๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก ว่าด้วยการให้ทานในท่านใด มีผลมาก
๑๓ ภิกฺขาปรมฺปรชาตกํ
ข้าพระพุทธเจ้าได้เห็นพระองค์ผู้ทรงเป็นสุขุมาลชาติ เคยประทับใน พระตำหนักอันประเสริฐ ทรงบรรทมเหนือพระยี่ภู่อันใหญ่โต เสด็จจาก แว่นแคว้นมาสู่ดง จึงได้ทูลถวายข้าวสุกอย่างดีแห่งข้าวสาลี เป็นภัต อันวิจิตร มีแกงเนื้ออันสะอาดด้วยความรักต่อพระองค์ พระองค์ทรงรับ ภัตนั้นแล้ว มิได้เสวยด้วยพระองค์เอง ได้พระราชทานแก่พราหมณ์ ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์ ข้อนี้เป็นธรรมอะไรของพระองค์?
สุขุมาลรูปํ ทิสฺวา รฏฺฐา วิวนมาคตํ กูฏาคารวรูเปตํ มหาสยนมุโปจิตํ ตสฺส เต เปมเกนาหํ อทาสึ วฑฺฒโมทนํ สาลีนํ วิจิตฺตํ ภตฺตํ สุจิมํสูปเสจนํ ตํ ตฺวํ ภตฺตํ ปฏิคฺคยฺห พฺราหฺมณสฺส อทาปยิ อตฺตานํ อนสิตฺวาน โกยํ ธมฺโม นมตฺถุ เต ฯ
พราหมณ์เป็นอาจารย์ของฉัน เป็นผู้ขวนขวายในกิจน้อยกิจใหญ่ ทั้งเป็น ครู และเป็นผู้คอยตักเตือน ฉันควรให้โภชนะ.
อาจริโย พฺราหฺมโณ มยฺหํ กิจฺจากิจฺเจสุ วฺยาวโฏ ครุ จ อามนฺตนิโย จ ทาตุมรหามิ โภชนํ ฯ
บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านพราหมณ์ผู้โคดมอันพระราชาทรงบูชา พระราชา ทรงพระราชทานภัต อันมีแกงเนื้ออย่างสะอาดแก่ท่าน ท่านรับภัตนั้น แล้วได้ถวายโภชนะแก่ฤาษี ชะรอยท่านจะรู้ว่า ตนมิได้เป็นเขตแห่งท่าน ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแก่ท่าน ธรรมข้อนี้เป็นธรรมอะไรของท่าน?
พฺราหฺมณํทานิ ปุจฺฉามิ โคตมํ ราชปูชิตํ ราชา เต ภตฺตํ ปาทาสิ สุจิมํสูปเสจนํ ตํ ตฺวํ ภตฺตํ ปฏิคฺคยฺห อิสิสฺส โภชนํ อทา อเขตฺตญฺญูสิ ทานสฺส โกยํ ธมฺโม นมตฺถุ เต ฯ
ข้าพเจ้ายังกำหนัดอยู่ในเรือนทั้งหลาย ต้องเลี้ยงบุตรและภรรยา ถวาย อนุศาสน์แก่พระราชา เชิญให้เสวยกามอันเป็นของมนุษย์ ข้าพเจ้าควร ถวายโภชนะแก่ฤาษี ผู้อยู่ในป่าสิ้นกาลนาน ผู้เรืองตบะ เป็นวุฒบุคคล อบรมตนแล้ว.
ภรามิ ปุตฺตทาเร จ ฆเรสุ คธิโต อหํ ภุญฺช มานุสเก กาเม อนุสาสามิ ราชิโน อารญฺญิกสฺส อิสิโน จิรรตฺตํ ตปสฺสิโน วุฑฺฒสฺส ภาวิตตฺตสฺส ทาตุมรหามิ โภชนํ ฯ
บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านฤาษีผู้ซูบผอม สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น มีเล็บ และขนรักแร้งอกยาว ฟันเขลอะ มีธุลีบนศีรษะ ท่านอยู่ในป่าผู้เดียว ไม่ห่วงใยชีวิต ภิกษุที่ท่านถวายโภชนะนั้นดีกว่าท่านด้วยคุณข้อไหน?
อิสิญฺจทานิ ปุจฺฉามิ กีสํ ธมนิสนฺถตํ ปรูฬฺหกจฺฉนขโลมํ ปงฺกทนฺตํ รชสฺสิรํ เอโก อรญฺเญ วิหรสิ นาวกงฺขสิ ชีวิตํ ภิกฺขุ เกน ตยา เสยฺโย ยสฺส ตฺวํ โภชนํ อทา ฯ
อาตมภาพยังขุดเผือก มันมือเสือ มันนก ยังเก็บข้าวฟ่างและลูกเดือย มาตากตำ เที่ยวหาฝักบัว เหง้าบัว น้ำผึ้ง เนื้อสัตว์ พุทราและมะขาม ป้อมมาบริโภค ความยึดถือนั้นของอาตมายังมีอยู่ เมื่ออาตมายังหุงต้ม ก็ควรถวายโภชนะแก่ท่านผู้ไม่หุงต้ม ยังมีกังวลก็ควรถวายโภชนะแก่ ผู้ไม่มีความห่วงใย ยังมีความถือมั่น ก็ควรถวายโภชนะแก่ท่านผู้ไม่มี ความถือมั่น.
ขณมาลุกลมฺพานิ พิลาลิตกฺกลานิ จ ธุนํ สามากนิวารํ สํหาริยํ ปหาริยํ สากํ ภิสํ มธุํ มํสํ พทรามลกานิ จ ตานิ อาหตฺว ภุญฺชามิ อตฺถิ เม โส ปริคฺคโห ปจนฺโต อปจนฺตสฺส อมมสฺส สกิญฺจโน อนาทานสฺส สาทาโน ทาตุมรหามิ โภชนํ ฯ
บัดนี้ กระผมขอถามท่าน ภิกษุผู้นั่งนิ่ง มีวัตรอันดี พระฤาษีถวาย ภัตตาหารอันปรุงด้วยเนื้อสะอาดแก่ท่านดังนั้น ท่านรับภัตตาหารนั้นแล้ว นั่งนิ่ง ฉันอยู่องค์เดียว ไม่เชื้อเชิญใครๆ อื่น กระผมขอนมัสการแด่ พระคุณท่าน นี้เป็นธรรมอะไรของพระคุณท่าน?
ภิกฺขุญฺจทานิ ปุจฺฉามิ ตุณฺหิมาสีน สุพฺพตํ อิติ เต ภตฺตํ ปาทาสิ สุจิมํสูปเสจนํ ตํ ตฺวํ ภตฺตํ ปฏิคฺคยฺห ตุณฺหี ภุญฺชสิ เอกโก นาญฺญํ กญฺจิ นิมนฺเตสิ โกยํ ธมฺโม นมตฺถุ เต ฯ
อาตมาไม่ได้หุงต้มเอง ไม่ได้ให้ใครหุงต้ม ไม่ได้ตัดเอง ไม่ได้ให้ใคร ตัด ฤาษีรู้ว่าอาตมาไม่มีความกังวล เป็นผู้ห่างไกลจากบาปทั้งปวง จึง ถือภิกษาหารด้วยมือซ้าย ถือเต้าน้ำด้วยมือขวา ถวายภัตตาหารอันปรุง ด้วยเนื้อสะอาดแก่อาตมา. บุคคลเหล่านี้ยังมีความห่วงใย ยังมีความยึด ถือ จึงสมควรจะให้ทาน อาตมาเข้าใจเอาว่า การที่บุคคลเชื้อเชิญผู้ให้ นั้นเป็นการผิด
น ปจามิ น ปาเจมิ น ฉินฺทามิ น เฉทเย ตํ มํ อกิญฺจนํ ญตฺวา สพฺพปาเปหิ อารตํ วาเมน ภิกฺขมาทาย ทกฺขิเณน กมณฺฑลุํ อิสิ เม ภตฺตํ ปาทาสิ สุจิมํสูปเสจนํ ฯ เอเต หิ ทาตุมรหนฺติ สมฺมา สปริคฺคหา ปจฺจนีกมหํ มญฺเญ โย ทาตารํ นิมนฺตเย ฯ
วันนี้ พระราชาผู้ประเสริฐเสด็จมา ณ ที่นี้เพื่อประโยชน์แก่ข้าพระ- พุทธเจ้าหนอ ข้าพระพุทธเจ้าเพิ่งทราบชัดวันนี้เองว่าทานที่ให้ในท่าน ผู้ใดจะมีผลมาก. พระราชาทั้งหลายทรงกังวลอยู่ในแว่นแคว้น พราหมณ์ ทั้งหลายกังวลอยู่ในกิจน้อยกิจใหญ่ ฤาษีกังวลอยู่ในเหง้ามันและผลไม้ ส่วนพวกภิกษุหลุดพ้นได้แล้ว จบ ภิกขาปรัมปรชาดกที่ ๑๓. รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สาลิเกทารชาดก ๒. จันทกินนรชาดก ๓. มหาอุกกุสชาดก ๔. อุททาลกชาดก ๕. ภิสชาดก ๖. สุรุจิชาดก ๗. ปัญจุโปสถิกชาดก ๘. มหาโมรชาดก ๙. ตัจฉกสูกรชาดก ๑๐. มหาวาณิชชาดก ๑๑. สาธินราชชาดก ๑๒. ทสพราหมณ์ชาดก ๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก. จบ ปกิณณกนิบาตชาดก -----------------------------------------------------
อตฺถาย วต เม อชฺช อิธาคจฺฉิ รเถสโภ โยหํ อชฺช ปชานามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ รฏฺเฐสุ คิทฺธา ราชาโน กิจฺจากิจฺเจสุ พฺราหฺมณา อิสี มูลผเล คิทฺธา วิปฺปมุตฺตา จ ภิกฺขโวติ ฯ ภิกฺขาปรมฺปรชาตกํ เตรสมํ ฯ --------- ตสฺสุทฺทานํ สุว กินฺนรมุกฺก ขราชินโส ภิสชาต มเหสิ กโปตวโร อถ โมร สตจฺฉก วาณิชโก อถ ราช สพฺราหฺมณ ภิกฺขปรํ ฯ ปกิณฺณกนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------