This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๑. กิงฉันทชาดก

Text only · no interpretationข้อ ๒๒๘๕–๒๒๙๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑7 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ติงสตินิบาตชาดก ๑. กิงฉันทชาดก ว่าด้วยโทษที่ฉกฉวยเอาประโยชน์ของคนอื่น

ตึสตินิปาตชาตกํ ๑ กึฉนฺทชาตกํ

๒๒๘๕

ดูกรพราหมณ์ ท่านมีความพอใจอะไร มีความประสงค์อะไร ปรารถนา อะไร แสวงหาอะไร ด้วยต้องการอะไร จึงมานั่งอยู่แต่ผู้เดียวในเวลา ร้อน?

กึฉนฺโท กิมธิปฺปาโย เอโก สมฺมสิ ฆมฺมนิ กึ ปตฺถยาโน กึ เอสํ เกน อตฺเถน พฺราหฺมณ ฯ

๒๒๘๖

หม้อน้ำใหญ่มีรูปทรงงดงาม ฉันใด ผลมะม่วงสุกอันมีสีกลิ่นและรส อย่างดีเยี่ยม ก็มีอุปมัย ฉันนั้น. เราได้เห็นผลมะม่วงนั้น อันกระแสน้ำ พัดลอยมาในท่ามกลางแม่น้ำ ได้เอามือทั้งสองหยิบมาวางไว้ในเรือนไฟ. แต่นั้นก็วางไว้บนใบตอง ทำวิกัปด้วยมีดเองแล้วฉัน ความหิวและความ กระหายของเราหายไป. เราหมดความกระวนกระวายใจ พอมะม่วงหมด เราต้องอดทนต่อความทุกข์ ย่อมไม่ได้ประสบความพอใจในผลไม้ไรๆ อื่น. ผลมะม่วงซึ่งมีรสอร่อยหวานจับใจ ลอยมาในห้วงน้ำใหญ่ เราก็ เก็บขึ้นมาจากแม่น้ำ จักทำให้เราซูบผอม นำความตายมาให้เราเป็นแน่ เราได้บอกเหตุที่เราหิวกระหายแก่ท่านหมดสิ้นแล้ว. เรานั่งอยู่ที่แม่น้ำ น่ารื่นรมย์กว้างใหญ่ มีปลาโลมาขนาดใหญ่อาศัยอยู่ ดูกรท่านผู้มีอายุ ยืนอยู่เฉพาะหน้า มีร่างกายงดงามเอวกลมดี เกลี้ยงเกลาดังแผ่นทองใบ และเหมือนนางพยัคฆีที่สัญจรอยู่ตามซอกเขา ท่านเป็นใคร หรือว่าท่าน มา ณ ที่นี้เพื่ออะไร ขอท่านจงบอกความนั้นแก่เราเถิด? นางเทพนารี ในเทวโลก ที่เป็นบริจาริกาแห่งทวยเทพทั้งหลายก็ตาม สตรีที่มีรูป งดงามในมนุษยโลกก็ตาม ที่จะมีรูปงามเสมอด้วยท่านไม่มี ท่านผู้มีขา งาม เราถามท่านแล้ว ขอจงบอกชื่อและเผ่าพันธุ์เถิด?

ยถา มหา วาริธโร กุมฺโภ สุปริณาหวา ตถูปมํ อมฺพปกฺกํ วณฺณคนฺธรสุตฺตมํ ฯ ตํ วุยฺหมานํ โสเตน ทิสฺวานามลมชฺฌิเม ปาณีภิ นํ คเหตฺวาน อคฺยายตนมาหรึ ฯ ตโต กทลิปตฺเตสุ นิกฺขิปิตฺวา สยํ อหํ สตฺเถน นํ วิกปฺเปตฺวา ขุปฺปิปาสํ อหาสิ เม ฯ โสหํ อเปตทรโถ พฺยนฺตีภูโต ทุกฺขกฺขโม อสฺสาทํ นาธิคจฺฉามิ ผเลสฺวญฺเญสุ เกสุจิ ฯ โสสิตฺวา นูน มรณํ ตํ มมํ อาวหิสฺสติ อมฺพํ ยสฺส ผลํ สาทุํ มธุรคฺคํ มโนรมํ ฯ ยมุทฺธรึ วุยฺหมานํ อุทธิสฺมา มหณฺณเว อกฺขาตํ เต มยา สพฺพํ ยสฺมา อุปวสามหํ ฯ รมฺมํ ปติ นิสินฺโนสฺมิ ปุถุโลมายุตา ปุถุ ตญฺจ โข เมว อกฺขาหิ อตฺตานมปลายินี ฯ กา วา ตฺวมสิ กลฺยาณี กิสฺส วา ตฺวํ สุมชฺฌิเม รูปปฏฺฏปฺลมฏฺฐีว พฺยคฺฆีว คิริสานุชา ฯ ยา สนฺติ นาริโย เทเวสุ เทวานํ ปริจาริกา ยา จ มนุสฺสโลกสฺมึ รูเปนนฺวาคติตฺถิโย ฯ รูเปน เต สทิสี นตฺถิ เทวคนฺธพฺพมานุเส ปุฏฺฐาสิ เม จารุปุพฺพงฺคี พฺรูหิ นามญฺจ พนฺธเว ฯ

๒๒๘๗

ดูกรพราหมณ์ ท่านนั่งอยู่ที่แม่น้ำใด ชื่อว่าโกสิกี น่ารื่นรมย์ ข้าพเจ้า อาศัยอยู่ที่แม่น้ำนั้น อันมีกระแสไหลเชี่ยว. มีลำห้วยและลำธาร ไหล มาจากเขาหลายแห่ง เกลื่อนกล่นไปด้วยหมู่ไม้นานาพรรณ ย่อมไหล ตรงมารวมอยู่ที่ข้าพเจ้าทั้งนั้น. ใช่แต่เท่านั้น ยังมีน้ำที่ไหลมาจากป่า มี กระแสเชี่ยวสีเขียวปัด อีกมากหลาย และน้ำที่พวกนาคกระทำให้มีสี วิจิตรต่างๆ ย่อมไหลมาตามกระแสน้ำ. แม่น้ำเหล่านั้น ย่อมพัดเอาผล มะม่วง ผลชมพู่ ผลขนุนสำมะลอ ผลกระทุ่ม ผลตาล และผลมะเดื่อ เป็นอันมากมาเนืองๆ ผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งที่ฝั่งทั้งสองตกลงในน้ำแล้ว ย่อมตกอยู่ในอำนาจแห่งกระแสน้ำของข้าพเจ้าโดยไม่ต้องสงสัย. ดูกร ท่านผู้เป็นปราชญ์ มีปัญญามาก ผู้เป็นใหญ่กว่าชน ท่านรู้อย่างนี้แล้ว จงฟังข้าพเจ้า ท่านอย่าชอบใจความข้องด้วยตัณหาเลย จงห้ามเสียเถิด. ดูกรพระราชฤาษี ผู้ผดุงรัฐให้เจริญ ข้าพเจ้าไม่เข้าใจว่า ท่านจะเจริญ รุ่งเรืองได้อย่างไร เมื่อท่านซูบผอม รอความตายอยู่. พรหม คนธรรพ์ เทวดา และฤาษีทั้งหลายในโลกนี้ ผู้มีตนอันสำรวมแล้ว เรืองตบะ เริ่มตั้งความเพียร ผู้เรืองยศ ย่อมรู้ความที่บุคคลผู้เป็นไปในอำนาจแห่ง ตัณหา โดยไม่ต้องสงสัยเลย.

ยํ ตฺวํ ปติ นิสินฺโนสิ รมฺมํ พฺราหฺมณ โกสิกึ สาหํ ภูสาลยา วุตฺถา วรวาริวโหฆสา ฯ นานาทุมคณากิณฺณา พหุกา คิริกนฺทรา มเมว ปมุขา โหนฺติ อภิสนฺทนฺติ ปาวุเส ฯ อโถ พหู วนโตทา นีลวาริวหินฺธรา พหุกา นาคจิตฺโตทา อภิสนฺทนฺติ วารินา ฯ ตา อมฺพชมฺพุลพุชา นิปาตาลมุทุมฺพรา พหูนิ ผลชาตานิ อาวหนฺติ อภิณฺหโส ฯ ยงฺกิญฺจิ อุภโต ตีเร ผลํ ปตติ อมฺพุนิ อสํสยนฺตํ โสตสฺส ผลํ โหติ วสานุคํ ฯ เอตทญฺญาย เมธาวี ปุถุปญฺญ สุโณหิ เม มา โรจย อภิสงฺคํ ปฏิเสธ ชนาธิป ฯ น วาหํ วฑฺฒวํ มญฺเญ ยํ ตฺวํ รฏฺฐาภิวฑฺฒน อาเจยฺยมาโน ราชิสิ มรณํ อภิกงฺขสิ ฯ ตสฺส ชานนฺติ ปิตโร คนฺธพฺพาว สเทวกา เย จาปิ อิสโย โลเก สญฺญตตฺตา ตปสฺสิโน อสํสยนฺเตปิ ชานนฺติ ปฏฺฐภูตา ยสสฺสิโน ฯ

๒๒๘๘

บาปย่อมไม่เจริญแก่นรชนผู้รู้ความสลาย และความเคลื่อนแห่งชีวิต อย่างนี้ ชื่อว่าผู้รู้ธรรมทั้งปวง. ถ้านรชนนั้นไม่คิดฆ่าคนอื่น. ดูกรท่าน ผู้อันหมู่ฤาษีรู้กันดีแล้ว ผู้กล่าวคำอันงดงาม ท่านปรากฏว่าทำประโยชน์ ให้แก่โลกอย่างนี้ ไฉนจึงแสวงหาบาปกรรมให้แก่ตน? ดูกรท่านผู้มี ตะโพกอันผึ่งผาย ถ้าเราจักตายอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำของท่าน เมื่อเราตายแล้ว ความติเตียนก็จะมาถึงท่านโดยไม่ต้องสงสัย. ดูกรท่านผู้มีสะเอวกลม- กลึง เพราะฉะนั้นแล ท่านจงรักษาบาปกรรมไว้เถิด อย่าให้คนทั้งปวง ติเตียนท่านได้ภายหลัง ในเมื่อเราตายไปแล้ว.

เอวํ วิทิตฺวา วิทู สพฺพธมฺมํ นิทฺธํสนํ จวนํ ชีวิตสฺส น จียตี ตสฺส นรสฺส ปาปํ สเจ น เจเตติ วธาย ตสฺส ฯ อิสิปูคสมญฺญาเต เอวํ โลกฺยา วิทิตา ปติ อนริยํ ปริสมฺภาเส ปาปกมฺมํ ชิคึสสิ ฯ สเจ อหํ มริสฺสามิ ตีเร เต ปุถุสุสฺโสณิ อสํสยนฺตํ อสิโลโก มยิ เปเต อาคมิสฺสติ ฯ ตสฺมาหิ ปาปกํ กมฺมํ รกฺขสฺสุ จ สุมชฺฌิเม มา ตฺวํ สพฺโพ ชโน ปจฺฉา ปกฺวกฺขาสิ มยี มเต ฯ

๒๒๘๙

เหตุนั้น ข้าพเจ้าทราบแล้ว ท่านจงอดกลั้นไว้ก่อน ข้าพเจ้าจะยอมตน และให้มะม่วงแก่ท่าน เพราะท่านละกามคุณที่ละได้ยาก แล้วตั้งไว้ซึ่ง ความสงบ และสุจริตธรรม. บุคคลใดละสังโยชน์ในก่อน แล้วตั้งอยู่ ในสังโยชน์ในภายหลัง ประพฤติอธรรมอยู่ บาปย่อมพอกพูนแก่บุคคล นั้น. มาเถิด ข้าพเจ้าจะนำท่านไปยังสวนมะม่วง แต่ท่านจะต้องมีความ ขวนขวายน้อย ข้าพเจ้าจะนำท่านไปในสวนมะม่วงอันร่มเย็น ท่านจง เป็นผู้มีความขวนขวายอยู่เถิด. ดูกรท่านผู้ปราบปรามข้าศึก สวนนั้น เกลื่อนกล่นไปด้วยหมู่นกที่มัวเมาอยู่ในรสดอกไม้ มีนกกระเรียน นกยูง นกเขาซึ่งมีสร้อยคออันน่าชม มีหมู่หงส์ส่งเสียงร้องขรม ฝูงนกดุเหว่า ที่ร้องปลุกสัตว์ทั้งหลายอยู่ในสวนมะม่วงนั้น. ผลมะม่วงในสวนนั้นดก เป็นพวงๆ ดุจฟ่อนฟาง ปลายกิ่งห้อยโน้มลงมา มีทั้งต้นคำ ต้นสน ต้นกระทุ่ม และผลตาลสุกห้อยอยู่เรียงราย.

อญฺญาตเมตํ อวิสยฺหสาหิ อตฺตานมมฺพญฺจ ททามิ เต ตํ โย ทุจฺจเช กามคุเณ ปหาย สนฺติญฺจ ธมฺมญฺจ อธิฏฺฐิโตสิ ฯ โย หิตฺวา ปุพฺพสญฺโญคํ ปจฺฉาสญฺโญชเน ฐิโต อธมฺมญฺเจว จรติ ปาปญฺจสฺส ปวฑฺฒติ ฯ เอหิ ตํ ปาปยิสฺสามิ กามํ อปฺโปสฺสุโก ภว อุปานยามิ สีตสฺมึ วิหราหิ อนุสฺสุโก ฯ ตํ ปุปฺผรสมตฺเตหิ วงฺกงฺเคหิ อรินฺทม โกญฺจา มยูรา ทิวิยา โกยฏฺฐิมธุสาลิยา กูชิตา หํสปูเคภิ โกกิเลตฺถ ปโพธเร ฯ อมฺเพตฺถ วิปฺปสูนคฺคา ปลาลขลสนฺนิภา โกสุมฺพสลฬานีปา ปกฺกตาลวิลมฺพิโน ฯ

๒๒๙๐

ท่านทรงทิพมาลา ผ้าโพกศีรษะ และเครื่องอาภรณ์ล้วนแต่เป็นทิพย์ มีทองต้นแขน ลูบไล้ด้วยจุรณจันทน์ กลางคืน หญิง ๑๖,๐๐๐ คน เป็น บริจาริกาบำเรอท่านอยู่ แต่กลางวัน ท่านเสวยทุกขเวทนา ท่านมีอานุภาพ มากอย่างนี้ ไม่เคยปรากฏมี ท่านขนลุกขนพอง. เมื่อก่อนท่านได้ทำ บาปกรรมอะไรอันนำทุกข์มาให้แก่ตน ในมนุษยโลก ท่านจึงต้องกิน เนื้อของตนอยู่ ในบัดนี้?

มาลี ติรีฏี กายุรี องฺคที จนฺทนุสฺสโท รตฺตึ ตฺวํ ปริจาเรสิ ทิวา เวเทสิ เวทนํ ฯ โสฬสิตฺถีสหสฺสานิ ยา เตมา ปริจาริกา เอวํ มหานุภาโวสิ อพฺภูโต โลมหํสโน ฯ กึ กมฺมมกริ ปุพฺเพ ปาปํ อตฺตทุขาวหํ ยํ กริตฺวา มนุสฺเสสุ ปิฏฺฐิมํสานิ ขาทสิ ฯ

๒๒๙๑

ข้าพเจ้าเรียนไตรเพทจบแล้ว หมกมุ่นอยู่ในกามทั้งหลาย ได้ประพฤติ เพื่อสิ่งมิใช่ประโยชน์แก่ผู้อื่นตลอดกาลนาน. ผู้ที่กินเนื้อหลังของคนอื่น ย่อมควักเนื้อข้างหลังตนเองกิน เหมือนข้าพเจ้ากินเนื้อหลังของตนอยู่ ทุกวันนี้ ฉะนั้นแล. จบ กิงฉันทชาดกที่ ๑.

อชฺเฌนานิ ปฏิคฺคยฺห กาเมสุ คิทฺธิโต อหํ อจรึ ทีฆมทฺธานํ ปเรสํ อหิตายหํ ฯ โย ปิฏฺฐิมํสิโก โหติ เอวํ อุกฺกจฺจ ขาทติ ยถาหมชฺช ขาทามิ ปิฏฺฐิมํสานิ อตฺตโนติ ฯ กึฉนฺทชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๑. กิงฉันทชาดก