๕. โสมทัตตชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๕. โสมทัตตชาดก (๔๑๐) ว่าด้วยลูกช้างชื่อโสมทัต (ดาบสคร่ำครวญหาช้างน้อยว่า)
เมื่อก่อน โสมทัตพ่อช้างน้อยมีอัธยาศัยกว้างขวาง มาต้อนรับเราแต่ไกลในป่า วันนี้หายไปไหน จึงไม่เห็น
ช้างเชือกที่นอนตายเหมือนยอดเถาย่านทราย ที่ถูกเด็ดทิ้งคือเจ้าโสมทัตนี้เอง เจ้ากุญชรล้มลงนอนที่พื้นดินตายเสียแล้วหนอ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๗๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๗. สัตตกนิบาต] ๒. คันธารวรรค ๕. โสมทัตตชาดก (๔๑๐) (ท้าวสักกะตรัสกับดาบสว่า)
การที่ท่านบวชเป็นสมณะพ้นจากการครองเรือนไปแล้ว ยังมัวเศร้าโศกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ไม่เป็นการดีเลย (ดาบสกล่าวกับท้าวสักกะว่า)
ท้าวสักกะ เพราะการอยู่ร่วมกันแล ความรักจึงเกิดในหทัยของมนุษย์หรือของเนื้อ อาตมาจึงไม่สามารถที่จะไม่เศร้าโศกถึงลูกเนื้อนั้นได้ (ท้าวสักกะตรัสว่า)
ชนเหล่าใดร้องไห้ บ่นเพ้อ รำพัน ถึงคนที่ตายแล้วและคนที่จะตาย สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวการร้องไห้ว่าเปล่าประโยชน์ ท่านฤๅษี เพราะฉะนั้น ท่านอย่าร้องไห้ไปเลย
พราหมณ์ สัตว์ที่ตายละโลกนี้ไปแล้ว จะพึงลุกขึ้นได้เพราะการร้องไห้ เราทุกคนก็คงมาประชุมกันร้องไห้ถึงหมู่ญาติของกันและกัน (ดาบสกล่าวสดุดีท้าวสักกะว่า)
พระองค์ช่วยระงับอาตมาผู้เร่าร้อนให้สงบ ดับความกระวนกระวายทั้งหมดได้ เหมือนคนเอาน้ำราดดับไฟที่ติดเปรียง
พระองค์ได้บรรเทาความเศร้าโศกถึงบุตรของอาตมา ผู้กำลังเศร้าโศก ชื่อว่าได้ช่วยถอนลูกศรคือความเศร้าโศก ซึ่งเสียบหัวใจของอาตมาขึ้นได้แล้วหนอ
ท้าววาสวะ อาตมาซึ่งพระองค์ช่วยถอนลูกศร คือความเศร้าโศกขึ้นได้แล้วเป็นผู้ปราศจากความเศร้าโศก ไม่มีความขุ่นมัว จึงไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังคำของพระองค์ โสมทัตตชาดกที่ ๕ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๗๕}