This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

๓. อลัมพุสาชาดก

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation48 items1 editions

๓. อลัมพุสาชาดก (๕๒๓) ว่าด้วยเทพธิดาอลัมพุสา (พระศาสดาเมื่อจะทรงทำเนื้อความนั้นให้แจ่มแจ้ง จึงตรัสว่า)

๙๕

ครั้งนั้น พระอินทร์ผู้เป็นใหญ่ทรงปราบปรามวัตรอสูร ซึ่งเป็นพระบิดาแห่งเหล่าเทพบุตรผู้มีชัย ทรงเล็งเห็นอลัมพุสาเทพกัญญาว่ามีความสามารถ ณ สุธรรมาเทวสถานแล้วจึงมีเทวโองการว่า

๙๖

แม่นางมิสสาเทพกัญญา เทวดาชั้นดาวดึงส์ พร้อมทั้งพระอินทร์ขอร้องแม่นาง แม่นางอลัมพุสาผู้สามารถจะประเล้าประโลมฤๅษีได้ แม่นางจงไปหาอิสิสิงคดาบสเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๑๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๓. อลัมพุสาชาดก (๕๒๓) (ท้าวสักกะทรงพระบัญชานางอลัมพุสาแล้วตรัสว่า)

๙๗

ดาบสองค์นี้เป็นผู้มีวัตร ประพฤติพรหมจรรย์ ยินดียิ่งในนิพพาน เป็นผู้เจริญด้วยคุณธรรม อย่าล่วงเลยพวกเราไปก่อนเลย เธอจงกั้นทางที่จะไปสู่เทวโลกของท่านไว้ (นางอลัมพุสาเทพกัญญาได้ฟังพระราชดำรัสดังนั้น จึงตรัสว่า)

๙๘

ขอเดชะพระเทวราช พระองค์ทรงทำอะไรอยู่ พระองค์จึงทรงเห็นแต่หม่อมฉันเท่านั้นว่า แม่นางผู้สามารถจะประเล้าประโลมฤๅษีได้ เธอจงไป นางเทพอัปสรแม้อื่นก็มีอยู่

๙๙

นางเทพอัปสรผู้ทัดเทียมกับหม่อมฉัน และประเสริฐกว่าหม่อมฉัน ในอโศกนันทวันก็มีอยู่ ขอวาระแห่งการไปจงมีแก่นางเทพอัปสรเหล่านั้นเถิด แม้นางเทพอัปสรเหล่านั้นก็จงไปประเล้าประโลมเถิด (ท้าวสักกเทวราชได้ตรัสว่า)

๑๐๐

เธอพูดถูกต้องอย่างแท้จริง ถึงนางเทพอัปสรเหล่าอื่นที่ทัดเทียมกับเธอ และประเสริฐกว่าเธอในอโศกนันทวันก็มีอยู่

๑๐๑

แม่นางผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กาย แต่นางเทพอัปสรเหล่านั้นไปแล้ว ไม่รู้จักการบำเรอชายอย่างที่เธอรู้

๑๐๒

เชิญไปเถิด แม่นางผู้มีความงาม เพราะเธอประเสริฐกว่าหญิงทั้งหลาย เธอจักใช้รูปร่างผิวพรรณของเธอ นำดาบสมาสู่อำนาจได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๑๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๓. อลัมพุสาชาดก (๕๒๓) (พระนางอลัมพุสาได้ฟังดังนั้นแล้ว จึงกราบทูลว่า)

๑๐๓

หม่อมฉันถูกพระเทวราชทรงใช้จะไม่ทำก็ไม่ได้ แต่หม่อมฉันหวั่นเกรงการที่จะประเล้าประโลมให้ดาบสนั้นยินดี เพราะท่านเป็นพราหมณ์ มีเดชสูงส่ง

๑๐๔

ชนทั้งหลายประเล้าประโลมฤๅษีให้ยินดีแล้วตกนรก ถึงสังสารวัฏเพราะความงมงายมีจำนวนมิใช่น้อย เพราะเหตุนั้น หม่อมฉันจึงขนพองสยองเกล้า (พระศาสดาตรัสว่า)

๑๐๕

อลัมพุสา มิสสาเทพอัปสร ผู้มีวรรณะน่าใคร่ ปรารถนาเพื่อจะให้อิสิสิงคดาบสคลุกเคล้าระคนด้วยกิเลส ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้วก็หลีกไป

๑๐๖

ก็อลัมพุสาเทพอัปสรนั้นได้ลงสู่ป่าที่อิสิสิงคดาบสรักษา ซึ่งดารดาษด้วยเถาตำลึงสุกมีประมาณกึ่งโยชน์โดยรอบนั้น

๑๐๗

นางเข้าไปหาอิสิสิงคดาบสผู้กำลังปัดกวาดโรงไฟแต่เช้าตรู่ ก่อนเวลาอาหารเช้า ใกล้เวลาอาทิตย์อุทัย (ลำดับนั้น ดาบสถามนางว่า)

๑๐๘

เธอเป็นใครหนอ รัศมีช่างงามผ่องใสดังสายฟ้า ประดุจดาวประกายพรึก ประดับกำไลมืออันวิจิตร สวมใส่ต่างหูแก้วมณี

๑๐๙

มีประกายดุจแสงอาทิตย์ ร่างกายมีกลิ่นหอมด้วยจันทน์เหลือง ลำขากลมกลึงสวยงาม มีมายามากมาย กำลังสาวแรกรุ่น น่าทัศนาเชยชม

๑๑๐

เท้าทั้ง ๒ ของเธออ่อนละมุน สะอาดหมดจด ไม่แหว่งเว้า ตั้งลงเรียบเสมอด้วยดี ทุกย่างก้าวของเธอน่ารักใคร่ ดึงใจอาตมาให้วาบหวาม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๑๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๓. อลัมพุสาชาดก (๕๒๓)

๑๑๑

อนึ่ง ลำขาของเธอเป็นปล้องๆ เหมือนกับงวงช้าง สะโพกของเธอเกลี้ยงเกลากลมกลึงผึ่งผายสวยงาม เหมือนแผ่นกระดานสะกา

๑๑๒

นาภีของเธอตั้งอยู่เรียบร้อยดีเหมือนฝักดอกอุบล ปรากฏได้แต่ไกลเหมือนเกษรดอกอัญชันเขียว

๑๑๓

ถันเกิดที่ทรวงอกทั้งคู่หาขั้วมิได้ เต่งเต้าสวยงามทรงเกษียรรสไว้ ไม่หย่อนยาน เสมอเหมือนกับผลน้ำเต้าครึ่งผล

๑๑๔

ลำคอของเธอยาวประดุจลำคอนางเนื้อทราย เปล่งปลั่งดั่งพื้นแผ่นทองคำ ริมฝีปากของเธองามเปล่งปลั่งดั่งลิ้นหัวใจห้องที่ ๔

๑๑๕

ฟันของเธอทั้งข้างบนข้างล่าง ขัดสีได้อย่างเลิศด้วยไม้ชำระฟัน เกิดขึ้น ๒ คราว เป็นฟันที่ปราศจากโทษ ดูสวยงาม

๑๑๖

ดวงเนตรทั้ง ๒ ของเธอดำขลับ ตามขอบดวงตาเป็นสีแดง เปล่งปลั่งดั่งเมล็ดมะกล่ำ ทั้งยาวทั้งกว้าง ดูสวยงาม

๑๑๗

เส้นผมที่งอกขึ้นที่ศีรษะของเธอไม่ยาวเกินไป เกลี้ยงเกลาดี ตกแต่งด้วยหวีทองคำ มีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นจันทน์

๑๑๘

ชาวนาชาวไร่ คนเลี้ยงโค พ่อค้ามีความสำเร็จ และฤๅษีผู้มีความสำรวม บำเพ็ญตบะ มีความบากบั่น มีประมาณเท่าใด

๑๑๙

ชนมีประมาณเท่านั้นในปฐพีมณฑลนี้ แม้คนหนึ่งที่เสมอเหมือนเธอ อาตมายังไม่เห็น เธอเป็นใคร เป็นลูกของใครหรือ อาตมาจะรู้จักเธอได้อย่างไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๑๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๓. อลัมพุสาชาดก (๕๒๓) (นางอลัมพุสาเทพกัญญารู้ว่าอิสิสิงคดาบสนั้นหลงใหลแล้ว จึงกล่าวว่า)

๑๒๐

ท่านกัสสปะผู้เจริญ เมื่อจิตของท่านเป็นไปอย่างนี้แล้ว ก็ไม่ใช่กาลที่จะเป็นปัญหา มาเถิด สหาย เราทั้ง ๒ จักอภิรมย์กันในอาศรมของเรา มาเถิด ดิฉันจักคลุกเคล้าท่าน ขอท่านเป็นผู้ฉลาดในความยินดีในเบญจกามคุณเถิด (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศความข้อนั้นจึงตรัสว่า)

๑๒๑

อลัมพุสา มิสสาเทพอัปสร ผู้มีวรรณะน่าใคร่ ปรารถนาเพื่อจะให้อิสิสิงคดาบสคลุกเคล้าระคนด้วยกิเลส ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้วก็หลีกไป

๑๒๒

ก็ดาบสนั้นตัดความเฉื่อยชาเสียแล้ว รีบออกไปโดยเร็ว ประชิดตัวนาง ลูบเรือนผมบนศีรษะ

๑๒๓

เทพอัปสรกัลยาณีผู้มีความสวยสดงดงาม หันกลับมาสวมกอดดาบสนั้น นางมีความยินดีที่ดาบสเคลื่อนจากพรหมจรรย์นั้น ตามที่ท้าวสักกะปรารถนา

๑๒๔

นางได้มีใจรำลึกถึงพระอินทร์ซึ่งประทับอยู่ในนันทวัน ท้าวมัฆวานเทพกุญชรทรงทราบความดำริของนางแล้ว

๑๒๕

ทรงส่งบัลลังก์ทอง พร้อมทั้งเครื่องบริวาร พร้อมทั้งทับทรวง ๕๐ อัน และเครื่องปูลาด ๑,๐๐๐ ผืน ไปโดยเร็วพลัน

๑๒๖

แม่โฉมงามโอบอุ้มดาบสนั้นไว้แนบทรวงอก กกกอดอยู่ตลอด ๓ ปีบนบัลลังก์นั้น เป็นเหมือนเพียงครู่เดียวเท่านั้น

๑๒๗

โดยล่วงไป ๓ ปี ดาบสพราหมณ์จึงสร่างเมา รู้สึกตัว ได้เห็นต้นไม้เขียวชะอุ่มขึ้นอยู่โดยรอบเรือนไฟ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๑๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๓. อลัมพุสาชาดก (๕๒๓)

๑๒๘

ป่าไม้ผลัดใบใหม่ ออกดอกบานสะพรั่ง กึกก้องไปด้วยฝูงนกดุเหว่า ครั้นท่านเหลียวมองดูโดยรอบ ก็หลั่งน้ำตาร้องไห้รำพันว่า

๑๒๙

เรามิได้บูชาไฟ มิได้สาธยายมนต์ อะไรบันดาลการบูชาไฟให้เสื่อมสิ้นไป ใครหนอประเล้าประโลมบำเรอจิตของเราในกาลก่อน

๑๓๐

เมื่อเราอยู่ป่า ผู้ใดหนอมายึดเอาฌานคุณ ที่เกิดมีพร้อมกับเดชของเราไป ประดุจยึดเอานาวาที่เต็มเปี่ยมด้วยรัตนะนานาชนิดในท้องทะเลหลวง (นางอลัมพุสาเทพกัญญาได้ฟังดังนั้น จึงปรากฏกายยืนอยู่กล่าวว่า)

๑๓๑

ดิฉันถูกท้าวเทวราชทรงใช้มาเพื่อบำเรอท่าน ได้ใช้จิตฆ่าจิตท่าน เพราะความประมาท ท่านจึงไม่รู้สึกตัว (อิสิสิงคดาบสได้ฟังนางอลัมพุสาเทพกัญญาแล้ว ระลึกถึงโอวาทที่บิดาให้ไว้ คร่ำครวญอยู่ได้กล่าวว่า)

๑๓๒

เดิมที พ่อกัสสปะพร่ำสอนถ้อยคำเหล่านี้กับเราว่า พ่อมาณพ หญิงเปรียบได้กับดอกนารีผล เจ้าจงรู้จักหญิงเหล่านั้น

๑๓๓

พ่อกัสสปะดูเหมือนจะเอื้อเอ็นดูเรา จึงพร่ำสอนเราอย่างนี้ว่า มาณพ เจ้าจงรู้จักหญิงผู้มีฝีที่อก เจ้าจงรู้จักหญิงเหล่านั้น

๑๓๔

เรามิได้ทำตามคำสอนของบิดาผู้เจริญนั้น วันนี้เรานั้นจึงซบเซาอยู่แต่ผู้เดียวในป่าที่หามนุษย์มิได้

๑๓๕

น่าติเตียนจริงหนอ ชีวิตของเรา เราจักทำอย่างที่เราเคยเป็นเช่นนั้น หรือมิฉะนั้นเราก็จักตายเสีย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๑๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๓. อลัมพุสาชาดก (๕๒๓) (พระศาสดาตรัสว่า)

๑๓๖

อลัมพุสาเทพกัญญา ครั้นทราบเดช ความเพียร และปัญญาของดาบสนั้น ดำรงมั่นคงแล้ว จึงจับเท้าทั้งสองของดาบสทูนไว้ที่ศีรษะ ละล่ำละลักกล่าวกับอิสิสิงคดาบสว่า

๑๓๗

อย่าโกรธดิฉันเลย ท่านมหาวีระ อย่าโกรธดิฉันเลย ท่านมหาฤๅษี ดิฉันบำเพ็ญประโยชน์อันใหญ่หลวงเพื่อเทพชั้นไตรทศผู้มียศ เพราะเทพบุรีทั้งหมดถูกพระคุณเจ้าทำให้หวั่นไหวในคราวนั้น (อิสิสิงคดาบสกล่าวคาถาว่า)

๑๓๘

แม่นางผู้เจริญ ขอทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ท้าววาสวะแห่งเทพชั้นไตรทศ และเธอจงเป็นสุขๆ เถิด เชิญเธอไปตามสบายเถิด แม่เทพกัญญา (พระศาสดาตรัสว่า)

๑๓๙

อลัมพุสาเทพกัญญา ครั้นจับเท้าทั้ง ๒ ของดาบสแล้ว จึงประคองอัญชลี กระทำประทักษิณดาบสนั้น แล้วได้หลีกไปจากที่นั้น

๑๔๐

นางเทพกัญญาขึ้นสู่บัลลังก์ทอง พร้อมทั้งเครื่องบริวาร พร้อมทั้งทับทรวง ๕๐ และเครื่องปูลาด ๑,๐๐๐ ผืน อันเป็นของนางนั่นเอง ได้กลับไปในสำนักเทพทั้งหลาย

๑๔๑

ท้าวสักกะจอมเทพทรงมีปีติและโสมนัส ปลาบปลื้มหฤทัย ได้พระราชทานพรกับนางเทพกัญญานั้นซึ่งกำลังมา ราวกับประทีปอันรุ่งเรือง ดุจสายฟ้าแลบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๑๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๔. สังขปาลชาดก (๕๒๔) (นางอลัมพุสากราบทูลว่า)

๑๔๒

ข้าแต่ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง หากพระองค์ทรงประทานพรแก่หม่อมฉันไซร้ ขอหม่อมฉันอย่าต้องไปประเล้าประโลมฤๅษีอีกเลย ข้าแต่ท้าวสักกะ หม่อมฉันขอพรข้อนี้ ดังนี้แล อลัมพุสาชาดกที่ ๓ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้