๙. รุรุมิคชาดก
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๙. รุรุมิคชาดก ว่าด้วยน้ำใจของพญาเนื้อรุรุ
๙ รุรุมิคชาตกํ
ใครบอกมฤค ผู้สูงสุดกว่ามฤคทั้งหลายนั้นแก่เราได้ เราจะให้บ้านส่วย และหญิงที่ประดับประดาแล้วแก่ผู้นั้น.
ตสฺส คามวรํ ทมฺมิ นาริโย จ อลงฺกตา โก เม ตํ มิคมกฺขาสิ มิคานํ มิคมุตฺตมํ ฯ
ขอได้โปรดพระราชทานบ้านส่วย และหญิงที่ประดับประดาแล้วแก่ ข้าพระองค์เถิด ข้าพระองค์ จะกราบทูลมฤคผู้สูงสุดกว่ามฤคทั้งหลายแก่ พระองค์.
มยฺหํ คามวรํ เทหิ นาริโย จ อลงฺกตา อหํ เต มิคมกฺขิสฺสํ มิคานํ มิคมุตฺตมํ ฯ
ณ ไพรสณฑ์นั้น มีต้นมะม่วง และต้นรังทั้งหลาย ดอกบานสะพรั่ง พื้นที่แห่งไพรสณฑ์นั้น ดารดาษไปด้วยติณชาติ มีสีเหมือนแมลงค่อม ทอง มฤคตัวนั้นอยู่ที่ไพรสณฑ์นั้น.
เอตสฺมึ วนสณฺฑสฺมึ อมฺพา สาลา จ ปุปฺผิตา อินฺทโคปกสญฺฉนฺนา เอตฺเถโส ติฏฺฐติ มิโค ฯ
พระเจ้าพาราณสี ทรงโก่งธนูสอดใส่ลูกศรไว้ เสด็จเข้าไปแล้ว ส่วน มฤคเห็นพระราชาแล้ว ได้ร้องกราบทูลไปแต่ไกลว่า ข้าแต่พระ มหาราชาผู้ประเสริฐ โปรดทรงรอก่อน อย่าเพิ่งทรงยิงข้าพระบาทเสีย เลย ใครหนอได้กราบทูลความเรื่องแก่พระองค์ว่า มฤคตัวนี้อยู่ ณ ไพรสณฑ์นี้.
ธนุํ อเทฺวชฺฌํ กตฺวาน อุสุํ สนฺนยฺหุปาคมิ มิโค จ ทิสฺวา ราชานํ ทูรโต อชฺฌภาสถ อาคเมหิ มหาราช มา มํ วิชฺฌิ รเถสภ โก นุ เต อิทมกฺขาสิ เอตฺเถโส ติฏฺฐติ มิโค ฯ
ดูกรสหาย บุรุษผู้มีมารยาทอันเลวทราม ยืนอยู่ห่างๆ นั่น บุรุษคนนั้น แหละ ได้บอกความเรื่องนี้แก่เราว่า มฤคตัวนี้อยู่ ณ ไพรสณฑ์นี้.
เอส ปาปจโร โปโส สมฺม ติฏฺฐติ อารกา โส หิ เม อิทมกฺขาสิ เอตฺเถโส ติฏฺฐติ มิโค ฯ
ได้ยินว่า คนบางพวกในโลกนี้ กล่าวความจริงไว้อย่างนี้ว่า ไม้ลอยน้ำยัง ดีกว่า คนบางคนไม่ดีเลย.
สจฺจํ กิเรวมาหํสุ นรา เอกจฺจิยา อิธ กฏฺฐํ นิปาวตํ เสยฺโย น เตฺวเวกจฺจิโย นโร ฯ
ดูกรพญามฤค เธอติเตียนพวกไหนแน่ ติเตียนพวกมฤค พวกนก หรือพวกมนุษย์ เรามีความกลัวไม่น้อย เพราะได้ฟังเจ้าพูดภาษา มนุษย์ได้.
กินฺนุ รุรุ ครหสิ มิคานํ กึ ปกฺขินํ กึ ปน มานุสานํ ภยํ หิ มํ วินฺทตินปฺปรูปํ สุตฺวาน ตํ มานุสิ ภาสมานํ ฯ
ข้าพระองค์ช่วยยกขึ้นซึ่งบุรุษคนใด ผู้ลอยไปในห้วงน้ำคงคา มีน้ำมาก ไหลเชี่ยว ภัยมาถึงข้าพระองค์แล้ว เพราะบุรุษผู้นั้นเป็นเหตุ ข้าแต่ พระมหาราชา การสมาคมกับอสัตบุรุษทั้งหลาย นำทุกข์มาให้โดยแท้.
ยมุทฺธรึ วาหเน วุยฺหมานํ มโหทเก สลิเล สีฆโสเต ตโตนิทานํ ภยมาคตํ มม ทุกฺโข หเว ราช อสพฺภิ สงฺคโม ฯ
เรานั้นจะปล่อยลูกศร ๔ ปีกนี้แหวกไปในอากาศ ให้ไปตัดตรงหัวใจ เราจักฆ่ามันผู้ประทุษร้ายมิตร ผู้ไม่ทำกิจที่ควรทำ ไม่รู้จักผู้กระทำคุณ ให้เช่นท่าน.
โสหํ จตุปฺปตฺตมิมํ วิหงฺคมํ ตนุจฺฉิทํ หทเย โอสชฺชามิ หนามิ ตํ มิตฺตทุพฺภึ อกิจฺจการึ โย ตาทิสํ กมฺมกตํ น ชาเน ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งประชาชน สัตบุรุษทั้งหลายไม่สรรเสริญ การฆ่าบัณฑิต และคนพาลเลย คนผู้มีธรรมอันลามก จงกลับไปสู่ เรือนของเขาตามปรารถนาเถิด อนึ่ง ขอได้โปรดพระราชทานค่าจ้าง ตาม ที่พระองค์ตรัสไว้แก่เขาด้วยเถิด อนึ่ง ข้าพระองค์ ขอทำความปรารถนา ของพระองค์.
ธีรสฺส พาลสฺส หเว ชนินฺท สนฺโต วธํ นปฺปสํสนฺติ ชาตุ กามํ ฆรํ คจฺฉตุ ปาปธมฺโม ยญฺจสฺส ภตฺตํ ตเทตสฺส เทหิ อหญฺจ เต กามกโร ภวามิ ฯ
ดูกรพญามฤค ท่านผู้ไม่ประทุษร้ายต่อมนุษย์ผู้ประทุษร้าย นับเป็นผู้หนึ่ง ในจำนวนสัตบุรุษทั้งหลายเป็นแน่ คนผู้มีธรรมอันลามก จงกลับไปสู่ เรือนของตนตามความปรารถนา อนึ่ง เราจะให้ค่าจ้างที่เราพูดไว้แก่เขา และเราขอให้บ้านส่วยแก่ท่าน.
อทฺธา รุรุ อญฺญตโร สตํ โส โย ทุพฺภิโน มานุสสฺส น ทุพฺภี กามํ ฆรํ คจฺฉตุ ปาปธมฺโม ยญฺจสฺส ภตฺตํ ตเทตสฺส ทมฺมิ อหญฺจ เต คามวรํ ททามิ ฯ
ข้าแต่พระราชา เสียงของสุนัขจิ้งจอกก็ดี ของนกก็ดี รู้ได้ง่าย เสียง ของมนุษย์รู้ได้ยาก ยิ่งกว่านั้น อนึ่ง ผู้ใดเมื่อก่อน เป็นคนใจดี คน ทั้งหลายนับถือว่า เป็นญาติเป็นมิตร หรือเป็นสหาย ภายหลัง ผู้นั้น กลับกลายเป็นศัตรูไปก็ได้ ใจของมนุษย์รู้ได้ยากอย่างนี้.
สุวิชานํ สิคาลานํ สกุนฺตานญฺจ วสฺสิตํ มนุสฺสวสฺสิตํ ราช ทุพฺพิชานตรํ ตโต อปิ เจ มญฺญตี โปโส ญาติ มิตฺโต สขาติ วา โย ปุพฺเพ สุมโน หุตฺวา ปจฺฉา สมฺปชฺชเต ทิโส ฯ
ชาวชนบท และชาวนิคมทั้งหลายมาประชุมพร้อมกันร้องทุกข์ว่า ฝูง เนื้อพากันมากินข้าว ขอพระองค์จงตรัสห้ามฝูงเนื้อนั้นเสียบ้าง พระ- เจ้าข้า.
สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา มิคา ธญฺญานิ ขาทนฺติ ตํ เทโว ปฏิเสธตุ ฯ
ชนบทอย่าได้มี แม้แว่นแคว้นจะพินาศไป ก็ตามทีเถิด เราให้อภัย แก่ฝูงเนื้อและนกยูงแล้ว ไม่ขอประทุษร้ายพญาเนื้อรุรุเป็นอันขาด.
กามํ ชนปโท มาสิ รฏฺฐญฺจาปิ วินสฺสตุ น เตฺววาหํ รุรุํ ทุพฺเภ ทตฺวา อภย ปกฺขินํ ฯ
ชาวชนบทของเราจะไม่มีก็ตาม ชาวชนบทจะไม่พูดกะเราก็ตาม เราได้ ให้พรแก่พญาเนื้อไว้แล้ว จะไม่พูดเท็จเป็นอันขาด. จบ รุรุมิคชาดกที่ ๙.
มา เม ชนปโท อาสิ มา มํ ชนปโท อหุ น เตฺววาหํ มิคราชสฺส วรํ ทตฺวา มุสา ภเณติ ฯ รุรุมิคชาตกํ นวมํ ฯ ---------