๒. ชุณหชาดก
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๒. ชุณหชาดก ว่าด้วยการคบบัณฑิตและคบคนพาล
๒ ชุณฺหชาตกํ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชน ขอพระองค์ทรงสดับคำของข้าพระองค์ ข้าพระองค์มาถึงในที่นี้ด้วยประโยชน์ในพระเจ้าชุณหะ ข้าแต่พระองค์ผู้ ประเสริฐกว่าสัตว์ ๒ เท้าทั้งหลาย เมื่อพราหมณ์เดินทางยืนขออยู่ บัณฑิตทั้งหลายไม่กล่าวว่า ควรไป.
สุโณหิ มยฺหํ วจนํ ชนินฺท อตฺเถน ชุณฺหมฺหิ อิธานุปตฺโต น พฺราหฺมเณ อทฺธิเก ติฏฺฐมาเน คนฺตพฺพมาหุ ทฺวิปทานเสฏฺฐ ฯ
ดูกรพราหมณ์ ข้าพเจ้ากำลังรอฟังอยู่ ท่านมาถึงในที่นี้ด้วยประโยชน์ อันใด จงบอกประโยชน์อันนั้น หรือว่าท่านปรารถนาประโยชน์อะไร ในข้าพเจ้าจึงมาในที่นี้ เชิญท่านพราหมณ์บอกมาเถิด.
สุโณมิ ติฏฺฐามิ วเทหิ พฺรเหฺม เยนาปิ อตฺเถน อิธานุปตฺโต กํ วา ตฺวมตฺถํ มยิ ปตฺถยาโน อิธาคมา พฺรเหฺม ตทิงฺฆ พฺรูหิ ฯ
ขอพระองค์โปรดพระราชทานบ้านส่วย ๕ ตำบลแก่ข้าพระองค์ ทาสี ๑๐๐ คน โค ๗๐๐ ทองเนื้อดี ๑๐๐๐ แท่ง ขอได้ทรงโปรดประทาน ภรรยาผู้พริ้มเพราแก่ข้าพระองค์ ๒ คน.
ททาหิ เม คามวรานิ ปญฺจ ทาสีสตํ สตฺต ควํสตานิ ปโรสหสฺสญฺจ สุวณฺณนิกฺเข ภริยา จ เม สาทิสี เทฺว ททาหิ ฯ
ดูกรพราหมณ์ ตบะอันมีกำลังกล้าของท่านมีอยู่หรือ หรือว่ามนต์ขลัง ของท่านมีอยู่ หรือว่ายักษ์บางพวกผู้เชื่อฟังถ้อยคำของท่านมีอยู่ หรือ ว่าท่านยังจำได้ถึงประโยชน์ที่ท่านทำแล้วแก่เรา?
ตโป นุ เต พฺราหฺมณ ภึสรูโป มนฺตา นุ เต พฺราหฺมณ จิตฺตรูปา ยกฺขา นุ เต อสฺสวา สนฺติ เกจิ อตฺถํ วา เม อภิชานาสิ กตฺตํ ฯ
ตบะของข้าพระองค์มิได้มี แม้มนต์ของข้าพระองค์ก็มิได้มี ยักษ์บางพวกผู้ เชื่อฟังถ้อยคำของข้าพระองค์ก็ไม่มี อนึ่ง ข้าพระองค์ก็จำไม่ได้ถึงประ- โยชน์ ที่ข้าพระองค์ทำแล้วแก่พระองค์ ก็แต่ว่า เมื่อก่อนได้มีการพบปะ กันเท่านั้นเอง.
น เม ตโป อตฺถิ น จาปิ มนฺตา ยกฺขาปิ เม อสฺสวา นตฺถิ เกจิ อตฺถํปิ เต นาภิชานามิ กตฺตํ ปุพฺเพว โข สงฺคติมตฺตมาสิ ฯ
ข้าพเจ้ารู้อยู่ว่า การเห็นนี้เป็นการเห็นครั้งแรก นอกจากนี้ข้าพเจ้าจำ ไม่ได้ถึงการพบกันในครั้งใดเลย ข้าพเจ้าถามถึงเรื่องนั้น ขอท่านจง บอกแก่ข้าพเจ้าว่า เราได้เคยพบกันเมื่อไรหรือที่ไหน?
ปฐมํ อิทํ ทสฺสนํ ชานโต เม น ตาภิชานามิ อิโต ปุรตฺถา อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ กทา กุหึ วา อหุ สงฺคโม โน ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พระองค์และข้าพระองค์ได้อยู่กันมาแล้วใน เมืองตักกสิลา อันเป็นเมืองที่รื่นรมย์ของพระเจ้าคันธารราช พระองค์ กับข้าพระองค์ได้กระทบไหล่กันในความมืด มีหมอกทึบในนครนั้น ข้า แต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน พระองค์และข้าพระองค์ยืนกันอยู่ในที่ ตรงนั้น เจรจาปราศรัยด้วยคำอันให้ระลึกถึงกันที่ตรงนั้นแล เป็นการ พบกันแห่งพระองค์และข้าพระองค์ ภายหลังจากนั้นมิได้มี ก่อนแต่ นั้นก็ไม่มี.
คนฺธารราชสฺส ปุรมฺหิ รมฺเม อวสิมฺหเส ตกฺกสิลาย เทว ตตฺถนฺธการมฺหิ ติมิสฺสกายํ อํเสน อํสํ สมฆฏฺฏยิมฺหา เต ตตฺถ ฐตฺวาน อุโภ ชนินฺท สาราณิยํ วีติสาริมฺห ตตฺถ สาเยว โน สงฺคติมตฺตมาสิ ตโต น ปจฺฉา น ปุเร กทาจิ ฯ
ดูกรพราหมณ์ การสมาคมกับสัปบุรุษย่อมมีในหมู่มนุษย์บางครั้งบาง คราว บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ทำการพบปะกัน ความสนิทสนม หรือ คุณที่กระทำไว้แล้วในกาลก่อนให้เสื่อมสูญไป.
ยทากทาจิ มนุเชสุ พฺรเหฺม สมาคโม สปฺปุริเสน โหติ น ปณฺฑิตา สงฺคติสนฺถวานิ ปุพฺเพ กตํ วาปิ วินาสยนฺติ ฯ
ส่วนคนพาลทั้งหลาย ย่อมทำการพบปะกัน ความสนิทสนม หรือคุณที่ เขาทำไว้ในกาลก่อนให้เสื่อมสูญไป คุณที่ทำไว้ในคนพาลทั้งหลาย ถึง จะมากมายก็ย่อมเสื่อมไปหมด เพราะว่าคนพาลทั้งหลายเป็นคนอกตัญญู.
พาลา จ โข สงฺคติสนฺถวานิ ปุพฺเพ กตํ วาปิ วินาสยนฺติ พหุํปิ พาเลสุ กตํ วินสฺสติ ตถาหิ พาลา อกตญฺญุรูปา ฯ
ส่วนนักปราชญ์ทั้งหลาย ย่อมไม่ทำการพบปะกัน ความสนิทสนม หรือ คุณที่เขาทำไว้ในกาลก่อน ให้เสื่อมสูญไป คุณที่ทำไว้ในนักปราชญ์ ทั้งหลาย ถึงจะน้อยก็ย่อมไม่เสื่อมหายไป เพราะว่านักปราชญ์ทั้งหลาย เป็นผู้มีความกตัญญูดี ข้าพเจ้าจะให้บ้านส่วย ๕ ตำบลแก่ท่าน ทาสี ๑๐๐ คน โค ๗๐๐ ทองเนื้อดี ๑๐๐๐ แท่ง และภรรยาผู้พริ้มเพรา ๒ คน มีชาติและตระกูลเสมอกัน แก่ท่าน.
ธีรา จ โข สงฺคติสนฺถวานิ ปุพฺเพ กตํ วาปิ น นาสยนฺติ อปฺปํปิ ธีเรสุ กตํ น นสฺสติ ตถาหิ ธีรา สุกตญฺญุรูปา ททามิ เต คามวรานิ ปญฺจ ทาสีสตํ สตฺต ควํสตานิ ปโรสหสฺสญฺจ สุวณฺณนิกฺเข ภริยา จ เต สาทิสี เทฺว ททามิ ฯ
ข้าแต่พระราชา การสมาคมกับสัตบุรุษย่อมเป็นอย่างนี้ ข้าแต่พระองค์ ผู้เป็นใหญ่ในกาสิกรัฐ ข้าพระองค์บริบูรณ์ไปด้วยสมบัติ มีบ้านส่วย เป็นต้น เหมือนพระจันทร์ตั้งอยู่ท่ามกลางแห่งหมู่ดาวทั้งหลาย ฉะนั้น การสังคมกับพระองค์นั่นแล เป็นอันว่าข้าพระองค์ได้แล้วในวันนี้เอง. จบ ชุณหชาดกที่ ๒.
เอวํ สตํ โหติ สเมจฺจ ราช นกฺขตฺตราชาริว ตารกานํ อาปูรตี กาสิปตี ยถา อหํ ตยา หิ เม สงฺคโม อชฺช ลทฺโธติ ฯ ชุณฺหชาตกํ ทุติยํ ฯ ---------