๙. กปิชาดก
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๙. กปิชาดก คุณธรรมของผู้บริหารคณะ
๙ กปิชาตกํ
ผู้คอยจองเวรอยู่ในที่ใด บัณฑิตไม่ควรอยู่ในที่นั้น บุคคลอยู่ในที่มีคน จองเวรเพียงคืนเดียว หรือสองคืน ก็อยู่เป็นทุกข์.
ยตฺถ เวรี นิวิสติ น วเส ตตฺถ ปณฺฑิโต เอกรตฺตํ ทฺวิรตฺตํ วา ทุกฺขํ วสติ เวริสุ ฯ
บุคคลมีจิตเบา คล้อยไปตามเขาง่ายๆ ย่อมกระทำกิจของคนจองเวร เพราะเหตุลิงตัวเดียว ถูกเขาทำความฉิบหายให้ทั้งฝูง.
ทิโส เว ลหุจิตฺตสฺส โปสสฺสานุวิธิยฺยโต เอกสฺส กปิโน เหตุ ยูถสฺส อนโย กโต ฯ
คนพาลผู้สำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต ปกครองหมู่คณะ ตกอยู่ในอำนาจจิต ของตนแล้ว พึงนอนตาย เหมือนลิงจ่าฝูง นอนตายอยู่ ฉะนั้น.
พาโล จ ปณฺฑิตมานี ยูถสฺส ปริหารโก สจิตฺตสฺส วสํ คนฺตฺวา สเยถายํ ยถา กปิ ฯ
อันคนพาลถึงจะมีกำลังปกครองหมู่คณะ ไม่ดีเลย เพราะไม่เป็นประ- โยชน์แก่ญาติทั้งหลาย เหมือนนกต่อ ไม่เป็นประโยชน์แก่นกทั้งหลาย ฉะนั้น.
น สาธุ พลวา พาโล ยูถสฺส ปริหารโก อหิโต ภวติ ญาตีนํ สกุณานํว เจตโก ฯ
ส่วนนักปราชญ์มีกำลังปกครองหมู่คณะ ดีมาก เพราะว่าเป็นประโยชน์ แก่ญาติทั้งหลาย เหมือนท้าววาสวะผู้เป็นประโยชน์แก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ ทั้งหลาย ฉะนั้น.
ธีโร จ พลวา สาธุ ยูถสฺส ปริหารโก หิโต ภวติ ญาตีนํ ติทสานํว วาสโว ฯ
ผู้ใดพิจารณาเห็นศีล ปัญญา และสุตะในตน ผู้นั้นย่อมประพฤติประ- โยชน์ได้ทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งตน และผู้อื่น.
โย จ สีลญฺจ ปญฺญญฺจ สุตญฺจตฺตนิ ปสฺสติ อุภินฺนมตฺถํ จรติ อตฺตโน จ ปรสฺส จ ฯ
เพราะฉะนั้น นักปราชญ์พึงพิจารณาดูตน ดุจดูศีล ปัญญาและสุตะ ฉะนั้น พึงบริหารหมู่คณะเถิด หรือจะเป็นผู้อยู่แต่ผู้เดียว ก็พึงเว้นรอบ. จบ กปิชาดกที่ ๙.
ตสฺมา ตุเลยฺยมตฺตานํ สีลํ ปญฺญํ สุตํปิว คณํ วา ปริหเร ธีโร เอโก วาปิ ปริพฺพเชติ ฯ กปิชาตกํ นวมํ ฯ ---------