This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

๑๑. มหาปโลภนชาดก

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation31 items1 editions

๑๑. มหาปโลภนชาดก (๕๐๗) ว่าด้วยการประเล้าประโลมให้หลง (พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาตรัสว่า)

๒๘๔

เทพบุตรผู้มีฤทธิ์มาก จุติจากพรหมโลก บังเกิดเป็นพระโอรสของพระราชาผู้ดำรงอยู่ในราชสมบัติ ซึ่งให้สำเร็จความปรารถนาทุกประการ

๒๘๕

กามก็ดี ความสำคัญในกามก็ดี ไม่มีในพรหมโลก พระกุมารนั้นทรงรังเกียจกามทั้งหลาย เพราะสัญญานั้นนั่นเอง

๒๘๖

ก็ภายในเมือง ได้มีเรือนสำหรับบำเพ็ญฌาน ที่พระราชบิดาโปรดให้สร้างไว้อย่างดีเพื่อพระกุมารนั้น พระกุมารทรงหลีกเร้นบำเพ็ญฌานอยู่พระองค์เดียว ในที่ลับในเรือนสำหรับบำเพ็ญฌานนั้น

๒๘๗

พระราชาพระองค์นั้นทรงอัดอั้นตันพระทัย ด้วยความโศกเพราะพระโอรส ได้ทรงบ่นเพ้อรำพันว่า ก็โอรสองค์เดียวของเรานี้ช่างไม่บริโภคกามเสียเลย (พระราชาทรงบ่นเพ้อรำพันว่า)

๒๘๘

ผู้ใดพึงเล้าโลมโอรสของเราโดยที่เขาพึงปรารถนากามได้บ้าง อุบายในข้อนี้นั้นเป็นอย่างไรหนอ หรือใครรู้เหตุที่จะทำให้โอรสของเรานั้นเกี่ยวข้องกามได้บ้าง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๑. มหาปโลภนชาดก (๕๐๗) (พระศาสดาตรัสเล่าเรื่องว่า)

๒๘๙

ภายในเมืองนั้นเอง ได้มีกุมารีแรกรุ่นนางหนึ่ง มีผิวพรรณรูปร่างงดงาม เป็นหญิงฉลาดการฟ้อนรำขับร้อง และได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีในการบรรเลงดนตรี

๒๙๐

นางได้เข้าไปภายในพระราชฐาน ได้กราบทูลพระราชาดังนี้ว่า ถ้าหม่อมฉันจักได้พระกุมารเป็นภัสดา หม่อมฉันก็พึงประเล้าประโลมพระกุมารนั้น

๒๙๑

พระราชาได้ตรัสกับนางผู้กราบทูลอย่างนั้นดังนี้ว่า เธอประเล้าประโลมเขาได้ เธอจักได้เขาเป็นภัสดา (พระศาสดาทรงประกาศความข้อนั้นว่า)

๒๙๒

ก็นางครั้นไปถึงภายในพระราชฐาน ได้บรรเลงดนตรียั่วยวนความใคร่นานับประการ ขับกล่อมคาถาอันไพเราะจับใจ น่ารักใคร่

๒๙๓

ก็เพราะทรงสดับเสียงขับกล่อมแห่งนารีนั้นขับกล่อมอยู่ กามฉันทะได้เกิดขึ้นแก่พระกุมารนั้น พระองค์จึงทรงสอบถามชนผู้อยู่รอบๆ ข้างว่า

๒๙๔

นั่นเสียงใครกัน ใครกันนั่นขับร้องสำเนียงเสียงสูงๆ ต่ำๆ ได้อย่างไพเราะ จับใจ น่ารักใคร่นักหนา เสนาะหูเราเหลือเกิน (ข้าราชบริพารกราบทูลว่า)

๒๙๕

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ นั่นเป็นเสียงสตรี น่าเพลิดเพลินมิใช่น้อย ถ้าพระองค์พึงบริโภคกาม กามทั้งหลายจะพึงทำพระองค์ให้พอพระทัยยิ่งขึ้น (พระราชกุมารตรัสว่า)

๒๙๖

เชิญนางมาทางนี้ ทำไมขับร้องอยู่ห่างไกลนัก จงขับร้องอยู่ใกล้ๆ ตำหนักของเรา และใกล้ๆ เรา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๑. มหาปโลภนชาดก (๕๐๗) (พระศาสดาตรัสต่อไปว่า)

๒๙๗

นางขับร้องอยู่ภายนอกฝาห้องพระบรรทม แล้วได้เลื่อนเข้าไปในเรือนสำหรับบำเพ็ญฌานโดยลำดับ เพื่อจะผูกมัดพระกุมารเหมือนการจับช้างป่า

๒๙๘

เพราะทรงรู้รสแห่งกาม ความริษยาได้เกิดแก่พระกุมารว่า เราเท่านั้นพึงบริโภคกาม อย่าพึงมีชายอื่นอยู่เลย

๒๙๙

ต่อแต่นั้น ทรงจับพระแสงดาบ เสด็จเข้าไปหาชายทั้งหลาย เพื่อจะทรงฆ่าทิ้งเสีย ด้วยพระดำริว่า เราคนเดียวเท่านั้นจักบริโภคกาม อย่าพึงมีชายอื่นอยู่เลย

๓๐๐

แต่นั้น ชาวชนบททั้งปวงได้มาพร้อมกันคร่ำครวญร้องทุกข์ว่า ขอเดชะมหาราช พระราชโอรสพระองค์นี้ ทรงเบียดเบียนชนผู้ไม่ประทุษร้าย พระเจ้าข้า

๓๐๑

ก็ขัตติยราชาทรงเนรเทศพระราชโอรสพระองค์นั้น จากรัฐสีมาของพระองค์ด้วยพระบรมราชโองการว่า แว่นแคว้นพ่อมีอยู่ประมาณเพียงใด เจ้าไม่ควรอยู่ในเขตมีประมาณเพียงนั้น

๓๐๒

ครั้งนั้น พระราชโอรสนั้นทรงพาพระชายา เสด็จไปถึงฝั่งสมุทรแห่งหนึ่ง ทรงสร้างบรรณศาลาแล้วเสด็จเข้าป่าเพื่อทรงแสวงหาผลาผล

๓๐๓

ครั้งนั้น ฤๅษีตนหนึ่งได้เหาะมาเหนือสมุทรถึงบรรณศาลานั้น ท่านได้เข้าไปยังบรรณศาลาของพระกุมารนั้น ในเวลาที่นางกุมาริกาจัดแจงพระกระยาหาร

๓๐๔

ส่วนพระชายาได้ประเล้าประโลมฤๅษีนั้น ดูเอาเถิด กรรมที่นางทำแสนจะหยาบช้าเพียงไร ที่ฤๅษีตนนั้นเคลื่อนจากพรหมจรรย์และเสื่อมจากฤทธิ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๑. มหาปโลภนชาดก (๕๐๗)

๓๐๕

ฝ่ายพระราชบุตรแสวงหามูลผลาผลในป่าได้เป็นจำนวนมาก ทรงหาบมาในเวลาใกล้เที่ยงวัน เสด็จเข้าไปยังพระอาศรม

๓๐๖

ก็แลฤๅษีพอเห็นขัตติยกุมาร จึงหลบไปยังฝั่งสมุทร ด้วยดำริว่า เราจักเหาะไป แต่ท่านก็จมลงในห้วงน้ำใหญ่

๓๐๗

ฝ่ายขัตติยกุมารทอดพระเนตรเห็นฤๅษีจมอยู่ในห่วงน้ำใหญ่ เพื่อจะทรงช่วยเหลือท่าน จึงได้ตรัสคาถาเหล่านี้ว่า

๓๐๘

ตัวท่านเองเดินมาได้บนผิวน้ำไม่แตกแยกด้วยฤทธิ์ ครั้นถึงความคลุกคลีกับหญิงแล้ว จึงจมลงในห้วงน้ำใหญ่

๓๐๙

ธรรมดาหญิงทั้งหลายมีความหมุนเวียนเปลี่ยนอยู่เสมอ มีมายามาก ทำพรหมจรรย์ให้กำเริบ ย่อมจมลง(ในนรก) บุคคลรู้ชัดเนื้อความข้อนั้นแล้ว พึงเว้นให้ห่างไกล

๓๑๐

หญิงเหล่านั้นพูดจาอ่อนหวาน ไม่รู้จักพอ ให้เต็มได้ยากเหมือนกับแม่น้ำ ย่อมจมลง(ในนรก) บุคคลรู้ชัดเนื้อความข้อนั้นแล้ว พึงเว้นให้ห่างไกล

๓๑๑

หญิงเหล่านั้นคบหาชายใด ด้วยความพอใจหรือด้วยทรัพย์ก็ตาม ย่อมตามเผาผลาญชายนั้นทันที เหมือนไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ของตนเอง

๓๑๒

ความเบื่อหน่ายได้มีแก่ฤๅษีเพราะฟังพระดำรัสของขัตติยกุมาร ฤๅษีนั้นกลับได้ทางที่ได้บรรลุมาก่อน จึงเหาะกลับไป

๓๑๓

ฝ่ายขัตติยกุมารผู้ทรงพระปรีชา ทอดพระเนตรเห็นฤๅษีกำลังเหาะไป ทรงได้ความสังเวช จึงน้อมพระทัยสู่บรรพชา

๓๑๔

ต่อแต่นั้น พระองค์ทรงบรรพชา สำรอกกามราคะได้แล้ว ทรงเข้าถึงพรหมโลก ดังนี้ มหาปโลภนชาดกที่ ๑๑ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๓}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๑๑. มหาปโลภนชาดก