๑๒. พิลารโกสิยชาดก
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๒. พิลารโกสิยชาดก ให้ทานไม่ได้เพราะเหตุ ๒ อย่าง
๑๒ พิลารโกสิยชาตกํ
สัตบุรุษทั้งหลายแม้ไม่หุงกินเอง ได้โภชนะมาแล้ว ย่อมปรารถนาจะให้ ท่านหุงโภชนะ ไว้มิใช่หรือ ไม่พึงให้โภชนะนั้น ไม่สมควรแก่ท่าน.
อปจนฺตาปิ อิจฺฉนฺติ สนฺโต ลทฺธาน โภชนํ กิเมว ตฺวํ ปจมาโน ยํ น ทชฺชา น ตํ สมํ ฯ
บุคคลให้ทานไม่ได้ด้วยเหตุ ๒ อย่างคือ ความตระหนี่ ๑ ความประมาท ๑ บัณฑิตผู้รู้แจ้ง เมื่อต้องการบุญพึงให้ทานแท้.
มจฺเฉรา จ ปมาทา จ เอวํ ทานํ น ทิยฺยติ ปุญฺญํ อากงฺขมาเนน เทยฺยํ โหติ วิชานตา ฯ
คนผู้ตระหนี่กลัวยากจน ย่อมไม่ให้อะไรๆ แก่ผู้ใดเลย ความกลัวจน นั่นแลจะเป็นภัยแก่คนผู้ไม่ให้ คนตระหนี่ย่อมกลัวความอยากข้าว อยากน้ำ ความกลัวนั้นแหละ จะกลับมาถูกต้องคนพาลทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า.
ยสฺเสว ภีโต น ททาติ (มจฺฉรี) ตเทวาททโต ภยํ ชิฆจฺฉา จ ปิปาสา จ ยสฺส ภายติ มจฺฉรี ตเมว พาลํ ผุสติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ฯ
เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงครอบงำมลทิน กำจัดตระหนี่เสียแล้ว พึงให้ ทานเถิด เพราะบุญย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า.
ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ ทชฺชา ทานํ มลาภิภู ปุญฺญํ หิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหติ ปาณินํ ฯ
ทานผู้ให้ได้ยาก เพราะต้องครอบงำความตระหนี่ก่อน แล้วจึงให้ได้ อสัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมไม่ทำทานตามที่สัตบุรุษทำแล้ว ธรรมของ สัตบุรุษอันคนอื่นรู้ได้ยาก.
ทุทฺททํ ททมานานํ ทุกฺกรํ กมฺมกุพฺพตํ อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ สตํ ธมฺโม ทุรนฺนโย ฯ
เพราะเหตุนั้น คติจากโลกนี้ของสัตบุรุษ กับอสัตบุรุษจึงต่างกัน อสัตบุรุษย่อมไปนรก สัตบุรุษย่อมไปสวรรค์.
ตสฺมา สตญฺจ อสตญฺจ นานา โหติ อิโต คติ อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ สนฺโต สคฺคปรายนา ฯ
บัณฑิตพวกหนึ่ง ย่อมให้ไทยธรรมแม้มีส่วนเล็กน้อยได้ สัตว์พวกหนึ่ง แม้มีไทยธรรมมาก ก็ให้ไม่ได้ ทักขิณาทานที่บุคคลให้จากของเล็กน้อย ก็นับว่าเสมอด้วยการให้จำนวนพัน.
อปฺปมฺเปเก ปเวจฺฉนฺติ พหุนาเก น ทิจฺฉเร อปฺปสฺมา ทกฺขิณา ทินฺนา สหสฺเสน สมํ มิตา ฯ
แม้ผู้ใดเที่ยวไปขออาหารมา ผู้นั้นชื่อว่า ประพฤติธรรม อนึ่ง บุคคล ผู้เลี้ยงบุตรและภรรยาของตน เมื่อไทยธรรมมีน้อยก็เฉลี่ย ให้แก่สมณะ และพราหมณ์ บุคคลนั้นชื่อว่า ประพฤติธรรม ยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์ มาบูชาแก่คนผู้ควรบูชาจำนวนพัน ยัญของคนเช่นนั้น ย่อมไม่ถึงแม้ เสี้ยวแห่งผลทาน ของคนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรมให้เกิดโดยชอบให้อยู่.
ธมฺมญฺจเร โยปิ สมุจฺฉกํ จเร ทารญฺจ โปสํ ททมปฺปกสฺมึ สตสหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต ฯ
เพราะเหตุไร ยัญนี้ก็ไพบูลย์ มีค่ามาก จึงไม่เท่าค่าแห่งผลทานของ บุคคลที่ให้โดยชอบธรรมเล่า ไฉนยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์มาบูชา แก่ แก่คนที่ควรบูชาจำนวนพันๆ จึงไม่เท่าแม้ส่วนเสี้ยวแห่งผลทาน ของ คนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรม ให้เกิดโดยชอบให้อยู่?
เกเนส ยญฺโญ วิปุโล มหคฺฆโต สเมน ทินฺนสฺส อนคฺฆเมติ กถํ สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต ฯ
เพราะว่า คนบางพวกตั้งอยู่ในกายกรรมเป็นต้น อันไม่เสมอกัน ทำสัตว์ให้ลำบากบ้าง ฆ่าให้ตายบ้าง ทำให้เศร้าโศกบ้าง แล้วจึงให้ทาน ทักขิณาทานนั้น มีหน้าชุ่มไปด้วยน้ำตา พร้อมทั้งอาชญา จึงไม่เท่าถึง ส่วนเสี้ยวแห่งผลทานที่บุคคลให้แล้วโดยชอบธรรม เพราะอย่างนี้ ยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์มาบูชายัญ แก่คนที่ควรบูชาจำนวนพันๆ จึงไม่ เท่าถึงส่วนเสี้ยวแห่งผลทาน ของคนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรมให้เกิดโดยชอบ ให้อยู่. จบ พิลารโกสิยชาดกที่ ๑๒.
ททนฺติ เหเก วิสเม นิวิฏฺฐา ฆตฺวา วธิตฺวา อถ โสจยิตฺวา สา ทกฺขิณา อสฺสุมุขา สทณฺฑา สเมน ทินฺนสฺส น อคฺฆเมติ เอวํ สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เตติ ฯ พิลารโกสิยชาตกํ ทฺวาทสมํ ฯ ---------