๓. กุมภการชาดก
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๓. กุมภการชาดก เหตุให้ประพฤติภิกขาจาริยวัตร
๓ กุมฺภการชาตกํ
อาตมภาพได้เห็นมะม่วงอันงอกงามออกช่อและผลเขียวไปทั้งต้น ใน ระหว่างป่ามะม่วง เวลากลับ อาตมภาพได้เห็นมะม่วงต้นนั้นหักย่อยยับ เพราะผลเป็นเหตุ จึงได้เที่ยวประพฤติภิกขาจาริยวัตร.
อมฺพาหมทฺทํ วนมนฺตรสฺมึ นีโลภาสํ ผลิตํ สํวิรูฬฺหํ ตมทฺทสํ ผลเหตุ วิภคฺคํ ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ
นางนารีคนหนึ่งสวมกำไรมือหินคู่หนึ่ง เกลี้ยงกลม อันนายช่างผู้ ชำนาญทำแล้วไม่มีเสียงดัง เพราะอาศัยข้างที่สอง จึงเกิดมีเสียงดังขึ้น ได้ อาตมภาพได้เห็นอย่างนี้ จึงได้เที่ยวประพฤติภิกขาจาริยวัตร.
เสลํ สุมฏฺฐํ นรวีรนิฏฺฐิตํ นารี ยุคํ ธารยิ อปฺปสทฺทํ ทุติยญฺจ อาคมฺม อโหสิ สทฺโท ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ
นกจำนวนมากพากันล้อมลุมตามจิก ตีนกตัวหนึ่งซึ่งกำลังคาบก้อนเนื้ออยู่ ได้ก้อนเนื้อแล้วบินไป เพราะอาหารเป็นเหตุ อาตมภาพได้เห็นอย่างนี้ จึงได้เที่ยวประพฤติภิกขาจาริยวัตร.
ทิชา ทิชํ กุณปมาหรนฺตํ เอกํ สมานํ พหุกา สเมจฺจ อาหารเหตุ ปริปาตยึสุ ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ
อาตมภาพได้เห็นวัวหนึ่งตัวอยู่ในท่ามกลางฝูง มีวลัยเป็นเครื่องประดับ ประกอบด้วยสีสรรและกำลังมาก ได้ขวิดเอาวัวตัวหนึ่งตาย เพราะกาม เป็นเหตุ อาตมภาพได้เห็นอย่างนี้ จึงได้เที่ยวประพฤติภิกขาจาริยวัตร.
อุสภาหมทฺทํ ยูถสฺส มชฺเฌ วลกฺกกุํ วณฺณพลูปปนฺนํ ตมทฺทสํ กามเหตุ วิตุนฺนํ ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ
พระเจ้ากรันฑกะของชาวกลิงครัฐ พระเจ้านัคคชิของชาวคันธารรัฐ พระเจ้าเนมิราชของชาววิเทหรัฐ และพระเจ้าทุมมุขะของชาวปัญจาลรัฐ ทั้งสี่พระองค์นี้ต่างพากันทรงละรัฐออกผนวช หาความห่วงใยมิได้.
กรณฺฑโก กลิงฺคานํ คนฺธารานญฺจ นคฺคชิ นิมิราชา วิเทหานํ ปญฺจาลานญฺจ ทุมฺมุโข เอเต รฏฺฐานิ หิตฺวาน ปพฺพชึสุ อกิญฺจนา ฯ
แม้พระราชาเหล่านั้นทุกๆ พระองค์ เปรียบด้วยเทพเจ้า มาพร้อมหน้ากัน ย่อมสง่างามไปด้วยคุณ เหมือนไฟอันงามสว่างไสวฉะนั้น ดูกรนางภัควิ แม้เราเองจะสละกามทั้งหลายตามส่วนของตนๆ แล้วจะออกบวชเที่ยว ไปแต่ผู้เดียว.
สพฺเพปิเม เทวสมา สมาคตา อคฺคิ ยถา ปชฺชลิโต ตเถวิเม อหํปิ เอโก จริสฺสามิ ภคฺควิ หิตฺวาน กามานิ ยโถธิกานิ ฯ
เวลานี้เท่านั้น เวลาอื่นจากนี้เป็นไม่มี ภายหลังบุคคลผู้สอนดิฉันจะไม่มี ข้าแต่ท่านผู้มีส่วนความดี แม้ดิฉันก็จะขอพ้นจากมือของบุรุษเที่ยวไป ผู้เดียว ดังนางนกที่พ้นจากมือของบุรุษ ฉะนั้น.
อยเมว กาโล น หิ อญฺโญ อตฺถิ อนุสาสิโต เม น ภเวยฺย ปจฺฉา อหมฺปิ เอกา จริสฺสามิ ภคฺคว สกุณีว มุตฺตา ปุริสสฺส หตฺถา ฯ
เด็กสองคนนั้นย่อมรู้จักว่านี่ข้าวดิบ นี่ข้าวสุก และรู้จักว่านี่เค็ม นี่ไม่ เค็ม ฉันเห็นอย่างนี้แล้วจึงออกบวช ท่านจงประพฤติภิกขาจาริยวัตร เถิด ถึงฉันก็จะประพฤติภิกขาจาริยวัตรเช่นเดียวกัน. จบ กุมภการชาดกที่ ๓.
อามํ ปกฺกญฺจ ชานนฺติ อโถ โลณํ อโลณกํ ตมหํ ทิสฺวาน ปพฺพชึ จเรว ตฺวํ จรามหนฺติ ฯ กุมฺภการชาตกํ ตติยํ ฯ ---------