้าไปสูดดมกลิ่นดอกบัวที่เขายังมิได้ให้ นี้เป็นส่วนแห่งการ ขโมยอย่างหนึ่ง ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ ท่านชื่อว่า เป็นผู้ขโมยกลิ่น.
ยเมตํ วาริชํ ปุปฺผํ อทินฺนํ อุปสิงฺฆสิ เอกงฺคเมตํ เถยฺยานํ คนฺธเถโนสิ มาริส ฯ
เราไม่ได้นำเอาไป ไม่ได้บริโภค เรายืนดมดอกบัวอยู่ในที่ไกล เมื่อเป็น เช่นนั้น เหตุไฉน ท่านจึงกล่าวว่า เราเป็นผู้ขโมยกลิ่นดอกบัวเล่า?
น หรามิ น ภญฺชามิ อารา สิงฺฆามิ วาริชํ อถ เกน นุ วณฺเณน คนฺธเถโนติ วุจฺจติ ฯ
บุรุษใด มาขุดเหง้าบัวทั้งหลาย เด็ดเอาดอกบัวไป เพราะเหตุไร ท่านจึง ไม่ว่ากล่าวบุรุษนั้น ผู้ทำกรรมหยาบช้าอย่างนี้เล่า?
โยยํ ภิสานิ ขณติ ปุณฺฑรีกานิ ภญฺชติ เอวํ อากิณฺณกมฺมนฺโต กสฺมา เอโส น วุจฺจติ
บุรุษผู้หยาบช้า โหดร้าย แปดเปื้อนไปด้วยบาป เหมือนผ้านุ่งของ แม่นม ฉะนั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ว่ากล่าวบุรุษนั้น แต่ข้าพเจ้า ปรารถนาจะว่ากล่าวท่าน ผู้ทำกรรมไม่สมควร.
อากิณฺณลุทฺโธ ปุริโส ธาติโจลํว มกฺขิโต ตสฺมึ เม วจนํ นตฺถิ ตญฺจารหามิ วตฺตเว ฯ
บาปเพียงเท่าปลายขนทราย ย่อมปรากฏแก่บุรุษผู้ไม่มีโทษเหมือนท่าน แสวงหาความสะอาดอยู่เป็นนิตย์ เหมือนเท่ามหาเมฆ ฉะนั้น.
อนงฺคณสฺส โปสสฺส นิจฺจํ สุจิคเวสิโน วาลคฺคมตฺตปาปสฺส อพฺภามตฺตํว ขายติ ฯ
ดูกรเทวดา ท่านรู้จักเรา และอนุเคราะห์เราโดยแท้ ท่านเห็นโทษเช่นนี้ ของเรา เมื่อใด ขอท่านจงตักเตือนเราแม้อีก เมื่อนั้น.
อทฺธา มํ ยกฺข ชานาสิ อโถ มํ อนุกมฺปสิ ปุนปิ ยกฺข วชฺชาสิ ยทา ปสฺสสิ เอทิสํ ฯ
ข้าพเจ้าไม่ได้อาศัยท่านเลี้ยงชีพ และไม่เป็นลูกจ้างของท่าน ดูกรภิกษุ ท่านนั้นแล พึงรู้การกระทำอันเป็นเหตุให้ไปสู่สุคติ จบ อุปสิงฆปุปผกชาดกที่ ๗.
เนว ตํ อุปชีวามิ นปิ เต ภติกมฺหเส ตฺวเมว ภิกฺขุ ชาเนยฺย เยน คจฺเฉยฺย สุคฺคตินฺติ ฯ อุปสิงฺฆปุปฺผชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------