This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๙. วิธุรชาดก

Text only · no interpretationข้อ ๘๙๓–๑๐๔๔พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒152 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ ๙. วิธุรชาดก

๙ วิธุรชาตกํ

๘๙๓

เธอมีผิวพรรณเหลือง ซูบผอม ถอยกำลัง เมื่อก่อนรูปพรรณ ของเธอมิได้เป็นเช่นนี้เลย ดูกรพระน้องวิมลา พี่ถามแล้ว ขอเธอจงบอก เวทนาในร่างกายของเธอเป็นเช่นไร ฯ

ปณฺฑุ กีสิยาสิ ทุพฺพลา วณฺณรูปํ น ตเวทิสํ ปุเร วิมเล อกฺขาหิ ปุจฺฉิตา กีทิสี ตุยฺหํ สรีรเวทนา ฯ

๘๙๔

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมหมู่นาค ชื่อว่าความอยากได้โน่น อยากได้นี่ เขาเรียกกันว่าเป็นธรรมดาของหญิงทั้งหลายใน หมู่มนุษย์ ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐสุดในหมู่นาค หม่อมฉัน ปรารถนาดวงหทัยของวิธุรบัณฑิต ที่บุคคลนำมาได้โดยชอบ เพคะ ฯ

ธมฺโม มนุเชสุ มาตีนํ โทหโฬ นาม ชนินฺท วจฺจติ ธมฺมาหตํ นาคกุญฺชร วิธุรสฺส หทยาภิปตฺถเย ฯ

๘๙๕

ดูกรพระน้องวิมลา เธอปรารถนาหทัยของวิธุรบัณฑิต ดังจะ ปรารถนาพระจันทร์ พระอาทิตย์ หรือลม เพราะว่าวิธุร- บัณฑิตยากที่บุคคลจะเห็นได้ ใครจักนำวิธุรบัณฑิตมาใน นาคพิภพนี้ได้ ฯ

จนฺทํ โข ตฺวํ วิมเล โทหฬายสิ สุริยํ วา อถวาปิ มาลุตํ ทุลฺลภํ หิ วิธุรสฺส ทสฺสนํ โก วิธุรํ อิธมานยิสฺสติ ฯ

๘๙๖

ข้าแต่สมเด็จพระบิดา เหตุไรหนอสมเด็จพระบิดาจึงทรง ซบเซา พระพักตร์ของสมเด็จพระบิดา เป็นเหมือน ดอกปทุมที่ถูกขยำด้วยมือ ข้าแต่สมเด็จพระบิดาผู้เป็นใหญ่ เป็นที่เกรงขามของศัตรู เหตุไรหนอสมเด็จพระบิดาจึงทรง เป็นทุกข์พระหฤทัย อย่าทรงเศร้าโศกไปเลย เพคะ ฯ

กินฺนุ ตาต ตุวํ ปชฺฌายสิ ปทุมํ หตฺถคตํว เต มุขํ กินฺนุ ทุมฺมนรูโปสิ อิสฺสร มา ตฺวํ โสจิ อมิตฺตตาปน ฯ

๘๙๗

อิรันทดีลูกรัก ก็พระมารดาของเจ้า ปรารถนาดวงหทัยของวิธุรบัณฑิต เพราะวิธูรบัณฑิต ยากที่บุคคลจะเห็นได้ ใครจักนำวิธูรบัณฑิต มาใน นาคพิภพนี้ได้.

มาตา หิ ตว อิรนฺทติ วิธุรสฺส หทยํ ธนิยฺยติ ทุลฺลภํ หิ วิธุรสฺส ทสฺสนํ โก วิธุรํ อิธมานยิสฺสติ ฯ

๘๙๘

เจ้าจงไปเที่ยวแสวงหาสามี ซึ่งสามารถนำวิธูรบัณฑิตมาในนาคพิภพนี้ ก็นางนาคมาณวิกานั้นได้สดับพระดำรัสของพระบิดาดังนี้แล้ว เป็นผู้มี จิตชุ่มด้วยกิเลส ออกเที่ยวแสวงหาสามีในคืนนั้น.

ตํ ภตฺตารํ ปริเยสนํ จร โย วิธุรํ อิธมานยิสฺสติ ฯ ปิตุโน จ สา สุตฺวาน วากฺยํ รตฺตึ นิกฺขมฺม อวสฺสุตี จริ ฯ

๘๙๙

คนธรรพ์ รากษส นาค กินนร หรือมนุษย์ผู้ฉลาดสามารถ จะให้ สิ่งที่น่าใคร่ทั้งปวงได้ คนไหนก็ตามที่จักเป็นสามีของเราตลอดกาลนาน.

เก คนฺธพฺเพ เก รกฺขเส จ นาเค เก กึปุริเส อถวาปิ มานุเส เก ปณฺฑิเต สพฺพกามทเท ทีฆรตฺตํ ภตฺตา เม ภวิสฺสติ ฯ

๙๐๐

ดูกรนางผู้มีนัยน์ตาหาที่ติมิได้ เธอจงเบาใจเถิด เราจักเป็นสามีของเธอ จักเป็นผู้เลี้ยงดูเธอ เพราะปัญญาของเราอันสามารถจะนำเนื้อดวงใจของ วิธูรบัณฑิตมาให้ จงเบาใจเถิด เธอจักเป็นภรรยาของเรา.

อสฺสาส เหสฺสามิ เต ปติ ภตฺตา เต เหสฺสามิ อนินฺทโลจเน ปญฺญาหิ มม ตถาวิธาหิ อสฺสาส เหสฺสสิ ภริยา มม ฯ

๙๐๑

นางอิรันทดีผู้มีใจกำหนัดรักใคร่ เพราะเคยร่วมอภิรมย์กันมาในภพก่อน ได้กล่าวกับปุณณกยักษ์ว่า มาเถิดท่าน เราจักไปในสำนักพระบิดาของ ดิฉัน พระบิดาของดิฉันจักตรัสบอกเนื้อความนั้นแก่ท่าน.

อวจาสิ ปุณฺณกํ อิรนฺทตี ปุพฺพปถานุคเตน เจตสา เอหิ คจฺฉาม ปิตุ มมนฺติเก เอเสว เต เอตมตฺถํ ปวกฺขติ ฯ

๙๐๒

นางอิรันทดีประดับประดานุ่งผ้าเรียบร้อย ทัดทรงดอกไม้ประพรมด้วย จุรณแก่นจันทน์ จูงมือปุณณกยักษ์เข้าไปสู่สำนักแห่งพระบิดา.

อลงฺกตา สุวสนา มาลินี จนฺทนุสฺสทา ยกฺขํ หตฺเถ คเหตฺวาน ปิตุ สนฺติกมุปาคมิ ฯ

๙๐๓

ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าหมู่นาค ขอพระองค์ได้ทรงโปรดสดับถ้อย คำของข้าพระองค์ ขอพระองค์จงทรงรับสินสอดตามสมควร ข้าพระองค์ ปรารถนาพระนางอิรันทดี ขอพระองค์ ได้ทรงพระกรุณาให้ข้าพระองค์ ได้อยู่ร่วมกับพระนางอิรันทดีเถิด ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ขอได้ ทรงพระกรุณารับสินสอดนั้น คือ ช้าง ๑๐๐ ม้า ๑๐๐ รถเทียมม้า ๑๐๐ เกวียนบรรทุกของเต็ม ล้วนแก้วต่างๆ ๑๐๐ ขอได้โปรดพระราชทาน พระราชธิดาอิรันทดีแก่ข้าพระองค์เถิด พระเจ้าข้า.

|๙๐๓.๑| นาควร วโจ สุณาหิ เม ปฏิรูปํ ปฏิปชฺช สุงฺกิยํ ปตฺเถมิ อหํ อิรนฺทตึ ตาย สมงฺคึ กโรหิ มํ ตุวํ ฯ |๙๐๓.๒| สตํ หตฺถี สตํ อสฺสา สตํ อสฺสตรี รถา สตํ วลภิโย ปุณฺณา นานารตฺนสฺส เกวลา เต นาค ปฏิปชฺชสฺสุ ธีตรํ เทหิรนฺทตึ ฯ

๙๐๔

ขอท่านจงรออยู่จนเราได้ปรึกษาหารือกับบรรดาญาติ มิตร และเพื่อนที่ สนิทเสียก่อน กรรมที่กระทำด้วยการไม่ปรึกษาหารือ ย่อมเดือดร้อน ในภายหลัง.

ยาว อามนฺตเย ญาตี มิตฺเต จ สุหทชฺชเน อนามนฺตกตกมฺมํ ตํ ปจฺฉา อนุตปฺปติ ฯ

๙๐๕

ลำดับนั้น ท้าววรุณนาคราชเสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ ตรัสปรึกษากับพระชายา เป็นพระคาถา ความว่า ปุณณกยักษ์ มาขอลูกอิรันทดีกะเรา เราจะให้ ลูกอิรันทดี ซึ่งเป็นที่รักของเรา แก่ปุณณกยักษ์นั้น เพราะได้ทรัพย์เป็น จำนวนมากหรือ.

|๙๐๕.๑| ตโต โส วรุโณ นาโค ปวิสิตฺวา นิเวสนํ ภริยํ อามนฺตยิตฺวาน อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ |๙๐๕.๒| อยํ โส ปุณฺณโก ยกฺโข ยาจติ มํ อิรนฺทตึ พหุนา วิตฺตลาเภน ตสฺส เทม ปิยํ มม ฯ

๙๐๖

ปุณณกยักษ์ไม่พึงได้ลูกอิรันทดีของเราเพราะทรัพย์ เพราะสิ่งที่ปลื้มใจ แต่ถ้าปุณณกยักษ์ ได้หทัยของวิธูรบัณฑิตนำมาในนาคพิภพนี้โดยชอบ ธรรม เพราะความชอบนั่นแลเขาจะพึงได้ลูกสาวของเรา หม่อมฉัน- ปรารถนาทรัพย์อื่นยิ่งไปกว่าหทัยของวิธูรบัณฑิตหามิได้.

น ธเนน น วิตฺเตน ลพฺภา อมฺหํ อิรนฺทตี สเจ จ โข หทยํ ปณฺฑิตสฺส ธมฺเมน ลทฺธา อิธ มาหเรยฺย เอเตน วิตฺเตน กุมาริ ลพฺภา นาญฺญํ ธนํ อุตฺตรึ ปตฺถยาม ฯ

๙๐๗

ลำดับนั้น ท้าววรุณนาคราชเสด็จออกจากนิเวศน์ แล้วตรัสเรียกปุณณ- กยักษ์มาตรัสว่า ท่านไม่พึงได้ลูกอิรันทดีของเราเพราะทรัพย์ เพราะ สิ่งปลื้มใจ ถ้าท่านได้หทัยของวิธูรบัณฑิตนำมา ในนาคพิภพนี้โดย ชอบธรรม ท่านจะพึงได้ลูกสาวของเรา เราปรารถนาทรัพย์อื่นยิ่งไปกว่า หทัยของวิธูรบัณฑิตหามิได้.

|๙๐๗.๑| ตโต โส วรุโณ นาโค นิกฺขมิตฺวา นิเวสนา ปุณฺณกามนฺตยิตฺวาน อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ |๙๐๗.๒| น ธเนน น วิตฺเตน ลพฺภา อมฺหํ อิรนฺทตี สเจ ตุวํ ทหยํ ปณฺฑิตสฺส ธมฺเมน ลทฺธา อิธมาหเรสิ เอเตน วิตฺเตน กุมาริ ลพฺภา นาญฺญํ ธนํ อุตฺตรึ ปตฺถยาม ฯ

๙๐๘

ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ในโลกนี้ คนบางพวกย่อมเรียกคนใดว่า เป็นบัณฑิต คนพวกอื่นกลับเรียกคนนั้นนั่นแลว่าเป็นพาล ในเรื่องนี้ คนทั้งหลายยังกล่าวแย้งกันอยู่ ขอได้ตรัสบอกแก่ข้าพระองค์ พระองค์ ทรงเรียกใครว่าเป็นบัณฑิต.

ยํ ปณฺฑิโตเตฺยเก วทนฺติ โลเก ตเมว พาโลติ ปุนาหุ อญฺเญ อกฺขาหิ เม วิปฺปวทนฺติ เอตฺถ กํ ปณฺฑิตํ นาค ตุวํ วเทสิ ฯ

๙๐๙

บัณฑิตชื่อว่าวิธูระ ผู้ทำการสั่งสอนอรรถธรรมแก่พระเจ้าธนญชัย- โกรพยราช ถ้าท่านได้ฟังได้ยินมาแล้ว ท่านจงไปนำบัณฑิตนั้นมา ครั้นท่านได้มาโดยธรรมแล้ว อิรันทดีธิดาของเราจงเป็นภรรยาของท่าน เถิด.

โกรพฺยราชสฺส ธนญฺชยสฺส ยทิ เต สุโต วิธุโร นาม กตฺตา อาเนหิ ตํ ปณฺฑิตํ ธมฺมลทฺธา อิรนฺทตี ปฏฺฐจราว เต โหตุ ฯ

๙๑๐

ฝ่ายปุณณกยักษ์ ได้สดับพระดำรัสของท้าววรุณนาคราชดังนี้แล้ว ยินดี ยิ่งนัก ลุกขึ้นแล้ว ไปสั่งบุรุษคนใช้ของตนผู้อยู่ในที่นั้นว่า เจ้าจงนำ ม้าอาชาไนยที่ประกอบไว้แล้วมา ณ ที่นี้ ม้าสินธพอาชาไนยนั้น มีหู ทั้งสองประดับด้วยทองคำ กีบหุ้มด้วยแก้วแดง มีเครื่องประดับอกล้วน แล้วด้วยทองชมพูนุทอันสุกใส.

|๙๑๐.๑| อิทญฺจ สุตฺวา วรุณสฺส วากฺยํ อุฏฺฐาย ยกฺโข ปรมปฺปตีโต ตตฺเถว สนฺโต ปุริสํ อสํสิ อาเนหิ อาชญฺญมิเธว ยุตฺตํ ฯ |๙๑๐.๒| ชาตรูปมยา กณฺณา กาจมฺหิจมยา ขุรา ชมฺโพนทสฺส ปากสฺส สุวณฺณสฺส อุรจฺฉโท ฯ

๙๑๑

ปุณณกยักษ์ผู้ประดับประดาแล้ว แต่งผมและหนวดดีแล้วขึ้นม้าอันเป็น ยานพาหนะของเทวดา เหาะไปในอากาศกลางหาว ปุณณกยักษ์นั้น กำหนัดแล้วด้วยกามราคะ ปรารถนา นางอิรันทดีนาคกัญญา ไปทูลท้าวกุเวรเวสสวัณผู้เรืองยศ ซึ่งเป็นใหญ่แห่งหมู่ยักษ์ว่า ภพนาคนั้นเขาเรียกชื่อว่าโภควดี นครบ้าง วาสนครบ้าง หิรัญญวดีนครบ้าง เป็นเมืองที่ บุญญกรรมนิรมิต ล้วนแต่ทองคำ สำเร็จแก่พระยานาคผู้ บริบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ทุกอย่าง ป้อมและเชิงเทิน สร้างโดย สัณฐานคออูฐ ล้วนแล้วด้วยแก้วแดงและแก้วลาย ในนาค พิภพนั้น มีปราสาทล้วนแล้วด้วยหิน มุงด้วยกระเบื้องทอง ในนาคพิภพนั้น มีไม้มะม่วง ไม้หมากเม่า ไม้หว้า ไม้ ตีนเป็ด ไม้จิก ไม้การะเกต ไม้ประยงค์ ไม้ราชพฤกษ์ ไม้มะม่วงหอม ไม้ชบา ไม้ยางทราย ไม้จำปา ไม้ กากระทิง มะลิซ้อน มะลิลา และไม้กะเบา ต้นไม้ใน นาคพิภพเหล่านี้มีกิ่งติดต่อกันและกัน งามยิ่งนัก ในนาค- พิภพนั้น มีต้นอินทผาลัม อันสำเร็จด้วยแก้วอินทนิล มีดอกและผลล้วนไปด้วยทองเนืองนิตย์ ท้าววรุณนาคราชผู้มี ฤทธิ์มาก เป็นผู้ผลุดขึ้นเกิดอยู่ในนาคพิภพนั้น มเหสีของ พระยานาคราชนั้น กำลังรุ่นสาว ทรงพระนามว่าวิมลา มีพระรูปพระโฉมอันประกอบด้วย ศิริงดงามดังก้อนทองคำ สะโอดสะองดังหน่อเถาจิงจ้อดำ พระถันทั้งคู่มีสัณฐานดัง ผลมะพลับ น่าดูยิ่งนัก พระฉวีวรรณแดงดังน้ำครั่ง เปรียบ เหมือนดอกกรรณีการ์อันแย้มบาน เปรียบดังนางอัปสรผู้อยู่ ในสวรรค์ชั้นไตรทศ หรือเปรียบเหมือนสายฟ้าอันแลบ ออกจากกลีบเมฆ ข้าพระองค์ผู้เป็นใหญ่ พระนางวิมลานั้น ทรงแพ้พระครรภ์ ทรงปรารถนาดวงหทัยของวิธุรบัณฑิต ข้าพระองค์ จะถวายดวงหทัยของวิธุรบัณฑิต แก่ท้าววรุณ- นาคราชและพระนางวิมลา เพราะการนำดวงหทัยของวิธุร- บัณฑิตไปถวายแล้ว ท้าววรุณนาคราชและพระนางวิมลา จะพระราชทาน พระนางอิรันทดีราชธิดาแก่ข้าพระองค์ ฯ

|๙๑๑.๑| เทววาหวหํ ยานํ อสฺสมารุยฺห ปุณฺณโก อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสุ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ |๙๑๑.๒| โส ปุณฺณโก กามราเคน คิทฺโธ อิรนฺทตึ นาคกญฺญํ ชิคึสํ คนฺตฺวาน ตํ ภูตปตึ ยสสฺสึ อิจฺจพฺรวิ เวสฺสวณํ กุเวรํ ฯ |๙๑๑.๓| โภควตี นาม มนฺทิเร วาสา หิรญฺญวตีติ วุจฺจติ นคเร นิมฺมิเต กาญฺจนมเย มณฺฑลสฺส อุรคสฺส นิฏฺฐิตํ ฯ |๙๑๑.๔| อฏฺฏาลกา โอฏฺฐคีวิโย โลหิตงฺคสฺส มสารคลฺลิโน ปาสาเทตฺถ สิลามยา โสวณฺณรตเนน ฉาทิตา ฯ |๙๑๑.๕| อมฺพา ติลกา จ ชมฺพุโย สตฺตปณฺณา มุจลินฺทเกตกา ปิยงฺคุกา อุทฺทาลกา สหา ปาริภทฺทกา สินฺทุวาริตา ฯ |๙๑๑.๖| จมฺเปยฺยกา นาคมลฺลิกา ภคินีมาลา อเถตฺถ โกลิยา เอเต ทุมา ปริณามิตา โสภยนฺติ อุรคสฺส มนฺทิเร ฯ |๙๑๑.๗| ขชฺชุเรตฺถ สิลามยา โสวณฺณธุวปุปฺผิตา พหู ยตฺถ วสโตปปาติโก นาคราชา วรุโณ มหิทฺธิโก ฯ |๙๑๑.๘| ตสฺส โกมาริกา ภริยา วิมลา กาญฺจนเวลฺลิวิคฺคหา กาฬา ตรุณาว อุคฺคตา ปุจิมนฺทตฺถนี จารุทสฺสนา ฯ |๙๑๑.๙| ลาขารสรตฺตสุจฺฉวี กณิการาว นิวาตปุปฺผิตา ติทิโวกฺกจราว อจฺฉรา วิชฺชุวพฺภฆนาว นิสฺสฏา ฯ |๙๑๑.๑๐| สา โทหฬินี สุวิมฺหิตา วิธุรสฺส หทยํ ธนิยฺยติ ตํ เนสํ ททามิ อิสฺสร เตน เต เทนฺติ อิรนฺทตึ มมํ ฯ

๙๑๒

ปุณณกยักษ์นั้น ทูลลาท้าวกุเวรเวสสวัณผู้เรืองยศ เป็นใหญ่ ในหมู่ยักษ์ แล้วไปสั่งบุรุษคนใช้ของตนผู้อยู่ในที่นั้นว่า เจ้าจงนำม้าอาชาไนยที่ประกอบแล้วมา ณ ที่นี้ ม้าสินธพ นั้นมีหูทั้งสองประดับด้วยทองคำ กีบหุ้มด้วยแก้วแดง เครื่อง ประดับอกล้วนด้วยทองคำชมพูนุทอันสุกใส ปุณณกยักษ์ ผู้ประดับประดาแล้ว แต่งผมและหนวดดีแล้ว ขึ้นม้าอันเป็น ยานพาหนะของเทวดา เหาะไปในอากาศกลางหาว ฯ

|๙๑๒.๑| โส ปุณฺณโก ภูตปตึ ยสสฺสึ อามนฺติย เวสฺสวณํ กุเวรํ ตตฺเถว สนฺโต ปุริสํ อสํสิ อาเนหิ อาชญฺญมิเธว ยุตฺตํ ฯ |๙๑๒.๒| ชาตรูปมยา กณฺณา กาจมฺหิจมยา ขุรา ชมฺโพนทสฺส ปากสฺส สุวณฺณสฺส อุรจฺฉโท ฯ |๙๑๒.๓| เทววาหวหํ ยานํ อสฺสมารุยฺห ปุณฺณโก อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสุ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ

๙๑๓

ปุณณกยักษ์นั้น ได้เหาะไปสู่กรุงราชคฤห์อันน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก เป็นนครของพระเจ้าอังคราช อันพวกข้าศึกไม่กล้าเข้าใกล้ มีภักษาหาร และข้าวน้ำมากมาย ดังมสักกสารภพของท้าว วาสวะ เป็นนครกึกก้องด้วยหมู่นกยูงและนกกระเรียน อื้ออึงด้วยฝูงนกต่างๆ ชนิด เป็นที่เสพอาศัยของฝูงทิชาชาติ มีนกต่างๆ ส่งเสียงร้องอยู่อึงมี่ ภูมิภาคราบเรียบ ดารดาษ ไปด้วยบุปผชาติดังขุนเขาหิมวันต์ ปุณณกยักษ์นั้น ขึ้นสู่ วิบุลบรรพตอันเป็นภูเขาศิลาล้วน เป็นที่อาศัยอยู่ของหมู่ กินนรเที่ยวแสวงหาแก้วมณีดวงประเสริฐอยู่ ได้เห็นดวง แก้วมณีนั้น ณ ท่ามกลางยอดภูเขา ฯ

|๙๑๓.๑| โส อคมา ราชคหํ สุรมฺมํ องฺคสฺส รญฺโญ นครํ ทุราสทํ พหูตภกฺขํ พหุอนฺนปานํ มสกฺกสารํ วิย วาสวสฺส ฯ |๙๑๓.๒| มยูรโกญฺจคณสงฺฆุฏฺฐํ ทิชาภิฆุฏฺฐํ ทิชสงฺฆเสวิตํ นานาสกุณาภิรุทํ สุวงฺคณํ ปุปฺผาภิกิณฺณํ หิมวํว ปพฺพตํ ฯ |๙๑๓.๓| โส ปุณฺณโก เวปุลมาภิรุยฺห สิลุจฺจยํ กึปุริสานุจิณฺณํ อนฺเวสมาโน มณิรตนํ อุฬารํ ตมทฺทส ปพฺพตกูฏมชฺเฌ ฯ

๙๑๔

ปุณณกยักษ์ ครั้นเห็นดวงแก้วมณีมีรัศมีอันผุดผ่อง เป็น แก้วมณีอันประเสริฐสุด สามารถจะนำทรัพย์มาให้ได้ดังใจ ปรารถนา รุ่งโรจน์ชัชวาลย์ด้วยหมู่แก้วบริวารเป็นอันมาก สว่างไสวดังสายฟ้าในอากาศ ปุณณกยักษ์ได้ถือเอาแก้วมณี ชื่อมโนหรจินดาอันมีค่ามาก มีอานุภาพมาก เป็นผู้มีวรรณะ ไม่ทราม ขึ้นหลังม้าสินธพอาชาไนยเหาะไปในอากาศกลาง หาว ฯ

|๙๑๔.๑| ทิสฺวา มณึ ปภสฺสรํ ชาติวนฺตํ ธนาหรํ มณิรตนํ อุฬารํ ททฺทลฺลมานํ ยสสา ยสสฺสินํ โอภาสตี วิชฺชุริวนฺตลิกฺเข ฯ |๙๑๔.๒| ตมคฺคหี เวฬุริยํ มหคฺฆํ มโนหรํ นาม มหานุภาวํ อาชญฺญมารุยฺห อโนมวณฺโณ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ

๙๑๕

ปุณณกยักษ์ได้เหาะไปยังอินทปัตตนคร ลงจากหลังม้าแล้ว เข้าไปสู่ที่ประชุมของชาวกุรุรัฐ ไม่กลัวเกรงพระราชา ๑๐๑ พระองค์ ที่ประชุมพร้อมเพรียงกันอยู่ ณ ที่นั้น กล่าว ท้าทายด้วยสะกาว่า บรรดาพระราชาในราชสมาคมนี้ พระองค์ ไหนหนอจะทรงชิงเอาแก้วอันประเสริฐ ของข้าพระองค์ได้ หรือว่าข้าพระองค์จะพึงชนะพระราชาพระองค์ไหน ด้วย ทรัพย์อันประเสริฐ อนึ่ง ข้าพระองค์จะชิงเอาแก้วอัน ประเสริฐยิ่ง กะพระราชาพระองค์ไหน หรือพระราชา พระองค์ไหน จะทรงชนะข้าพระองค์ด้วยทรัพย์อันประเสริฐ ฯ

|๙๑๕.๑| โส อคมา นครํ อินฺทปตฺตํ โอรุยฺหุปาคญฺฉิ สภํ กุรูนํ สมาคเต เอกสตํ สมคฺเค อเวฺหตฺถ ยกฺโข อวิกมฺปมาโน ฯ |๙๑๕.๒| โกนีธ รญฺญํ วรมาภิเชติ กมาภิเชยฺยาม วรทฺธเนน กมนุตฺตรํ รตนวรํ ชินาม โก วาปิ โน เชติ วรทฺธเนน ฯ

๙๑๖

ชาติภูมิของท่านอยู่ในแว่นแคว้นไหน ถ้อยคำของท่านนี้ ไม่ใช่ถ้อยคำของชาวกุรุรัฐเลย ท่านมิได้กลัวเกรงเราทั้งปวง ด้วยรัศมีแห่งผิวพรรณ ท่านจงบอกชื่อและพวกพ้องของท่านแก่เรา ฯ

กุหึ นุ รฏฺเฐ ตว ชาติภูมิ น โกรพฺยสฺเสว วโจ ตเวทํ อภีโตสิ โน วณฺณนิภาย สพฺเพ อกฺขาหิ เม นามญฺจ พนฺธเว จ ฯ

๙๑๗

ข้าแต่พระราชา ข้าพระองค์เป็นมาณพกัจจายนโคตร ชื่อว่าปุณณกะ ญาติและพวกพ้องของข้าพระองค์ อยู่ในนครกาลจัมปาก์ แคว้นอังคะ ย่อมเรียกข้าพระองค์อย่างนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ข้าพระองค์มา ถึงในเมืองนี้ด้วยต้องการจะเล่นพนันสะกา.

กจฺจายโน มาณวโกสฺมิ ราช อนูนนาโม อิติ มวฺหยนฺติ องฺเคสุ เม ญาตโย พนฺธวา จ อกฺเขน เทวสฺมิ อิธานุปตฺโต ฯ

๙๑๘

พระราชาผู้ทรงชำนาญการเล่นสะกา เมื่อชนะท่าน จะพึงนำเอาแก้วเหล่า ใดไป แก้วเหล่านั้นของมาณพมีอยู่หรือ แก้วของพระราชามีอยู่เป็น จำนวนมาก ท่านเป็นคนเข็ญใจจะมาพนันกะพระราชาเหล่านั้นได้อย่างไร.

กึ มาณวสฺส รตนานิ อตฺถิ เย ตํ ชินนฺโต หเร อกฺขธุตฺโต พหูนิ รญฺโญ รตนานิ อตฺถิ เต ตฺวํ ทลิทฺโท กถมวฺหเยสิ ฯ

๙๑๙

แก้วมณีของพระองค์ดวงนี้ ชื่อว่าสามารถ นำทรัพย์มาให้ได้ดังใจ ปรารถนา นักเลงเล่นสะกาชนะข้าพระองค์แล้ว พึงนำแก้วมณีดวง ประเสริฐสามารถนำทรัพย์มาให้ได้ดังใจปรารถนา และม้าอาชาไนยเป็น ที่เกรงขามของศัตรูนี้ไป.

ธนาหโร นาม มณิ มมายํ ธนาหรํ มณิรตนํ อุฬารํ อิมญฺจ อาชญฺญํ อมิตฺตตาปนํ เอตํ เม ชินิตฺวา หเร อกฺขธุตฺโต ฯ

๙๒๐

ดูกรมาณพ แก้วมณีดวงเดียวจักทำอะไรได้ อนึ่ง ม้าอาชาไนยตัวเดียว จักทำอะไรได้ แก้วของพระราชามีเป็นอันมาก ม้าอาชาไนยที่มีกำลัง รวดเร็วดังลมของพระราชามีมิใช่น้อย. (นี้) ชื่อโทหฬกัณฑ์

เอโก มณิ มาณว กึ กริสฺสติ อาชานิเยโก ปน กึ กริสฺสติ พหูนิ รญฺโญ รตนานิ อตฺถิ อาชานิยา วาตชวา อนปฺปกา ฯ โทหฬกณฺฑํ นาม ฯ

๙๒๑

ข้าแต่พระองค์ผู้สูงสุดกว่าประชาชน ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตร ดูแก้วมณีของข้าพระองค์ดวงนี้ รูปหญิงและรูปชาย รูปเนื้อและรูปนก ปรากฏเป็นหมู่ๆ อยู่ในแก้วมณีดวงนี้ พระยานาคและพระยาครุฑ ก็ปรากฏอยู่ในแก้วมณีดวงนี้ เชิญพระองค์ทอดพระเนตรสิ่งที่น่าอัศจรรย์ อันธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ พระเจ้าข้า.

|๙๒๑.๑| อิทญฺจ เม มณิรตนํ ปสฺส ตฺวํ ทฺวิปทุตฺตม อิตฺถีนํ วิคฺคหา เจตฺถ ปุริสานญฺจ วิคฺคหา ฯ |๙๒๑.๒| มิคานํ วิคฺคหา เจตฺถ สกุณานญฺจ วิคฺคหา นาคราเช สุปณฺเณ จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

๙๒๒

ขอเชิญทอดพระเนตรจตุรงคินีเสนา คือ กองช้าง กองม้า กองรถ และกองเดินเท้าอันสวมเกราะ อันธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ เชิญทอดพระเนตรพลทหารที่จัดไว้เป็นกรมๆ คือกรมช้าง กรมม้า กรมรถ กรมราบ อันธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้.

|๙๒๒.๑| หตฺถานีกํ รถานีกํ อสฺเส ปตฺตี จ วมฺมิเน จตุรงฺคินิมํ เสนํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๒๒.๒| หตฺถาโรเห อนีกฏฺเฐ รถิเก ปตฺติการเก พลคฺคานิ วิยูหานิ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

๙๒๓

ขอเชิญทอดพระเนตรพระนครอันสมบูรณ์ด้วยป้อม มีกำแพง และค่าย เป็นอันมาก มีถนนสามแพร่ง สี่แพร่ง มีพื้นราบเรียบ อันธรรมดา สร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอเชิญทอดพระเนตรเสาระเนียด เสา- เขื่อน กลอน ประตู ซุ้มประตู และประตู อันธรรมดาสร้างสรรค์ไว้ ในแก้วมณีดวงนี้.

|๙๒๓.๑| ปุรํ อฏฺฏาลสมฺปนฺนํ พหุปาการโตรณํ สิงฺฆาฏเก สุภูมิโย มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๒๓.๒| เอสิกา ปริขาโย จ ปลีฆํ อคฺคฬานิ จ อฏฺฏาลเก จ ทฺวาเร จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

๙๒๔

ขอเชิญทอดพระเนตรฝูงนกนานาชนิดมากมาย ที่เสาค่าย และหนทาง คือ ฝูงหงษ์ นกกระเรียน นกยูง นกจากพราก และนกเขา อันธรรมดา สร้างสรรค์ไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอเชิญทอดพระเนตรพระนครอันเกลื่อน กล่นไปด้วยฝูงนกต่างๆ คือ นกดุเหว่าดำ ดุเหว่าลาย ไก่ฟ้า นกโพระดก เป็นจำนวนมาก อันธรรมดาสร้างสรรค์ไว้ในแก้วมณีดวงนี้.

|๙๒๔.๑| ปสฺส โตรณมคฺเคสุ นานาทิชคณา พหู หํสา โกญฺจา มยูรา จ จกฺกวากา จ กุกฺกุหา ฯ |๙๒๔.๒| กุณาลกา พหู จิตฺรา สิขณฺฑี ชีวชีวกา นานาทิชคณากิณฺณํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

๙๒๕

ขอเชิญทอดพระเนตรพระนครอันแวดล้อมไปด้วยกำแพงทอง เป็นนคร น่าอัศจรรย์ขนพองสยองเกล้า เขาชักธงขึ้นประจำลาดด้วยทรายทอง น่ารื่นรมย์ อันธรรมดาสร้างสรรค์ไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอเชิญทอดพระ- เนตรร้านตลาดอันบริบูรณ์ด้วยสินค้าต่างๆ เรือน สิ่งของในเรือน ถนนซอย ถนนใหญ่ อันธรรมดาสร้างสรรค์จัดไว้เป็นส่วนๆ ในแก้ว มณีดวงนี้.

|๙๒๕.๑| ปสฺส นครํ สุปาการํ อพฺภูตํ โลมหํสนํ สมุสฺสิตทฺธชํ รมฺมํ สุวณฺณวาลุกสนฺถตํ ฯ |๙๒๕.๒| ปสฺเสตฺถ ปณฺณสาลาโย วิภตฺตา ภาคโส มิตา นิเวสเน นิเวเส จ สนฺธิพฺยูเห ปถตฺถิโย ฯ

๙๒๖

ขอเชิญทอดพระเนตรโรงขายสุรา นักเลงสุรา พ่อครัว โรงครัว พ่อค้า และหญิงแพศยา อันธรรมดาสร้างสรรค์ไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอเชิญ ทอดพระเนตรช่างดอกไม้ ช่างย้อม ช่างปรุงของหอม ช่างทอผ้า ช่างทอง และช่างแก้ว อันธรรมดาสร้างสรรค์ไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอ เชิญทอดพระเนตรช่างของหวาน ช่างของคราว นักมหรสพ บางพวก ฟ้อนรำขับร้อง บางพวกปรบมือ บางพวกตีฉิ่ง อันธรรมดาสร้างสรรค์ ไว้ในแก้วมณีดวงนี้.

|๙๒๖.๑| ปานาคาเร จ โสณฺเฑ จ สุทฺทา โอทนิยา ฆรา เวสี จ คณิกาโย จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๒๖.๒| มาลากาเร จ รชเก คนฺธิเก อถ ทุสฺสิเก สุวณฺณกาเร มณิกาเร มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๒๖.๓| อาฬาริเก จ สูเท จ นฏนฏฺฏกคายิเน ปาณิสฺสเร กุมฺภถูนิเก มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

๙๒๗

ขอเชิญทอดพระเนตรกลอง ตะโพน สังข์ บัณเฑาะว์ มโหรทึก และ เครื่องดนตรีทุกอย่าง อันธรรมดาสร้างสรรค์ไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอเชิญ ทอดพระเนตรเปิงมาง กังสดาล พิณ การฟ้อนรำขับร้อง เครื่องดนตรี ดีดสีตีเป่า อันเขาประโคมครึกครื้น อันธรรมดาสร้างสรรค์ไว้ในแก้วมณี ดวงนี้ ขอเชิญทอดพระเนตรนักกระโดด นักมวยปล้ำ นักเล่นกล หญิงงาม ชายงาม คนเฝ้ายาม และช่างตัดผม อันธรรมดาสร้างสรรค์ ไว้ในแก้วมณีดวงนี้.

|๙๒๗.๑| ปสฺส เภรีมุทิงฺคา จ สงฺขา ปณวเทนฺทิมา สพฺพญฺจ ตาลาวจรํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๒๗.๒| สมฺมตาลญฺจ วีณญฺจ นจฺจคีตํ สุวาทิตํ ตุริยตาลิตสงฺฆุฏฺฐํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๒๗.๓| ลงฺฆิกา มุฏฺฐิกา เจตฺถ มายาการา จ โสภิยา เวตาลิเก จ ชลฺเล จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

๙๒๘

แท้จริง ในแก้วมณีดวงนี้ มีงานมหรสพอันเกลื่อนกล่น ไปด้วยชายหญิง ขอเชิญทอดพระเนตรพื้นที่เป็นที่เล่น มหรสพบนเตียงที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ อันธรรมดาสร้างสรรไว้ ในแก้วมณีดวงนี้ เชิญทอดพระเนตรเถิด ขอเชิญทอด พระเนตรพวกนักมวยซึ่งกำลังต่อยกันในสนามมวย ทั้งผู้ชนะ และผู้แพ้ อันธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ฯ

|๙๒๘.๑| สมชฺชา เจตฺถ วตฺตนฺติ อากิณฺณา นรนาริภิ มญฺจาติมญฺเจ ภูมิโย มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๒๘.๒| ปสฺส มลฺเล สมชฺชสฺมึ โปเถนฺเต ทิคุณํ ภุชํ นิหเต นิหตมาเน จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

๙๒๙

ขอเชิญทอดพระเนตรฝูงเนื้อต่างๆ เป็นอันมากที่เชิงภูเขา คือ ราชสีห์ เสือโคร่ง ช้าง หมี หมาใน เสือดาว แรด โคลาน กระบือ ละมั่ง กวาง เนื้อทราย ระมาศ วัว สุกรบ้าน ชะมด แมวป่า กระต่าย และกระแต ซึ่งมีอยู่ มากมายหลายหลาก ขอเชิญทอดพระเนตรฝูงเนื้อต่างๆ ซึ่ง มีอยู่เกลื่อนกลาด อันธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ฯ

|๙๒๙.๑| ปสฺส ปพฺพตปาเทสุ นานามิคคณา พหู สีหา พฺยคฺฆา วราหา จ อจฺฉโกกตรจฺฉโย ฯ |๙๒๙.๒| ปลสตา ควชา จ มหึสา โรหิตา รุรู เอเณยฺยา สรภา เจว คณิโน นิกฺกสูกรา ฯ |๙๒๙.๓| กทลิมิคา พหู จิตฺรา วิฬารา สสกณฺณกา นานามิคคณากิณฺณํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

๙๓๐

ในแก้วมณีดวงนี้ มีแม่น้ำอันมีท่าอันรายเรียบลาดด้วยทราย ทอง มีน้ำใสสะอาดไหลไปไม่ขาดสาย เป็นที่อยู่อาศัยแห่ง ฝูงปลา อนึ่ง ในแม่น้ำนี้ มีฝูงจระเข้ มังกร ปลาฉลาม เต่า ปลาสลาด ปลากระบอก ปลากด ปลาเค้า ปลา ตะเพียน ท่องเที่ยวไปมา ขอเชิญทอดพระเนตรขอบ สระโบกขรณี อันก่อสร้างด้วยแผ่นแก้วไพฑูรย์ เกลื่อน กล่นไปด้วยฝูงนกต่างๆ ดารดาษไปด้วยหมู่ไม้นานาชนิด อันธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ฯ

|๙๓๐.๑| นชฺชาโย สุปติตฺถาโย โสวณฺณวาลุกสนฺถตา อจฺฉา สวนฺติ อมฺพูนิ มจฺฉคุมฺพนิเวสิตา ฯ |๙๓๐.๒| กุมฺภิลา มกรา เจตฺถ สุํสุมารา จ กจฺฉปา ปาฐีนา พหุสา มจฺฉา พลชา มุญฺชโรหิตา ฯ |๙๓๐.๓| นานาทิชคณากิณฺณา นานาทุมคณายุตา เวฬุริยผลกโรทาโย มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

๙๓๑

ขอเชิญทอดพระเนตร สระโบกขรณีในแก้วมณีดวงนี้ อัน ธรรมดาจัดสรรไว้เรียบร้อยดีทั้ง ๔ ทิศ เกลื่อนกล่นด้วยฝูง นกต่างชนิด เป็นที่อยู่อาศัยของปลาใหญ่ๆ ขอเชิญทอด พระเนตรแผ่นดินอันมีน้ำล้อมโดยรอบ เป็นกุณฑลแห่ง สาคร ประกอบด้วยทิวป่า (เขียวขจี) อันธรรมดาสร้างสรร ไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ฯ

|๙๓๑.๑| ปสฺเสตฺถ โปกฺขรณิโย สุวิภตฺตา จตุทฺทิสา นานาทิชคณากิณฺณา ปุถุโลมจฺฉเสวิตา |๙๓๑.๒| สมนฺโตทกสมฺปนฺนํ มหึ สาครกุณฺฑลํ อุเปตํ วนราชีภิ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

๙๓๒

เชิญทอดพระเนตรบุรพวิเทหทวีป อมรโคยานทวีป อุตตรกุรุ ทวีป และชมพูทวีป ขอเชิญทอดพระเนตรสิ่งอัศจรรย์ อัน ธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ พระเจ้าข้า ขอเชิญทอด พระเนตรพระจันทร์และพระอาทิตย์ อันเวียนรอบสิเนรุ- บรรพต ส่องสว่างไปทั่วทิศ ๔ ทิศ ขอเชิญทอดพระเนตร สิ่งอัศจรรย์ อันธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอ เชิญทอดพระเนตรสิเนรุบรรพต หิมวันตบรรพต สมุทร- สาคร พื้นแผ่นดินใหญ่ และท้าวมหาราชทั้ง ๔ อันธรรมดา สร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอเชิญทอดพระเนตรพุ่มไม้ใน สวนแผ่นหินและเนินหินอันน่ารื่นรมย์ เกลื่อนกล่นไปด้วย พวกกินนร อันธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอเชิญ ทอดพระเนตรสวนสวรรค์ คือ ปารุสกวัน จิตตลดาวัน มิสสกวัน และนันทนวัน ทั้งเวชยันปราสาท อันธรรมดา สร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอเชิญทอดพระเนตรสุธรรม เทวสภา ต้นปาริจฉัตตกพฤกษ์อันมีดอกแย้มบาน และพระยา ช้างเอราวัณซึ่งมีอยู่ในดาวดึงส์พิภพ อันธรรมดาสร้างสรรไว้ ในแก้วมณีดวงนี้ ขอเชิญทอดพระเนตรเถิดพระเจ้าข้า ขอ เชิญทอดพระเนตรดูเหล่านางเทพกัญญาอันทรงโฉมล้ำเลิศ ดัง สายฟ้าแลบออกจากกลีบเมฆ เที่ยวเล่นอยู่ในนันทนวันนั้น อันธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอเชิญทอดพระ เนตรเถิดพระเจ้าข้า ขอเชิญทอดพระเนตรเหล่าเทพกัญญา ผู้ประเล้าประโลมเทพบุตรอภิรมย์เหล่าเทพกัญญาอยู่ในนันทน วันนั้น อันธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ พระเจ้าข้า ฯ

|๙๓๒.๑| ปุรโต วิเทเห ปสฺส โคยานิเย จ ปจฺฉโต กุรุโย ชมฺพูทีปญฺจ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๓๒.๒| ปสฺส จนฺทญฺจ สุริยญฺจ โอภาเสนฺเต จตุทฺทิสา สิเนรุํ อนุปริยายนฺเต มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๓๒.๓| สิเนรุํ หิมวนฺตญฺจ สาครญฺจ มหิทฺธิยํ จตฺตาโร จ มหาราเช มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๓๒.๔| อาราเม วนคุมฺเพ จ ปาฏิเย จ สิลุจฺจเย รมฺเม กึปุริสากิณฺเณ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๓๒.๕| ปารุสกํ จิตฺตลตํ มิสฺสกํ นนฺทนํ วนํ เวชยนฺตญฺจ ปาสาทํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๓๒.๖| สุธมฺมํ ตาวตึสญฺจ ปาริฉตฺตญฺจ ปุปฺผิตํ เอราวณํ นาคราชํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๓๒.๗| ปสฺเสตฺถ เทวกญฺญาโย นภา วิชฺชุริวุคฺคตา นนฺทเน วิจรนฺติโย มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๓๒.๘| ปสฺเสตฺถ เทวกญฺญาโย เทวปุตฺตปโลภินี เทวปุตฺเต รมมาเน มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

๙๓๓

ขอเชิญทอดพระเนตรปราสาทมากกว่าพันในดาวดึงส์พิภพ พื้นลาดด้วยแผ่นแก้วไพฑูรย์ มีรัศมีรุ่งเรือง อันธรรมดา สร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอเชิญทอดพระเนตรสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ ชั้นยามา ชั้นดุสิต ชั้นนิมมานรดี และชั้น ปรนิมมิตวสวัตดี อันธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีดวงนี้ ขอเชิญทอดพระเนตรสระโบกขรณีในสวรรค์ชั้นนั้นๆ อันมี น้ำใสสะอาด ดารดาษไปด้วยมณฑาลกะ ดอกปทุมและ อุบล ฯ

|๙๓๓.๑| ปโรสหสฺสํ ปาสาเท เวฬุริยผลกสนฺถเต ปชฺชลนฺเตน วณฺเณน มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๓๓.๒| ตาวตึเส จ ยาเม จ ตุสิเต จาปิ นิมฺมิเต ปรนิมฺมิตวสวตฺติโน มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ |๙๓๓.๓| ปสฺเสตฺถ โปกฺขรณิโย วิปฺปสนฺโนทกา สุจี มณฺฑาลเกหิ สญฺฉนฺนา ปทุมุปฺปลเกหิ จ ฯ

๙๓๔

ลายขาว ๑๐ แห่งอันน่าดูน่ารื่นรมย์ใจ ลายเหลืองอ่อน ๒๑ แห่ง ลายเหลืองขมิ้น ๑๔ แห่ง ลายสีทอง ๒๐ แห่ง ลาย สีน้ำเงิน ๒๐ แห่ง ลายสีแมลงค่อมทอง ๓๐ แห่ง มีปรากฏ อยู่ในแก้วมณีดวงนี้ ในแก้วมณีดวงนี้มีลายดำ ๑๖ แห่ง และลายแดง ๒๕ แห่ง อันเจือด้วยดอกชบา วิจิตรด้วย นิลุบล ข้าแต่พระมหาราชาผู้สูงสุดกว่าปวงชน ขอเชิญทอด พระเนตรแก้วมณีดวงนี้ อันสมบูรณ์ด้วยองค์ทั้งปวง มีรัศมี รุ่งเรืองผุดผ่องอย่างนี้ ผู้ใดจักชนะข้าพระองค์ด้วยการเล่นสะกา แก้ว มณีดวงนี้ ชื่อมณีกัณฑ์ จักเป็นส่วนค่าพนันของผู้นั้น. (นี้) ชื่อมณิกัณฑ์

|๙๓๔.๑| ทเสตฺถ ราชิโย เสตา ทสฺสนียา มโนรมา ฉ ปิงฺคลา ปณฺณรสา หลิทฺทา จ จตุทฺทส ฯ |๙๓๔.๒| วีสติ ตตฺถ โสวณฺณา วีสติ รชตามยา อินฺทโคปกวณฺณาภา ตาว ทิสฺสนฺติ ตึสติ ฯ |๙๓๔.๓| ทเสตฺถ กาฬิโย ฉ จ มญฺเชฏฺฐา ปญฺจวีสติ มิสฺสา พนฺธุกปุปฺเผหิ นีลุปฺปลวิจิตฺตกา ฯ |๙๓๔.๔| เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺนํ อจฺจิมนฺตํ ปภสฺสรํ โอธิสุงฺกํ มหาราช ปสฺส ตฺวํ ทฺวิปทุตฺตม ฯ มณิกณฺฑํ นาม ฯ

๙๓๕

ข้าแต่พระราชา กรรมในโรงเล่นสะกาสำเร็จแล้ว เชิญพระองค์เสด็จไป ทรงเล่นสะกา แก้วมณีเช่นนี้ของพระองค์ไม่มี เราพึงชนะกันโดยธรรม อย่าชนะกันโดยไม่ชอบธรรม ถ้าข้าพระองค์จักชนะพระองค์ไซร้ ขอ พระองค์อย่าได้ทรงทำให้เนิ่นช้า.

อุปาคตํ ราช อุเปหิ ลกฺขํ เนตาทิสํ มณิรตนํ ตวตฺถิ ธมฺเมน ชิยฺยาม อสาหเสน ชิโต จ โน ขิปฺปมวากโรหิ ฯ

๙๓๖

ข้าแต่พระเจ้าสุรเสนปัญจาลราชผู้ปรากฏ พระเจ้ามัจฉราช และพระ- เจ้ามัททราช ทั้งพระเจ้าเกกกราช พร้อมด้วยชาวชนบท ขอจงทรง ทอดพระเนตรดูข้าพเจ้าทั้งสองจะสู้กันด้วยสะกา กษัตริย์ก็ดี พราหมณ์ ก็ดี ไม่ได้ทำสักขีพยานไว้แล้วย่อมไม่ทำกิจอะไรๆ ในที่ประชุม.

ปญฺจาล ปจฺจุคฺคต สูรเสน มจฺฉา จ มทฺทา สห เกกเกภิ ปสฺสนฺตุ โน เต อสเถน ยุทฺธํ น โน สภายํ น กโรนฺติ กิญฺจิ ฯ

๙๓๗

พระราชาของชาวกุรุรัฐ และปุณณกยักษ์ผู้มัวเมาในการเล่นสะกา เข้าไป สู่โรงเล่นสะกาแล้ว พระราชาทรงเลือกได้ลูกบาศก์ที่มีโทษ ทรงปราชัย ส่วนปุณณกยักษ์ชนะ พระราชาและปุณณกยักษ์ทั้งสองนั้น เมื่อเจ้า พนักงานเอาสะกามารวมพร้อมแล้ว ได้เล่นสะกากันอยู่ในโรงสะกานั้น ปุณณกยักษ์ได้ชัยชนะพระราชาผู้แกล้วกล้าประเสริฐกว่านรชน ท่าม กลางพระราชา ๑๐๑ พระองค์และพยานที่เหลือ เสียงบันลือลั่นได้มีขึ้น ในสนามสะกานั้น ๓ ครั้ง.

|๙๓๗.๑| เต ปาวิสุํ อกฺขมเทน มตฺตา ราชา กุรูนํ ปุณฺณโก จาปิ ยกฺโข ราชา กลึ วิจฺจินมคฺคเหสิ กฏมคฺคหิ ปุณฺณโก นาม ยกฺโข |๙๓๗.๒| เต ตตฺถ ชูเต อุภเย สมาคเต รญฺญํ สกาเส สขินญฺจ มชฺเฌ อเชสิ ยกฺโข นรวีรเสฏฺฐํ ตตฺถปฺปนาโท ตุมุโล พภูว ฯ

๙๓๘

ข้าแต่พระมหาราชา เราทั้งสองผู้พยายามเล่นสะกา ความชนะและความ แพ้ย่อมมีแก่คนใดคนหนึ่ง ข้าแต่พระจอมชน ข้าพระองค์ชนะพระองค์ด้วย ทรัพย์อันประเสริฐแล้ว ข้าพระองค์ชนะแล้ว ขอพระองค์ทรงพระราช ทานเสียเร็วๆ เถิด.

ชโย มหาราช ปราชโย จ อายูหตํ อญฺญตรสฺส โหติ ชนินฺท ชินฺโนสิ วรนฺธเนน ชิโต จ เม ขิปฺปมวากโรหิ ฯ

๙๓๙

ดูกรท่านกัจจานะ ช้าง ม้า โค แก้วมณี กุณฑล และแก้วอันประ- เสริฐกว่าทรัพย์ทั้งหลายมีอยู่ในแผ่นดินของเรา ท่านจงรับเอาเถิด เชิญ ขนเอาไปตามปรารถนาเถิด.

หตฺถี ควสฺสา มณิกุณฺฑลา จ ยญฺจาปิ มยฺหํ รตนํ ปฐพฺยา คณฺหาหิ กจฺจาน วรํ ธนานํ อาทาย เยนิจฺฉสิ เตน คจฺฉ ฯ

๙๔๐

ช้าง ม้า โค แก้วมณี กุณฑล และแก้วอื่นใด ที่มีอยู่ในแผ่นดิน ของพระองค์ บัณฑิตมีนามว่าวิธูระ เป็นแก้วอันประเสริฐกว่าทรัพย์ เหล่านั้น ข้าพระองค์ชนะพระองค์แล้ว โปรดพระราชทานวิธูรบัณฑิตแก่ พระองค์เถิด.

หตฺถี ควสฺสา มณิกุณฺฑลา จ ยญฺจาปิ ตุยฺหํ รตนํ ปฐพฺยา เตสํ วโร วิธุโร นาม กตฺตา โส เม ชิโต ตํ เม อวากโรหิ ฯ

๙๔๑

วิธูรบัณฑิตนั้นเป็นตัวของเรา เป็นที่พึ่ง เป็นคติ เป็นเกาะ เป็นที่เร้น และเป็นที่ไปในเบื้องหน้าของเรา ท่านไม่ควรจะเปรียบวิธูรบัณฑิตนั้น กับทรัพย์ของเรา วิธูรบัณฑิตนั้นเช่นกับชีวิตของเรา คือ เป็นตัวเรา.

อตฺตา จ เม โส สรณํ คตี จ ทีโป จ เลโณ จ ปรายโน จ อสนฺตุเลยฺโย มม โส ธเนน ปาเณน เม สทิโส เอส กตฺตา ฯ

๙๔๒

การโต้เถียงกันของข้าพระองค์และพระองค์ จะพึงเป็นการช้านาน ขอ เชิญเสด็จไปถามวิธูรบัณฑิตกันดีกว่า ให้วิธูรบัณฑิตนั้นแลชี้แจงเนื้อ ความนั้น วิธูรบัณฑิตจักกล่าวคำใด คำนั้นจงเป็นอย่างนั้นแก่เราทั้งสอง.

จิรํ วิวาโท มม ตุยฺหมสฺส กามญฺจ ปุจฺฉาม ตเมว คนฺตฺวา เอเสว โน วิวรตุ เอตมตฺถํ ยํ วกฺขติ โหตุ ตถา อุภินฺนํ ฯ

๙๔๓

ดูกรมาณพ ท่านพูดจริงแท้ทีเดียว และไม่ผลุนผลัน เราไปถาม วิธูรบัณฑิตกันเถิดนะ เราทั้ง ๒ คน จงยินดีตามคำที่วิธูรบัณฑิตพูดนั้น.

อทฺธา หิ สจฺจํ ภณสิ น จ มาณว สาหสํ ตเมว คนฺตฺวา ปุจฺฉาม เตน ตุสฺสามุโภ ชนา ฯ

๙๔๔

เทวดาทั้งหลายย่อมรู้จักอำมาตย์ในแคว้นกุรุรัฐ ชื่อว่าวิธูระ เป็นผู้ตั้งอยู่ ในธรรม จริงหรือ การบัญญัติชื่อว่าวิธูระในโลกนั้น ท่านเป็นอะไร คือ เป็นทาส หรือเป็นพระประยูรญาติของพระราชา.

สจฺจํ นุ เทวา วิทหู กุรูนํ ธมฺเม ฐิตํ วิธุรนฺนามมจฺจํ ทาโสสิ รญฺโญ อุท วาสิ ญาติ วิธุโรติ สงฺขฺยา กตโมสิ โลเก ฯ

๙๔๕

ในหมู่นรชน ทาสมี ๔ จำพวก คือ ทาสครอกจำพวก ๑ ทาสไถ่ จำพวก ๑ ทาสที่ยอมตัวเป็นข้าเฝ้าจำพวก ๑ ทาสเชลยจำพวก ๑ แม้ ข้าพเจ้าก็เป็นทาสโดยกำเนิดแท้ทีเดียว ความเจริญก็ตาม ความเสื่อมก็ ตาม จะมีแก่พระราชา แม้ข้าพเจ้าจะไปยังที่อื่นก็คงเป็นทาสของสมมติ- เทพนั่นเอง ดูกรมาณพ พระราชาเมื่อจะทรงพระราชทานข้าพเจ้าให้เป็น ค่าพนันแก่ท่าน ก็พึงทรงพระราชทานโดยธรรม.

|๙๔๕.๑| อามายทาสาปิ ภวนฺติ เหเก ธเนน กีตาปิ ภวนฺติ ทาสา สยํปิ ทาสา อุปยนฺติ เหเก ภยา ปนุณฺณาปิ ภวนฺติ ทาสา |๙๔๕.๒| เอเต นรานํ จตุโรว ทาสา ฯ อทฺธา หิ โยนิโต อหมฺปิ ชาโต ภโว จ รญฺโญ อภโว จ รญฺโญ ทาโสหํ เทวสฺส ปรํปิ คนฺตฺวา ธมฺเมน มํ มาณว ตุยฺห ทชฺชา ฯ

๙๔๖

วันนี้ ความชนะได้มีแก่ข้าพระองค์เป็นครั้งที่ ๒ เพราะว่าวิธูรบัณฑิตผู้ เป็นปราชญ์อันข้าพระองค์ถามแล้ว ได้ชี้แจงปัญหาแจ่มแจ้ง พระราชา ผู้ประเสริฐ ไม่ทรงตั้งอยู่ในธรรมหนอ ไม่ทรงยอมให้วิธูรบัณฑิตแก่ข้า- พระองค์.

อยํปิ ทุติโย วิชโย มมชฺช ปุฏฺโฐ หิ กตฺตา วิวริตฺถ ปญฺหํ อธมฺมรูโป วต ราชเสฏฺโฐ สุภาสิตํ นานุชานาสิ มยฺหํ ฯ

๙๔๗

ดูกรกัจจานะ ถ้าวิธูรบัณฑิตชี้แจงปัญหาแก่เราทั้งหลายอย่างนี้ว่า เราเป็น ทาส เราหาได้เป็นญาติไม่ ท่านจงรับเอาวิธูรบัณฑิตผู้เป็นทรัพย์อันประ- เสริฐกว่าทรัพย์ทั้งหลาย พาไปตามที่ท่านปรารถนาเถิด. (นี้) ชื่ออักขกัณฑ์

เอวญฺเจ โน โส วิวริตฺถ ปญฺหํ ทาโสหมสฺมิ น จ โขสฺมิ ญาติ คณฺหาหิ กจฺจาน วรํ ธนานํ อาทาย เยนิจฺฉสิ เตน คจฺฉ ฯ อกฺขกณฺฑํ นาม ฯ

๙๔๘

ท่านวิธูรบัณฑิต คฤหัสถ์ผู้อยู่ครองเรือน จะพึงมีความประพฤติอันปลอด- ภัยได้อย่างไร จะพึงมีความสงเคราะห์ได้อย่างไร จะพึงมีความไม่เบียด เบียนได้อย่างไร และอย่างไรมาณพจึงจะชื่อว่ามีปกติกล่าวคำสัตย์ จากโลกนี้ไปยังโลกหน้า แล้วจะไม่เศร้าโศกได้อย่างไร.

|๙๔๘.๑| วิธุร วสมานสฺส คหฏฺฐสฺส สกํ ฆรํ เขมา วุตฺติ กถํ อสฺส กถนฺนุ อสฺส สงฺคโห ฯ |๙๔๘.๒| อพฺยาปชฺฌํ กถํ อสฺส สจฺจวาที จ มาณโว อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ กถํ เปจฺจ น โสจติ ฯ

๙๔๙

วิธูรบัณฑิตผู้มีคติ มีความเพียร มีปัญญาเห็นอรรถธรรมอันสุขุม กำหนด รู้ธรรมทั้งปวง ได้กราบทูลพระราชาในโรงธรรมสภานั้นว่า ผู้ครองเรือน ไม่ควรคบหญิงสาธารณะเป็นภรรยา ไม่ควรบริโภคอาหารมีรสอร่อยแต่ผู้ เดียว ไม่ควรซ่องเสพถ้อยคำอันให้ติดอยู่ในโลก ไม่ให้สวรรค์นิพพาน เพราะถ้อยคำเช่นนั้นไม่ทำให้ปัญญาเจริญ ผู้ครองเรือนพึงเป็นผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยวัตร ไม่ประมาท มีปัญญาเครื่องสอดส่องเหตุผล มีความ ประพฤติถ่อมตน ไม่เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น เป็นผู้สงบเสงี่ยม กล่าว ถ้อยคำจับใจ อ่อนโยน ผู้ครองเรือน พึงเป็นผู้สงเคราะห์มิตร จำแนก แจกทาน รู้จักจัดทำ พึงบำรุงสมณพราหมณ์ด้วยข้าวน้ำทุกเมื่อ ผู้ครอง เรือนพึงเป็นผู้ใคร่ธรรม ทรงจำอรรถธรรมที่ได้สดับมาแล้ว หมั่นไต่ถาม พึงเข้าไปหาท่านผู้มีศีลเป็นพหูสูตโดยเคารพ คฤหัสถ์ผู้ครองเรือน จะพึงมี ความประพฤติอันปลอดภัยได้อย่างนี้ จะพึงมีความสงเคราะห์ได้อย่างนี้ จะพึงมีความไม่เบียดเบียนกันได้อย่างนี้ และมาณพพึงปฏิบัติอย่างนี้ จึงจะชื่อว่ามีปกติกล่าวคำสัตย์ จากโลกนี้แล้วไปยังโลกหน้าจะไม่เศร้า- โศกได้ด้วยอาการอย่างนี้ พระเจ้าข้า. (นี้) ชื่อฆราวาสปัญหา

|๙๔๙.๑| ตํ ตตฺถ คติมา ธิติมา มติมา อตฺถทสฺสิมา สงฺขาตา สพฺพธมฺมานํ วิธุโร เอตทพฺรวิ ฯ |๙๔๙.๒| น สาธารณทารสฺส น ภุญฺเช สาธุเมกโก น เสเว โลกายติกํ เนตํ ปญฺญาย วฑฺฒนํ ฯ |๙๔๙.๓| สีลวา วตฺตสมฺปนฺโน อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ นิวาตวุตฺติ อตฺถทฺโธ สุรโต สขิโล มุทุ ฯ |๙๔๙.๔| สงฺคเหตา จ มิตฺตานํ สํวิภาคี วิธานวา ตปฺเปยฺย อนฺนปาเนน สทา สมณพฺราหฺมเณ ฯ |๙๔๙.๕| ธมฺมกาโม สุตาธาโร ภเวยฺย ปริปุจฺฉโก สกฺกจฺจํ ปยิรุปาเสยฺย สีลวนฺเต พหุสฺสุเต ฯ |๙๔๙.๖| ฆรมาวสมานสฺส คหฏฺฐสฺส สกํ ฆรํ เขมา วุตฺติ สิยา เอวํ เอวํ นุ อสฺส สงฺคโห ฯ |๙๔๙.๗| อพฺยาปชฺโฌ สิยา เอวํ สจฺจวาที จ มาณโว อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ เอวํ เปจฺจ น โสจติ ฯ ฆราวาสปญฺหา นาม ฯ

๙๕๐

เราจักไปกันเดี๋ยวนี้แหละ พระเจ้าแผ่นดิน ผู้เป็นอิสราธิบดี ทรงพระ- ราชทานท่านให้แก่ข้าพเจ้าแล้ว ขอท่านจงปฏิบัติประโยชน์แก่ข้าพเจ้า ธรรมนี้เป็นของเก่า.

เอหิ ทานิ คมิสฺสาม ทินฺโน โน อิสฺสเรน เม มเมวตฺถํ ปฏิปชฺช เอส ธมฺโม สนนฺตโน ฯ

๙๕๑

ดูกรมาณพ ข้าพเจ้าย่อมรู้ว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้อันท่านได้แล้ว ข้าพเจ้าเป็น ผู้อันพระราชา ผู้เป็นอิสราธิบดีพระราชทานแก่ท่านแล้ว แต่ว่าข้าพเจ้า ขอให้ท่านพักอยู่ในเรือนสัก ๓ วัน ขอให้ท่านยับยั้งอยู่ ตลอดเวลาที่ ข้าพเจ้าสั่งสอนบุตรภรรยาก่อน.

ชานามิ มาณว ตยาหมสฺมิ ทินฺโนหมสฺมิ ตว อิสฺสเรน ตีหญฺจ ตํ วาสเยมุ อคาเร เยนทฺธุนา อนุสาเสมุ ปุตฺเต ฯ

๙๕๒

คำที่ท่านกล่าวนั้น จงมีแก่ข้าพเจ้าเหมือนอย่างนั้น ข้าพเจ้าจะพักอยู่ ๓ วัน ตั้งแต่วันนี้ ท่านจงทำกิจในเรือนทั้งหลาย ท่านจงสั่งสอนบุตร ภรรยาเสียแต่วันนี้ ตามที่บุตรภรรยาของท่านจะพึงมีความสุขได้ภายหลัง ในเมื่อท่านไปแล้ว.

ตมฺเม ตถา โหตุ วเสมุ ตีหํ กุรุตํ ภวํ อชฺช ฆเรสุ กิจฺจํ อนุสาสตํ ปุตฺตทาเร ภวชฺช ยถา ตยี เปจฺจ สุขี ภเวยฺย ฯ

๙๕๓

ปุณณกยักษ์ผู้มีสมบัติน่าใคร่มากมาย กล่าวว่าดีละ แล้วหลีกไปพร้อม กับวิธูรบัณฑิต เป็นผู้มีมรรยาทอันประเสริฐสุด เข้าไปภายในบ้านของ วิธูรบัณฑิต อันบริบูรณ์ด้วยช้างและม้าอาชาไนย.

สาธูติ วตฺวาน ปหูตกาโม ปกฺกามิ ยกฺโข วิธุเรน สทฺธึ ตํ กุญฺชราชญฺญหยานุจิณฺณํ ปาเวกฺขิ อนฺเตปุรมริยเสฏฺโฐ ฯ

๙๕๔

ปราสาทของพระมหาสัตว์มีอยู่ ๓ คือ โกญจาปราสาท ๑ มยูรปราสาท ๑ ปิยเกตปราสาท ๑ ในปราสาททั้ง ๓ นั้น พระมหาสัตว์ได้พาปุณณกยักษ์ เข้าไปยังปราสาท อันเป็นที่น่ารื่นรมย์ยิ่งนัก มีภักษาหารบริบูรณ์ มีข้าว น้ำเป็นอันมาก ดังหนึ่งสักกสารวิมานของท้าววาสวะ ฉะนั้น.

โกญฺจํ มยูรญฺจ ปิยญฺจ เกตํ อุปาคมิ ตตฺถ สุรมฺมรูปํ ปหูตภกฺขํ พหุอนฺนปานํ มสกฺกสารํ วิย วาสวสฺส ฯ

๙๕๕

นารีทั้งหลายผู้ประดับประดางดงาม ดังเทพอัปสรในเทวโลก ฟ้อนรำ ขับร้องเพลงอันไพเราะจับใจ กล่อมปุณณกยักษ์อยู่ในปราสาทนั้น พระ- มหาสัตว์ผู้รักษาธรรม รับรองปุณณกยักษ์ด้วยนางบำเรอที่น่ายินดี ทั้งข้าว และน้ำ แล้วคิดถึงประโยชน์ส่วนตน ได้เข้าไปในสำนักของภรรยาใน กาลนั้น ได้กล่าวกะภรรยาผู้ลูบไล้ด้วยจรุณจันทน์และของหอม มีผิว- พรรณผุดผ่องดุจแท่งทองชมพูนุทว่า ดูกรนางผู้เจริญ ผู้มีดวงตาอันงดงาม มานี่เถิด จงเรียกบุตรธิดามาฟังคำสั่งสอน นางอโนชาได้ฟังคำของสามี แล้ว ได้กล่าวกะลูกสะใภ้ผู้มีเล็บแดง มีตาอันงามว่า ดูกรเจ้าผู้มี ผิวพรรณดังดอกนิลุบล เจ้าจงไปเรียกบุตรและธิดาของเราผู้แกล้วกล้า สามารถเหล่านั้นมา.

|๙๕๕.๑| ตตฺถ นจฺจนฺติ คายนฺติ อวฺหยนฺติ วราวรํ อจฺฉรา วิย เทเวสุ นาริโย สมลงฺกตา ฯ |๙๕๕.๒| สมงฺคีกตฺวา ปมทาหิ ยกฺขํ อนฺเนน ปาเนน จ ธมฺมปาโล อตฺตตฺถเมวานุวิจินฺตยนฺโต ปาเวกฺขิ ภริยาย ตทา สกาเส ฯ |๙๕๕.๓| ตํ จนฺทนคนฺธรสานุลิตฺตํ สุวณฺณชมฺโพนทนิกฺขสาทิสํ ภริยํ อวจ เอหิ สุโณหิ โภติ ปุตฺตานิ อามนฺตย ตมฺพเนตฺเต ฯ |๙๕๕.๔| สุตฺวาน วากฺยํ ปติโน อโนชา สุณิสํ อวจ ตมฺพนขึ สุเนตฺตํ อามนฺตย จมฺมธรานิ เจเต ปุตฺตานิ อินฺทีวรปุปฺผสาเม ฯ

๙๕๖

พระมหาสัตว์ผู้รักษาธรรม ได้จุมพิตบุตรธิดาผู้มาแล้วนั้นที่กระหม่อม ไม่หวั่นไหว ครั้นเรียกบุตรธิดามาพร้อมแล้วได้กล่าวสั่งสอนว่า พระ- ราชาในพระนครอินทปัตนี้ พระราชทานพ่อให้แก่มาณพแล้ว พ่อพึงมี ความสุขของตนเองได้เพียง ๓ วัน ตั้งแต่วันนี้ไป พ้นจากนั้นไป พ่อ ก็ต้องเป็นไปในอำนาจของมาณพนั้น เขาจะพาพ่อไปตามที่เขาปรารถนา ก็พ่อมาเพื่อสั่งสอนลูกทั้งหลาย พ่อยังไม่ได้ทำเครื่องป้องกันให้แก่ลูกทั้ง หลายแล้ว จะพึงไปได้อย่างไร ถ้าว่า พระราชาผู้ปกครองกุรุรัฐ ผู้มีพระ- ราชสมบัติอันน่าใคร่เป็นอันมาก ทรงต้องการกัลยาณมิตร จะพึงตรัสถาม ลูกทั้งหลายว่า เมื่อก่อนเจ้าทั้งหลายย่อมรู้เหตุเก่าๆ อะไรบ้าง พ่อของ เจ้าทั้งหลายได้พร่ำสอนอะไรไว้ในกาลก่อนบ้าง ถ้าแหละ พระราชาจะพึง มีพระราชโองการตรัสว่า เจ้าทั้งปวงเป็นผู้มีอาสนะเสมอกันกับเราใน ราชสกุลนี้ มนุษย์คนไร ซึ่งจะมีชาติสกุลสมควรกับพระราชาไม่มี ลูกทั้ง หลายพึงถวายบังคมกราบทูลอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ พระ- องค์อย่าได้รับสั่งอย่างนั้นเลยพระเจ้าข้า เพราะข้อนี้มิใช่ธรรมเนียม ขอ เดชะ ข้าพระองค์ทั้งหลายมีชาติต่ำต้อย ไม่สมควรมีอาสนะเสมอด้วย พระองค์ผู้สูงศักดิ์ เหมือนสุนัขจิ้งจอกผู้มีชาติต่ำต้อย จะพึงมีอาสนะ เสมอด้วยพระยาไกรสรราชสีห์อย่างไรได้ พระเจ้าข้า. จบลักขกัณฑ์

|๙๕๖.๑| เต อาคเต มุทฺธนิ ธมฺมปาโล จุมฺพิตฺวา ปุตฺเต อวิกมฺปมาโน อามนฺตยิตฺวาน อโวจ วากฺยํ ทินฺโนหํ รญฺญา อิธ มาณวสฺส ฯ |๙๕๖.๒| ตสฺสชฺชหํ อตฺตสุขี วิเธยฺโย อาทาย เยนิจฺฉติ เตน คจฺฉติ อหญฺจ โว อนุสาสิตุํ อาคโตสฺมิ กถํ อหํ อปริตฺตาย คจฺเฉ ฯ |๙๕๖.๓| สเจ โว ราชา กุรุรฏฺฐวาสี ชนสนฺโธ ปุจฺเฉยฺย ปหูตกาโม กิมาภิชานาถ ปุเร ปุราณํ กึ โว ปิตา อนุสาเส ปุรตฺถา ฯ |๙๕๖.๔| สมานาสนา โหถ มยา จ สพฺเพ โก นีธ รญฺโญ อพฺภติโก มนุสฺโส ตมญฺชลึ กริย วเทถ เอวํ มา เหว เทว น หิ เอส ธมฺโม วิยคฺฆราชสฺส นิหีนชจฺโจ สมานาสโน เทว กถํ ภเวยฺย ฯ ลกฺขกณฺฑํ

๙๕๗

วิธูรบัณฑิตนั้น มีความดำริแห่งใจอันไม่หดหู่ ได้กล่าวกะบุตรธิดา ญาติ มิตรและเพื่อนที่สนิทว่า ดูกรลูกรักทั้งหลาย ลูกทั้งหลายจงมานั่งฟังราช- วัสดีธรรม อันเป็นเหตุให้บุคคลผู้เข้าไปสู่ราชสกุลได้ยศ.

|๙๕๗.๑| โส จ ปุตฺเต อมจฺเจ จ ญาตโย สุหทชฺชเน อลีนมนสงฺกปฺโป วิธุโร เอตทพฺรวิ ฯ |๙๕๗.๒| เอถยฺยา ราชวสตึ นิสีทิตฺวา สุณาถ เม ยถา ราชกุลํ ปตฺโต ยสํ โปโส นิคจฺฉติ ฯ

๙๕๘

ผู้เข้าไปสู่ราชสกุล พระราชายังไม่ทรงทราบความสามารถย่อมไม่ได้ยศ ราชเสวกไม่ควรกล้าเกินไป ไม่ควรขลาดเกินไป ควรเป็นผู้ไม่ประมาทใน กาลทุกเมื่อ เมื่อใดพระราชาทรงทราบความประพฤติปกติ ปัญญา และ ความบริสุทธิ์ของราชเสวกนั้น เมื่อนั้น ย่อมทรงวางพระทัยและไม่ทรง รักษาความลับ.

|๙๕๘.๑| น หิ ราชกุลํ ปตฺโต อญฺญาโต ลภเต ยสํ นาติสูโร นาติทุมฺเมโธ นปฺปมตฺโต กุทาจนํ ฯ |๙๕๘.๒| ยทาสฺส สีลํ ปญฺญญฺจ โสเจยฺยญฺจาธิคจฺฉติ อถ วิสฺสาสเต ตมฺหิ คุยฺหญฺจสฺส น รกฺขติ ฯ

๙๕๙

ราชเสวกอันพระราชาไม่ตรัสใช้ ไม่พึงหวั่นไหวด้วยอำนาจฉันทาคติ เป็นต้น ดังตราชูที่บุคคลประคองให้มีคันเสมอเที่ยงตรง ฉะนั้น ราช- เสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกพึงตั้งใจกระทำราชกิจทุกอย่าง ให้เสมอต้นเสมอปลาย เหมือนตราชูที่บุคคลประคองให้มีคันเสมอเที่ยง ตรงดี ฉะนั้น ราชเสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนักได้.

|๙๕๙.๑| ตุลา ยถา ปคฺคหิตา สมทณฺฑา สุธาริตา อชฺฌิฏฺโฐ น วิกมฺเปยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๕๙.๒| ตุลา ยถา ปคฺคหิตา สมทณฺฑา สุธาริตา สพฺพานิ อภิสมฺโภนฺโต ส ราชวสตึ วเส ฯ

๙๖๐

ราชเสวกต้องเป็นคนฉลาดในราชกิจ อันพระราชาตรัสใช้กลางวันหรือ กลางคืนก็ตาม ไม่พึงหวาดหวั่นในการกระทำราชกิจนั้นๆ ราชเสวกนั้น พึงอยู่ในราชสำนักได้ ทางใดที่เขาตกแต่งไว้เรียบร้อยดี สำหรับเสด็จ พระดำเนินถึงพระราชาทรงอนุญาต ราชเสวกก็ไม่ควรเดินโดยทางนั้น ราชเสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนักได้.

|๙๖๐.๑| ทิวา วา ยทิ วา รตฺตึ ราชกิจฺเจสุ ปณฺฑิโต อชฺฌิฏฺโฐ น วิกมฺเปยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๐.๒| ทิวา วา ยทิ วา รตฺตึ ราชกิจฺเจสุ ปณฺฑิโต สพฺพานิ อภิสมฺโภนฺโต ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๐.๓| โย จสฺส สุกโต มคฺโค รญฺโญ สุปฏิยาทิโต น เตน วุตฺโต คจฺเฉยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ

๙๖๑

ราชเสวกไม่พึงบริโภคสมบัติที่น่าใคร่ ทัดเทียมกับพระราชาในกาลไหนๆ ควรเดินหลังในทุกสิ่งทุกอย่าง ราชเสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนักได้ ราช- เสวกไม่ควรใช้สอยประดับประดาเสื้อผ้า มาลา เครื่องลูบไล้ ทัดเทียม กับพระราชา ไม่พึงประพฤติอากัปกิริยา หรือพูดจาทัดเทียมกับพระราชา ควรทำอากัปกิริยาเป็นอย่างหนึ่ง ราชเสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนักได้.

|๙๖๑.๑| น รญฺโญ สมกํ ภุญฺเช กามโภเค กุทาจนํ สพฺพตฺถ ปจฺฉโต คจฺเฉ ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๑.๒| น รญฺโญ สทิสํ วตฺถํ น มาลํ น วิเลปนํ อากปฺปํ สรกุตฺตึ วา น รญฺโญ สทิสมาจเร อญฺญํ กเรยฺย อากปฺปํ สราชวสตึ วเส ฯ

๙๖๒

เมื่อพระราชาทรงพระสำราญอยู่กับหมู่อำมาตย์ อันพระสนมกำนัลในเฝ้า แหนอยู่ เสวกามาตย์เป็นคนฉลาด ไม่พึงกระทำการทอดสนิทในพระ- สนมกำนัลใน ราชเสวกไม่ควรเป็นคนฟุ้งซ่าน ไม่คะนองกายวาจา มี ปัญญาเครื่องรักษาตน สำรวมอินทรีย์ สมบูรณ์ด้วยการตั้งใจไว้ดี ราช- เสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนักได้.

|๙๖๒.๑| กีเฬ ราชา อมจฺเจหิ ภริยาหิ ปริวาริโต นามจฺโจ ราชภริยาสุ ภาวํ กุพฺเพถ ปณฺฑิโต ฯ |๙๖๒.๒| อนุทฺธโต อจปโล นิปโก สํวุตินฺทฺริโย มโนปณิธิสมฺปนฺโน ส ราชวสตึ วเส ฯ

๙๖๓

ราชเสวกไม่ควรเล่นหัว เจรจาปราศรัยในที่ลับกับพระสนมกำนัลใน ไม่ ควรถือเอาทรัพย์จากพระคลังหลวง ราชเสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกไม่พึงเห็นแก่การหลับนอนมากนัก ไม่พึงดื่มสุราจนเมามาย ไม่พึงฆ่าเนื้อในสถานที่พระราชทานอภัย ราชเสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนัก ได้ ราชเสวกไม่พึงขึ้นร่วมพระตั่ง ราชบัลลังก์ พระราชอาสน์ เรือ และรถพระที่นั่ง ด้วยอาการทนงตนว่าเป็นคนโปรดปราน ราชเสวกนั้น พึงอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกต้องเป็นผู้มีปัญญาเครื่องพิจารณา ไม่ ควรเฝ้าให้ไกลนักใกล้นัก ควรยืนเฝ้าพอให้ท้าวเธอทอดพระเนตรเห็น ถนัด ในสถานที่ที่พอจะได้ยินพระราชดำรัสเบื้องพระพักตร์ของพระราชา ราชเสวกไม่ควรทำความวางใจว่า พระราชาเป็นเพื่อนของเรา พระราชา เป็นคู่กันกับเรา พระราชาทั้งหลายย่อมทรงพระพิโรธได้เร็วไวเหมือน นัยน์ตาอันผงกระทบ ราชเสวกไม่ควรถือตัวว่าเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต พระราชาทรงบูชา ไม่ควรเพ็ดทูลถ้อยคำหยาบคายกะพระราชาซึ่งประทับ อยู่ในราชบริษัท.

|๙๖๓.๑| นาสฺส ภริยาหิ กีเฬยฺย น มนฺเตยฺย รโหคโต นาสฺส โกสา ธนํ คเณฺห ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๓.๒| น นิทฺทํ พหุ มญฺเญยฺย น มทาย สุรํ ปิเว นาสฺส ทาเย มิเค หญฺเญ ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๓.๓| นาสฺส ปีฐํ น ปลฺลงฺกํ น โกจฺฉํ น นาวํ รถํ สมฺมโตมฺหีติ อารูเยฺห ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๓.๔| นาติทูเร ภเช รญฺโญ นาจฺจาสนฺเน วิจกฺขโณ สเมกฺขญฺจสฺส ติฏฺเฐยฺย สนฺทิสฺสนฺโต สภตฺตุโน ฯ |๙๖๓.๕| น เม ราชา สขา โหติ น ราชา โหติ เมถุโน ขิปฺปํ กุชฺฌนฺติ ราชาโน สุเกนกฺขีว ฆฏฺฏิตํ ฯ |๙๖๓.๖| น ปูชิโต มญฺญมาโน เมธาวี ปณฺฑิโต นโร ผรุสํ ปฏิมนฺเตยฺย ราชานํ ปริสํ คตํ ฯ

๙๖๔

ราชเสวกผู้ได้รับพระราชทานพระทวารเป็นพิเศษ ก็ไม่ควรวางใจใน พระราชาทั้งหลาย พึงเป็นผู้สำรวมดำรงตนไว้เพียงดังไฟ ราชเสวกนั้น พึงอยู่ในราชสำนักได้ พระเจ้าอยู่หัวจะทรงยกย่องพระราชโอรส หรือ พระราชวงศ์ด้วยบ้าน นิคม แว่นแคว้น หรือชนบท ราชเสวกควร นิ่งดูก่อน ไม่ควรเพ็ดทูลคุณหรือโทษ.

|๙๖๔.๑| ลทฺธทฺวาโร ลเภ ทฺวารํ เนว ราชูสุ วิสฺสเส อคฺคิว สํยโต ติฏฺเฐ ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๔.๒| ปุตฺตํ วา ภาตรํ สํ วา สมฺปคฺคณฺหาติ ขตฺติโย คาเมหิ นิคเมหิ วา รฏฺเฐหิ ชนปเทหิ วา ตุณฺหีภูโต อุเปกฺเขยฺย น ภเณ เฉกปาปกํ ฯ

๙๖๕

พระราชาจะทรงปูนบำเหน็จรางวัลให้แก่กรมช้าง กรมม้า กรมรถ กรม เดินเท้า ตามความชอบในราชการของเขา ราชเสวกไม่ควรทัดทานเขา ราชเสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกผู้เป็นนักปราชญ์ พึงโอนไป เหมือนคันธนู และพึงไหวไปตามเหมือนไม้ไผ่ ไม่ควรทูลทัดทาน ราชเสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกพึงเป็นผู้มีท้องน้อยเหมือน คันธนู พึงเป็นผู้ไม่มีลิ้นเหมือนปลา พึงเป็นผู้รู้จักประมาณในโภชนะ มีปัญญาเครื่องรักษาตน แกล้วกล้า ราชเสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนักได้.

|๙๖๕.๑| หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา เตสํ กมฺมาปทาเนน ราชา วฑฺเฒติ เวตฺตนํ น เตสํ อนฺตรา คจฺเฉ ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๕.๒| จาโปว โอนเม ธีโร วํโส วาปิ ปกมฺปเย ปฏิโลมํ น วตฺเตยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๕.๓| จาโปวูนูทโร อสฺส มจฺโฉวสฺส อชิวฺหตา อปฺปาสี นิปโก สูโร ส ราชวสตึ วเส ฯ

๙๖๖

ราชเสวกไม่พึงสัมผัสหญิงนัก ซึ่งเป็นเหตุให้สิ้นเดช ผู้สิ้นเดชย่อมได้ ประสบโรคไอมองคร่อ ความกระวนกระวาย ความอ่อนกำลัง ราชเสวก ไม่ควรพูดมากเกินไป ไม่ควรนิ่งทุกเมื่อ เมื่อถึงเวลาพึงเปล่งวาจาพอ ประมาณ ไม่พร่ำเพรื่อ เป็นคนไม่มักโกรธ ไม่กระทบกระเทียบ เป็น คนพูดจริง อ่อนหวาน ไม่ส่อเสียด ไม่ควรพูดถ้อยคำเพ้อเจ้อ ราช- เสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนักได้.

|๙๖๖.๑| น พาฬฺหํ อิตฺถึ คจฺเฉยฺย สมฺผสฺสํ เตชสงฺขฺยํ กาสํ สาสํ ทรํ พาลฺยํ ขีณเมโธ นิคจฺฉติ ฯ |๙๖๖.๒| นาติเวลํ ปภาเสยฺย น ตุณฺหี สพฺพทา สิยา อวิกิณฺณํ มิตํ วาจํ ปตฺเต กาเล อุทีริเย ฯ |๙๖๖.๓| อกฺโกธโน อสงฺฆฏฺโฏ สจฺโจ สโณฺห อเปสุโณ สมฺผํ คิรํ น ภาเสยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ

๙๖๗

ราชเสวกพึงเลี้ยงดูมารดาบิดา พึงประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้เจริญในสกุล มีวาจาอ่อนหวาน กล่าววาจากลมเกลี้ยง ราชเสวกนั้นควรอยู่ในราชสำ- นักได้ ราชเสวกพึงเป็นผู้ได้รับแนะนำดีแล้ว มีศิลปะ ฝึกฝนแล้ว เป็น ผู้ทำประโยชน์ เป็นผู้คงที่ อ่อนโยน ไม่ประมาท สะอาดหมดจด เป็นคนขยัน ราชเสวกนั้นควรอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกพึงเป็นผู้มี ความประพฤติอ่อนน้อม มีความเคารพยำเกรงในท่านผู้เจริญ เป็นผู้ สงบเสงี่ยม มีการอยู่ร่วมเป็นสุข ราชเสวกนั้นควรอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกพึงเว้นให้ห่างไกลซึ่งทูตที่ส่งมาเกี่ยวด้วยความลับ พึงดูแลแต่ เจ้านายของตน ไม่ควรพูด (เรื่องลับ) ในสำนักของพระราชาอื่น.

|๙๖๗.๑| มาตาเปติภโร อสฺส กุเล เชฏฺฐาปจายิโก สโณฺห สขิลสมฺภาโส ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๗.๒| วินีโต สิปฺปวา ทนฺโต กตตฺโต นิยโต มุทุ อปฺปมตฺโต สุจิ ทกฺโข ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๗.๓| นิวาตวุตฺติ วุฑฺเฒสุ สปฺปติสฺโส สคารโว สุรโต สุขสํวาโส ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๗.๔| อารกา ปริวชฺเชยฺย สญฺหิตุํ ปหิตํ ชนํ ภตฺตารญฺเญวุทิกฺเขยฺย น จ อญฺญสฺส ราชิโน ฯ

๙๖๘

ราชเสวกพึงเข้าหาสมาคมกะสมณะและพราหมณ์ ผู้มีศีลเป็นพหูสูต โดยเคารพ ราชเสวกนั้นควรอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกเมื่อได้เข้าหา สมาคมกะสมณะและพราหมณ์ ผู้มีศีลเป็นพหูสูตแล้ว พึงสมาทาน รักษาอุโบสถศีล โดยเคารพ ราชเสวกนั้นควรอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกพึงบำรุงเลี้ยงสมณะและพราหมณ์ผู้มีศีล เป็นพหูสูต ด้วยข้าว และน้ำ ราชเสวกนั้นควรอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกผู้หวังความเจริญ แก่ตน พึงเข้าไปสมาคมคบหากะสมณะและพราหมณ์ผู้มีศีล เป็น พหูสูต มีปัญญา.

|๙๖๘.๑| สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต สกฺกจฺจํ ปยิรุปาเสยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๘.๒| สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต สกฺกจฺจํ อนุวาเสยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๘.๓| สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต ตปฺเปยฺย อนฺนปาเนน ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๘.๔| สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต อาสชฺช ปญฺเญ เสเวถ อากงฺขํ วุฑฺฒิมตฺตโน ฯ

๙๖๙

ราชเสวกไม่พึงทำทาน ที่เคยพระราชทาน ในสมณพราหมณ์ให้เสื่อมไป อนึ่ง เห็นพวกวณิพกซึ่งมาในเวลาพระราชทาน ไม่ควรห้ามอะไรเลย ราชเสวกพึงเป็นผู้มีปัญญา สมบูรณ์ด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดราชกิจ รู้จักกาล รู้จักสมัย ราชเสวกนั้นควรอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกพึง เป็นคนขยันหมั่นเพียร ไม่ประมาท มีปัญญาสอดส่องพิจารณาในการงาน ที่ตนพึงทำ จัดการงานให้สำเร็จด้วยดี ราชเสวกนั้นควรอยู่ในราชสำนัก ได้.

|๙๖๙.๑| ทินฺนปุพฺพํ น หาเปยฺย ทานํ สมณพฺราหฺมเณ น จ กิญฺจิ นิวาเรยฺย ทานกาเล วนิพฺพเก ฯ |๙๖๙.๒| ปญฺญวา พุทฺธิสมฺปนฺโน วิธานวิธิโกวิโท กาลญฺญู สมยญฺญู จ ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๖๙.๓| อุฏฺฐาตา กมฺมเธยฺเยสุ อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ สุสํวิหิตกมฺมนฺโต ส ราชวสตึ วเส ฯ

๙๗๐

อนึ่ง ราชเสวกพึงไปตรวจตราดูลานข้าวสาลีปศุสัตว์และนาเสมอๆ พึง ตวงข้าวเปลือกให้รู้ประมาณแล้ว ให้เก็บไว้ในฉาง พึงนับบริวารชนใน เรือนแล้ว ให้หุงต้มพอประมาณ ไม่ควรตั้งบุตรธิดา พี่น้อง หรือวงศ์ญาติ ผู้ไม่ตั้งอยู่ในศีลให้เป็นใหญ่ เพราะคนเหล่านั้นเป็นคนพาล ไม่จัดว่า เป็นพี่น้อง คนเหล่านั้น เป็นเหมือนคนที่ตายไปแล้ว แต่เมื่อเขาเหล่านั้น มาหาถึงสำนัก ก็ควรให้ผ้านุ่งผ้าห่มและอาหาร ควรตั้งพวกทาสหรือ กรรมกร ผู้ตั้งมั่นอยู่ในศีล เป็นคนขยันหมั่นเพียร ให้เป็นใหญ่.

|๙๗๐.๑| ขลํ สาลํ ปสุํ เขตฺตํ คนฺตฺวา จสฺส อภิกฺขณํ มิตํ ธญฺญํ นิธาเปยฺย มิตํ จ ปาจเย ฆเร ฯ |๙๗๐.๒| ปุตฺตํ วา ภาตรํ สํ วา สีเลสุ อสมาหิตํ อนงฺคาว หิ เต พาลา ยถา เปตา ตเถว เต ฯ |๙๗๐.๓| โจฬญฺจ เนสํ ปิณฺฑญฺจ อาสีนานํ ปทาปเย ทาเส กมฺมกเร โปเส สีเลสุ สุสมาหิเต ทกฺเข อุฏฺฐานสมฺปนฺเน อาธิปจฺจสฺมิ ฐาปเย ฯ

๙๗๑

ราชเสวกพึงเป็นผู้มีศีล ไม่โลภมาก พึงประพฤติตามเจ้านาย ประพฤติ ประโยชน์แก่เจ้านาย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ราชเสวกนั้นควรอยู่ใน ราชสำนักได้ ราชเสวกพึงเป็นผู้รู้จักพระราชอัธยาศัย และพึงปฏิบัติ ตามพระราชประสงค์ ไม่ควรประพฤติขัดต่อพระราชประสงค์ ราชเสวก นั้นควรอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกพึงก้มศีรษะลงชำระพระบาท ใน เวลาผลัดพระภูษาทรง และในเวลาสรงสนาน แม้จะถูกกริ้วก็ไม่ควร โกรธตอบ ราชเสวกนั้นควรอยู่ในราชสำนักได้.

|๙๗๑.๑| สีลวา จ อโลโภ จ อนุวตฺโต จ ราชิโน อาวี รโห หิโต ตสฺส ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๗๑.๒| ฉนฺทญฺญู ราชิโน จสฺส จิตฺตฏฺโฐ จสฺส ราชิโน อสงฺกุสกวุตฺติสฺส ส ราชวสตึ วเส ฯ |๙๗๑.๓| อจฺฉาทเน จ นหาปเน โธเว ปาเท อโธสิรํ อาหโตปิ น กุปฺเปยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ

๙๗๒

บุรุษผู้หวังความเจริญแก่ตน พึงกระทำอัญชลีในหม้อน้ำ และพึงกระทำ ประทักษิณนกแอ่นลม อย่างไรเขาจักไม่พึงนอบน้อม พระราชาผู้เป็น นักปราชญ์สูงสุด พระราชทานสมบัติอันน่าใคร่ทุกอย่างเล่า เพราะ พระราชาทรงพระราชทานที่นอน ผ้านุ่งผ้าห่ม ยวดยาน ที่อยู่อาศัย บ้านเรือน ยังโภคสมบัติให้ตกทั่วถึง เหมือนมหาเมฆยังน้ำฝนให้ตก เป็นประโยชน์แก่หมู่สัตว์ทั่วไป ฉะนั้น ดูกรเจ้าทั้งหลาย นี้ชื่อว่าราชวัสดี เป็นอนุศาสน์สำหรับราชเสวก นรชนประพฤติตาม ย่อมยังพระราชาให้ โปรดปราน และย่อมได้การบูชาในเจ้านายทั้งหลาย. (นี้) ชื่อราชวัสดี

|๙๗๒.๑| กุมฺภิญฺหิ ปญฺชลึ กยิรา จาตํ จาปิ ปทกฺขิณํ กิเมว สพฺพกามานํ ทาตารํ ธีรมุตฺตมํ ฯ |๙๗๒.๒| โย เทติ สยนํ วตฺถํ ยานํ อาวสถํ ฆรํ ปชฺชุนฺโนริว ภูตานํ โภเคหิ อภิวสฺสติ ฯ |๙๗๒.๓| เอเสยฺยา ราชวสตี วตฺตมาโน ยถา นโร อาราธยติ ราชานํ ปูชํ ลภติ ภตฺตุสุ ฯ ราชวสตี นาม ฯ

๙๗๓

วิธูรบัณฑิตผู้มีปัญญาเครื่องพิจารณา ครั้นพร่ำสอนหมู่ญาติอย่างนี้แล้ว หมู่ญาติมิตรห้อมล้อมเข้าไปเฝ้าพระราชา ถวายบังคมพระยุคลบาทด้วย เศียรเกล้า และทำประทักษิณท้าวเธอ แล้วประคองอัญชลีกราบบังคม ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงปราบศัตรู มาณพนี้ปรารถนาจะทำตามความ ประสงค์ จึงจะนำข้าพระองค์ไป ข้าพระองค์จะกราบทูลประโยชน์ แห่งญาติทั้งหลาย ขอเชิญพระองค์ทรงสดับประโยชน์นั้น ขอพระองค์ ได้ทรงพระกรุณาเอาพระทัยใส่ดูแลบุตรภรรยาของข้าพระองค์ ทั้งทรัพย์ อย่างอื่นๆ ที่มีอยู่ในเรือน โดยที่หมู่ญาติของข้าพระองค์จะไม่เสื่อมใน ภายหลัง ในเมื่อข้าพระองค์ถวายบังคมลาไปแล้ว ความพลาดพลั้งของ ข้าพระองค์นี้ เหมือนบุคคลพลาดล้มบนแผ่นดิน ย่อมกลับตั้งอยู่บน แผ่นดินนั้นเอง ฉะนั้น ข้าพระองค์ย่อมเห็นโทษนี้.

|๙๗๓.๑| เอวํ สมนุสาสิตฺวา ญาติสงฺฆํ วิจกฺขโณ ปริกิณฺโณ สุหชฺเชหิ ราชานมุปสงฺกมิ ฯ |๙๗๓.๒| วนฺทิตฺวา สิรสา ปาเท กตฺวา จ นํ ปทกฺขิณํ วิธุโร อวจ ราชานํ ปคฺคเหตฺวาน อญฺชลึ ฯ |๙๗๓.๓| อยํ มํ มาณโว เนติ กตฺตุกาโม ยถามตึ ญาตีนตฺถํ ปวกฺขามิ ตํ สุโณหิ อรินฺทม ฯ |๙๗๓.๔| ปุตฺเต จ เม อุทิกฺเขสิ ยญฺจมญฺญํ ฆเร ธนํ ยถา ปจฺฉา น หาเยถ ญาติสงฺโฆ มยี คเต |๙๗๓.๕| ยเถว ขลติ ภูมฺยํ ภูมฺยาเยว ปติฏฺฐติ เอเวตํ ขลิตํ มยฺหํ เอตํ ปสฺสามิ อจฺจยํ ฯ

๙๗๔

ท่านไม่อาจจะไปนั่นแลเป็นความพอใจของเรา เราจะสั่งให้ฆ่าตัดออกเป็น ท่อนๆ แล้วหมกไว้ให้มิดชิดในเมืองนี้ ท่านอยู่ในที่นี้แหละการทำดัง นี้เราชอบใจ ดูกรบัณฑิตผู้มีปัญญาอันสูงสุด กว้างขวางดุจแผ่นดิน ท่านอย่าไปเลย.

สกฺกา น คนฺตุํ อิติ มยฺหํ โหติ เฉตฺวา วธิตฺวา อิธ กาติยานํ อิเธว โหหิ อิติ มยฺหํ รุจฺจติ มา ตฺวํ อคา อุตฺตมภูริปญฺญ ฯ

๙๗๕

ขอใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท อย่าทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้ในอธรรมเลย ขอจงทรงประกอบพระองค์ไว้ในอรรถและในธรรมเถิด กรรมอันเป็น อกุศลไม่ประเสริฐ บัณฑิตติเตียนว่า ผู้ทำกรรมอันเป็นอกุศลพึงเข้าถึง นรกในภายหลัง นี่ไม่ใช่ธรรมเลย ไม่เข้าถึงกิจที่ควรทำ ข้าแต่พระจอม- ประชาชน ธรรมดานายผู้เป็นใหญ่ของทาส จะทุบตีก็ได้ จะเผาก็ได้ จะฆ่าเสียก็ได้ ข้าพระองค์ไม่มีความโกรธเลย และข้าพระองค์ขอกราบ ทูลลาไป.

|๙๗๕.๑| มา เหวธมฺเมสุ มนํ ปณีทหิ อตฺเถ จ ธมฺเม จ ยุตฺโต ภวสฺสุ ธิรตฺถุ กมฺมํ อกุสลํ อนริยํ ยํ กตฺวา ปจฺฉา นิรยํ วเชยฺย ฯ |๙๗๕.๒| เนเวส ธมฺโม น ปุเนติ กิจฺจํ อยิโร หิ ทาสสฺส ชนินฺท อิสฺสโร ฆาเตตุ ฌาเปตุ อโถปิ หนฺตุํ น จ มยฺหํ โกธตฺถิ วชามิ จาหํ ฯ

๙๗๖

พระมหาสัตว์นั้นมีเนตรทั้งสองนองด้วยน้ำตา กำจัดความกระวนกระวาย ในหทัยแล้ว สวมกอดบุตรผู้ใหญ่ แล้วเข้าไปยังเรือนใหญ่.

เชฏฺฐปุตฺตํ อุปคุยฺห วิเนยฺย หทเย ทรํ อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ ปาวิสิ โส มหาฆรํ ฯ

๙๗๗

บุตรพันหนึ่ง ธิดาพันหนึ่ง ภรรยาพันหนึ่ง และทาสเจ็ดร้อย ในนิเวศน์ ของวิธูรบัณฑิต ต่างประคองแขนทั้งสองร้องไห้คร่ำครวญ กลิ้งเกลือก กลับทับกันไป เหมือนป่าไม้รังถูกลมพัดล้มระเนระนาดทับกันไป ฉะนั้น พระสนมกำนัล พระราชกุมาร พวกพ่อค้า ชาวนา และพราหมณ์ทั้ง หลาย ต่างก็มาประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในนิเวศน์ของวิธูรบัณฑิต พวกกองช้าง กองม้า กองรถ กองเดินเท้า ... ชาวชนบทและชาวนิคม ต่างมาประชุมประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในนิเวศน์ของวิธูรบัณฑิต ภรรยาพันหนึ่งและทาสีเจ็ดร้อย ต่างพากันประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญ ว่า เพราะเหตุไร ท่านจึงจักละดิฉันทั้งหลายไป พระสนมกำนัล พระราชกุมาร พ่อค้า ชาวนาและพราหมณ์ทั้งหลาย ... พวกกองช้าง กองม้า กองรถ กองเดินเท้า ... ชาวชนบท และชาวนิคม ต่างมา ประชุมประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญว่า เพราะเหตุไร ท่านจึงจักละ ข้าพเจ้าทั้งหลายไป.

|๙๗๗.๑| สาลาว สมฺปมทฺทิตา มาลุเตน ปมทฺทิตา เสนฺติ ปุตฺตา จ ทารา จ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ |๙๗๗.๒| อิตฺถีสหสฺสํ ภริยานํ ทาสีสตฺตสตานิ จ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ |๙๗๗.๓| โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ |๙๗๗.๔| หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ |๙๗๗.๕| สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ |๙๗๗.๖| อิตฺถีสหสฺสํ ภริยานํ ทาสีสตฺตสตานิ จ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ กสฺมา โน วิชหิสฺสสิ ฯ |๙๗๗.๗| โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ กสฺมา โน วิชหิสฺสสิ ฯ |๙๗๗.๘| หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ กสฺมา โน วิชหิสฺสสิ ฯ |๙๗๗.๙| สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ กสฺมา โน วิชหิสฺสสิ ฯ

๙๗๘

พระมหาสัตว์ กระทำกิจทั้งหลายในเรือนสั่งสอนคนของตน คือ มิตร สหาย คนใช้ บุตร ธิดา ภรรยา และพวกพ้อง จัดการงาน บอก มอบทรัพย์ในเรือน ขุมทรัพย์ และการส่งหนี้เสร็จแล้ว ได้กล่าวกะ ปุณณกยักษ์ว่า ท่านได้พักอยู่ในเรือนของข้าพเจ้า ๓ วันแล้ว กิจที่จะพึง ทำในเรือนของข้าพเจ้าทำเสร็จแล้ว อนึ่ง บุตรและภรรยาข้าพเจ้าได้ สั่งสอนแล้ว ข้าพเจ้ายอมทำกิจตามอัธยาศัยของท่าน.

|๙๗๘.๑| กตฺวา ฆเรสุ กิจฺจานิ อนุสาสิตฺวา สกํ ชนํ มิตฺตามจฺเจ จ ภจฺเจ จ ปุตฺตทาเร จ พนฺธเว ฯ |๙๗๘.๒| กมฺมนฺตํ สํวิเธตฺวาน อาจิกฺขิตฺวา ฆเร ธนํ นิธิญฺจ อิณทานญฺจ ปุณฺณกํ เอตทพฺรวิ ฯ |๙๗๘.๓| อวสี ตุวํ มยฺห ตีหํ อคาเร กตานิ กิจฺจานิ ฆเรสุ มยฺหํ อนุสาสิตา ปุตฺตทารา มยา จ กโรมิ กิจฺจานิ ยถามตินฺเต ฯ

๙๗๙

ดูกรมหาอำมาตย์ผู้สำเร็จราชกิจทั้งปวง ถ้าแลท่านสั่งสอนบุตร ภรรยา และคนอาศัยแล้ว เชิญท่านมารีบไปในบัดนี้ เพราะในทางข้างหน้ายัง ไกลนัก ท่านอย่ากลัวเลย จงจับหางม้าอาชไนย การเห็นชีวโลกของท่าน นี้ เป็นการเห็นครั้งที่สุด.

|๙๗๙.๑| สเจ หิ กตฺเต อนุสาสิตา เต ปุตฺตา จ ทารา อนุชีวิโน จ หนฺเทหิทานิ ตรมานรูโป ทีโฆ หิ อทฺธาปิ อยํ ปุรตฺถา ฯ |๙๗๙.๒| อสมฺภีโตว คณฺหาหิ อาชานียสฺส วาลธึ อิทํ ปจฺฉิมกํ ตุยฺหํ ชีวโลกสฺส ทสฺสนํ ฯ

๙๘๐

ข้าพเจ้าจักสะดุ้งกลัวไปทำไม เพราะข้าพเจ้าไม่มีกรรมชั่วทางกาย ทาง วาจาและทางใจ อันเป็นเหตุให้ไปสู่ทุคติ.

โสหํ กิสฺสานุภายิสฺสํ ยสฺส เม นตฺถิ ทุกฺกฏํ กาเยน วาจา มนสา เยน คจฺเฉยฺย ทุคฺคตึ ฯ

๙๘๑

พญาม้านั้น นำวิธูรบัณฑิตเหาะไปในอากาศกลางหาวไม่กระทบที่กิ่งไม้ หรือภูเขา วิ่งเข้าไปสู่กาฬคีรีบรรพตโดยฉับพลัน.

โส อสฺสราชา วิธุรํ วหนฺโต ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข สาขาสุ เสเลสุ อสชฺชมาโน กาฬาคิรึ ขิปฺปมุปาคมาสิ ฯ

๙๘๒

ภรรยาพันหนึ่ง และทาสีเจ็ดร้อยประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญว่า ยักษ์ แปลงเพศเป็นพราหมณ์มาพาเอาวิธูรบัณฑิตไป พระสนมกำนัลใน พระราชกุมาร พ่อค้า ชาวนาและพราหมณ์ ... กองช้าง กองม้า กองรถ กองเดินเท้า ... ชาวชนบท และชาวนิคมต่างมาประชุมพร้อมกัน ประคองแขนทั้งสองร้องไห้คร่ำครวญว่า ยักษ์แปลงเพศเป็นพราหมณ์มา พาเอาวิธูรบัณฑิตไป ภรรยาพันหนึ่งและทาสีเจ็ดร้อย ต่างประคองแขน ร้องไห้คร่ำครวญว่า วิธูรบัณฑิตนั้นไปแล้ว ณ ที่ไหน พระสนมกำนัลใน พระราชกุมาร พ่อค้า ชาวนาและพราหมณ์ ... กองช้าง กองม้า กองรถ กองเดินเท้า ... ชาวชนบท และชาวนิคม ต่างมาประชุม พร้อมกันประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญว่า วิธูรบัณฑิตไปแล้ว ณ ที่ไหน.

|๙๘๒.๑| อิตฺถีสหสฺสํ ภริยานํ ทาสีสตฺตสตานิ จ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน วิธุรํ อาทาย คจฺฉติ ฯ |๙๘๒.๒| โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน วิธุรํ อาทาย คจฺฉติ ฯ |๙๘๒.๓| หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน วิธุรํ อาทาย คจฺฉติ ฯ |๙๘๒.๔| สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน วิธุรํ อาทาย คจฺฉติ ฯ |๙๘๒.๕| อิตฺถีสหสฺสํ ภริยานํ ทาสีสตฺตสตานิ จ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ปณฺฑิโต โส กุหึ คโต ฯ |๙๘๒.๖| โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ปณฺฑิโต โส กุหึ คโต ฯ |๙๘๒.๗| หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ปณฺฑิโต โส กุหึ คโต ฯ |๙๘๒.๘| สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ปณฺฑิโต โส กุหึ คโต ฯ

๙๘๓

ถ้าท่านวิธูรบัณฑิต จักไม่มาโดย ๗ วัน ข้าพระพุทธเจ้าจักพากันเข้า ไปสู่กองไฟ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ไม่มีความต้องการด้วยชีวิต.

สเจ โส สตฺตรตฺเตน ปณฺฑิโต นาคมิสฺสติ สพฺเพ อคฺคึ ปวิสฺสาม นตฺถตฺโถ ชีวิเตน โน ฯ

๙๘๔

ก็วิธูรบัณฑิตเป็นผู้ฉลาดเฉียบแหลม สามารถแสดงประโยชน์ และมิใช่ ประโยชน์แจ้งชัด มีปัญญาเครื่องพิจารณา คงจะเปลื้องตนได้โดยพลัน ท่านทั้งหลายอย่ากลัวไปเลย วิธูรบัณฑิตปลดเปลื้องตนแล้ว ก็จักรีบ กลับมา. (นี้) ชื่ออันตรเปยยาล

ปณฺฑิโต จ วิยตฺโต จ วิภาวี จ วิจกฺขโณ ขิปฺปํ โมเจสิ อตฺตานํ มา ภายิตฺถาคมิสฺสติ ฯ อนฺตรเปยฺยาลํ นาม ฯ

๙๘๕

ปุณณกยักษ์นั้น ไปยืนคิดอยู่บนยอดกาฬคีรีบรรพต ความคิดย่อมเป็น ความคิดสูงๆ ต่ำๆ ประโยชน์อะไรๆ ด้วยความเป็นอยู่ของวิธูร- บัณฑิตนี้ หามีแก่เราไม่ เราจักฆ่าวิธูรบัณฑิตนี้เสีย แล้วนำเอาแต่ ดวงใจไปเถิด.

โส ตตฺถ คนฺตฺวาน วิจินฺตยนฺโต อุจฺจาวจา เจตนกา ภวนฺติ นยิมสฺส ชีเวน มมตฺถิ กิญฺจิ หนฺตฺวานิมํ หทยํ อานยิสฺสํ ฯ

๙๘๖

ปุณณกยักษ์นั้นมีจิตประทุษร้ายลงจากยอดเขาไปสู่เชิงเขา วางพระมหา สัตว์ไว้ในระหว่างภูเขา ชำแรกเข้าไปภายในภูเขานั้น จับพระมหาสัตว์ เอาศีรษะลงเบื้องต่ำ ขว้างลงไปที่พื้นดินที่ไม่มีอะไรกีดกั้น.

โส ตตฺถ คนฺตฺวา ปพฺพตมนฺตรสฺมึ อนฺโต ปวิสิตฺวาน ปทุฏฺฐจิตฺโต อสํวุตสฺมึ ชคติปฺปเทเส อโธสิรํ ธารยิ กาติยาโน ฯ

๙๘๗

วิธูรบัณฑิตผู้เป็นอำมาตย์ประเสริฐสุดของชาวกุรุรัฐ เมื่อถูกห้อยศีรษะ ลงในเหวอันชัน เป็นที่น่ากลัว น่าสยดสยอง น่าหวาดเสียวมาก ไม่สะดุ้งกลัว ได้กล่าวกะปุณณกยักษ์ว่า ท่านเป็นผู้มีรูปดังผู้ประเสริฐ แต่หาเป็นคนประเสริฐไม่ คล้ายจะเป็นคนสำรวม แต่ไม่สำรวม กระทำ กรรมอันหยาบช้าไร้ประโยชน์ ส่วนกุศลแม้แต่น้อยหนึ่งย่อมไม่มีในจิต ของท่าน ท่านจะโยนข้าพเจ้าลงในเหวประโยชน์อะไร ด้วยการตายของ ข้าพเจ้า จะพึงมีแก่ท่านหนอ วันนี้ ผิวพรรณของท่านเหมือนของ อมนุษย์ ท่านจงบอกข้าพเจ้า ท่านเป็นเทวดาชื่ออะไร.

|๙๘๗.๑| โส ลมฺพมาโน นรเก ปปาเต มหพฺภเย โลมหํเส วิทุคฺเค อสนฺตสนฺโต กุรูนํ กตฺตุเสฏฺโฐ อิจฺจพฺรวิ ปุณฺณกํ นาม ยกฺขํ ฯ |๙๘๗.๒| อริยาวกาโสสิ อนรียรูโป อสญฺญโต สญฺญตสนฺนิกาโส อจฺจาหิตํ กมฺมํ กโรสิ ลุทฺทํ ภาเว จ เต กุสลํ นตฺถิ กิญฺจิ ฯ |๙๘๗.๓| ยํ มํ ปปาตสฺมึ ปปาตุมิจฺฉสิ โก นุ ตวตฺโถ มรเณน มยฺหํ อมานุสสฺเสว ตวชฺช วณฺโณ อาจิกฺข เม ตฺวํ กตมาสิ เทวตา ฯ

๙๘๘

ข้าพเจ้าเป็นยักษ์ชื่อปุณณกะ และเป็นอำมาตย์ของท้าวกุเวร ถ้าท่านคง ได้ฟังมาแล้ว พญานาคใหญ่นามว่าวรุณ ผู้ครอบครองนาคพิภพมีรูป งามสะอาด สมบูรณ์ด้วยผิวพรรณและกำลัง ข้าพเจ้ารักใคร่อยากได้นาง นาคกัญญานามว่าอิรันทดีธิดาของพญานาคนั้น ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ เพราะเหตุแห่งนางอิรันทดีผู้มีเอวอันงามน่ารักนั้น ข้าพเจ้าจึงตกลงใจจะ ฆ่าท่าน.

|๙๘๘.๑| ยทิ เต สุโต ปุณฺณโก นาม ยกฺโข รญฺโญ กุเวรสฺส หิ โส สชิพฺโพ ภูมินฺธโร วรุโณ นาม นาโค พฺรหา สุจี วณฺณพลูปปนฺโน ฯ |๙๘๘.๒| ตสฺสานุชํ ธีตรํ กามยามิ อิรนฺทตี นาม สา นาคกญฺญา ตสฺสา สุมชฺฌาย ปิยาย เหตุ ปตารยึ ตุยฺหํ วธาย ธีร ฯ

๙๘๙

ดูกรยักษ์ ท่านอย่าได้มีความลุ่มหลงนักเลย สัตว์โลกเป็นอันมากฉิบหาย แล้วเพราะความถือผิด เพราะเหตุไร ท่านจึงทำความรักใคร่ในนางอิรันทดี ผู้มีเอวอันงามน่ารัก ท่านจะมีประโยชน์อะไรด้วยความตายของข้าพเจ้า เชิญท่านจงบอกเหตุทั้งปวงแก่ข้าพเจ้าด้วย.

มาเหว เต ยกฺข อโหสิ โมโห นฏฺฐา พหู ทุคฺคหิเตน โลกา กินฺเต สุมชฺฌาย ปิยาย กิจฺจํ มรเณน เม อิงฺฆ สุโณมิ สพฺพํ ฯ

๙๙๐

ข้าพเจ้าปรารถนาธิดาของพญาวรุณนาคราช ผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้า ชื่อว่าเป็นผู้รับอาสาญาติของนางอิรันทดีมา ญาติเหล่านั้นได้สำคัญข้าพเจ้า ว่า ถูกความรักใคร่ครอบงำโดยส่วนเดียว เหตุนั้น พญาวรุณนาคราช ได้ตรัสกะข้าพเจ้าผู้ทูลขอนางอิรันทดีนาคกัญญาว่า เราทั้งหลายพึงให้ธิดา ของเรา ผู้มีร่างกายอันสลวย มีเนตรงามอย่างน่าพิศวง ลูบไล้ด้วยจุรณ แก่นจันทน์ ถ้าท่านพึงได้ดวงหทัยของวิธูรบัณฑิตนำมาในนาคพิภพนี้โดย ธรรม เพราะความดีความชอบนี้ ท่านก็จะได้ธิดาของเรา เราทั้งหลายมิ ได้ปรารถนาทรัพย์อื่นยิ่งไปกว่านั้น ดูกรท่านอำมาตย์ ข้าพเจ้าไม่ได้เป็น คนหลง ท่านจงฟังให้ทราบเรื่องอย่างนี้ อนึ่ง ข้าพเจ้ามิได้มีความถือผิด อะไรๆ เลย เพราะดวงหทัยของท่าน ที่ข้าพเจ้าได้ไปโดยชอบธรรม ท้าววรุณนาคราชและพระนางวิมลา จะประทานนางอิรันทดีนาคกัญญาแก่ ข้าพเจ้า เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงพยายามเพื่อจะฆ่าท่าน ข้าพเจ้ามี ประโยชน์ด้วยการตายของท่าน จึงจะผลักท่านให้ตกลงในเหวนี้ ฆ่า เสียแล้วนำเอาดวงหทัยไป.

|๙๙๐.๑| มหานุภาวสฺส มโหรคสฺส ธีตุกาโม ญาติภโตหมสฺมิ ตํ ยาจมานํ สสุโร อโวจ ยถามมญฺญึสุ สุกามนีตํ ฯ |๙๙๐.๒| ทชฺเชมุ โข เต สุตนุํ สุเนตฺตํ สุวิมฺหิตํ จนฺทนลิตฺตคตฺตํ สเจ ตุวํ ทหยํ ปณฺฑิตสฺส ธมฺเมน ลทฺธา อิธมาหเรสิ ฯ |๙๙๐.๓| เอเตน วิตฺเตน กุมาริ ลพฺภา นาญฺญํ ธนํ อุตฺตริ ปตฺถยาม เอวํ น มุโฬฺหสฺมิ สุโณหิ กตฺเต ฯ |๙๙๐.๔| น จาปิ เม ทุคฺคหิตตฺถิ กิญฺจิ หทเยน เต ธมฺมลทฺเธน นาคา อิรนฺทตึ นาคกญฺญํ ททนฺติ ฯ |๙๙๐.๕| ตสฺมา อหํ ตุยฺหํ วธาย ยุตฺโต เอวํ มมตฺโถ มรเณน ตุยฺหํ อิเธว ตํ นรเก ปาตยิตฺวา หนฺตฺวาน ตํ หทยํ อานยิสฺสํ ฯ

๙๙๑

จงวางข้าพเจ้าลงโดยเร็วเถิด ถ้าท่านมีกิจที่จะต้องทำด้วยหทัยของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะแสดงสาธุนรธรรมทั้งปวงนี้แก่ท่านในวันนี้.

ขิปฺปํ มมํ อุทฺธร กาติยาน หทเยน เม ยทิ เต อตฺถิ กิจฺจํ เยเกจิ เม สาธุ นรสฺส ธมฺมา สพฺเพว เต ปาตุกโรมิ อชฺช ฯ

๙๙๒

ปุณณกยักษ์นั้น รีบวางวิธูรบัณฑิตอำมาตย์ผู้ประเสริฐที่สุดของชาว กุรุรัฐลงบนยอดเขา เห็นวิธูรบัณฑิตผู้มีปัญญาไม่ทรามนั่งอยู่ จึงถามว่า ท่านอันข้าพเจ้ายกขึ้นจากเหวแล้ว วันนี้ข้าพเจ้ามีกิจที่จะต้องทำด้วยหทัย ของท่าน ท่านจงแสดงสาธุนรธรรมทั้งหมดนั้นแก่ข้าพเจ้าในวันนี้.

|๙๙๒.๑| โส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ นคมุทฺธนิ ขิปฺปํ ปติฏฺฐเปตฺวา อสฺสตฺถมาสีนํ สเมกฺขิยาน ปริปุจฺฉิ กตฺตารมโนมปญฺญํ ฯ |๙๙๒.๒| สมุทฺธโต เมสิ ตุวํ ปปาตา หทเยน เต อชฺช มมตฺถิ กิจฺจํ เยเกจิ เต สาธุ นรสฺส ธมฺมา สพฺเพว เม ปาตุกโรหิ อชฺช ฯ

๙๙๓

ข้าพเจ้าอันท่านยกขึ้นจากเหวแล้ว ถ้าท่านมีกิจที่จะต้องทำด้วยหทัยของ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะแสดงสาธุนรธรรมทั้งหมดนี้แก่ท่านในวันนี้.

สมุทฺธโต ตฺยสฺมิ อหํ ปปาตา หทเยน เม ยทิ เต อตฺถิ กิจฺจํ เยเกจิ เม สาธุ นรสฺส ธมฺมา สพฺเพว เต ปาตุกโรมิ อชฺช ฯ

๙๙๔

ดูกรมาณพ ท่านจงเดินไปตามทางที่ท่านเดินไปแล้ว ๑ จงอย่าเผาฝ่ามือ อันชุ่ม ๑ อย่าได้ประทุษร้ายในหมู่มิตร ในกาลไหนๆ ๑ อย่าตกอยู่ใน อำนาจของหญิงอสติ ๑.

ยาตานุยายี จ ภวาหิ มาณว อลฺลญฺจ ปาณึ ปริวชฺชยสฺสุ มา จสฺสุ มิตฺเตสุ กทาจิ ทุพฺภี มา จ วสํ อสตีนํ นิคจฺเฉ ฯ

๙๙๕

บุคคลชื่อว่า เป็นผู้เดินไปตามทางที่ท่านเดินไปแล้วอย่างไร บุคคลชื่อว่า เผาฝ่ามืออันชุ่มอย่างไร บุคคลเช่นไรชื่อว่าประทุษร้ายมิตร หญิงเช่นไร ชื่อว่าอสติ ข้าพเจ้าถามแล้ว ขอท่านจงบอกเนื้อความนั้น.

กถํ นุ ยาตํ อนุยายี โหติ อลฺลญฺจ ปาณึ ทหเต กถํ โส อสตี จ กา โก ปน มิตฺตทุพฺโภ อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ ฯ

๙๙๖

ผู้ใดพึงเชื้อเชิญคนที่ไม่คุ้นเคยกัน ไม่เคยพบเห็นกันแม้ด้วยอาสนะ บุรุษพึงกระทำประโยชน์แก่บุคคลนั้นโดยแท้ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวบุรุษ นั้นว่า ผู้เดินไปตามทางที่ท่านเดินแล้ว บุคคลพึงอยู่ในเรือนของผู้ใด แม้คืนเดียว ได้ข้าวน้ำด้วย ไม่ควรคิดร้ายแก่ผู้นั้นแม้ด้วยใจ ผู้คิดร้าย ต่อบุคคลเช่นนั้น ชื่อว่าเผาฝ่ามืออันชุ่ม และชื่อว่าประทุษร้ายมิตร บุคคลนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด ไม่ควรหักรานกิ่งของต้นไม้นั้น เพราะผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนชั่วช้า หญิงที่สามียกย่องอย่างดี ถึงแก่ให้ แผ่นดินนี้อันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์ ได้โอกาสแล้วพึงดูหมิ่นสามีนั้นได้ บุคคลไม่ควรตกอยู่ในอำนาจของหญิงเหล่านั้น ผู้ชื่อว่าอสติ บุคคลชื่อ ว่าเดินไปตามทางที่ท่านเดินแล้วอย่างนี้ ชื่อว่าเผาฝ่ามืออันชุ่มอย่างนี้ ชื่อว่าตกอยู่ในอำนาจของหญิงผู้ชื่อว่าอสติอย่างนี้ ชื่อว่าประทุษร้ายมิตร อย่างนี้ ท่านจงเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม จงละอธรรมเสีย. (นี้) ชื่อสาธุนรธรรมกัณฑ์

|๙๙๖.๑| อสฺสตฺถตํ โนปิจ ทิฏฺฐปุพฺพํ โย อาสเนนาปิ นิมนฺตเยยฺย ตสฺเสว อตฺถํ ปุริโส กเรยฺย ยาตานุยายีติ ตมาหุ ปณฺฑิตา ฯ |๙๙๖.๒| ยสฺเสกรตฺติมฺปิ ฆเร วเสยฺย ยตฺถนฺนปานํ ปุริโส ลเภถ น ตสฺส ปาปํ มนสาปิ จินฺตเย อลฺลญฺจ ปาณึ ทหเต มิตฺตทุพฺโภ ฯ |๙๙๖.๓| ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก ฯ |๙๙๖.๔| ปุณฺณมฺปิ เจมํ ปฐวึ ธเนน ทชฺชิตฺถิยา ปุริโส สมฺมตาย ลทฺธา ขณํ อติมญฺเญยฺย ตมฺปิ ตาสํ วสํ อสตีนํ น คจฺเฉ ฯ |๙๙๖.๕| เอวํ โข ยาตํ อนุยายี โหติ อลฺลญฺจ ปาณึ ทหเต ปุเนวํ อสตี จ สา โส ปน มิตฺตทุพฺโภ โส ธมฺมิโก โหหิ ชหสฺสุ อธมฺมํ ฯ สาธุนรธมฺมกณฺฑํ นาม ฯ

๙๙๗

ข้าพเจ้าได้อยู่ในเรือนท่านตลอด ๓ วัน ทั้งเป็นผู้ที่ท่านบำรุงด้วยข้าว และน้ำ ท่านเป็นผู้พ้นจากข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอปล่อยท่าน ดูกรท่านผู้มี ปัญญาอันสูงสุด เชิญท่านกลับไปเรือนของท่านตามปรารถนาเถิด ความต้องการของตระกูลพญานาคจะเสื่อมไปก็ตามที เหตุที่จะให้ได้ นางนาคกัญญา ข้าพเจ้าเลิกละ ดูกรท่านผู้มีปัญญา เพราะคำสุภาษิต ของตนนั่นแล ท่านจึงพ้นจากข้าพเจ้าผู้จะฆ่าท่านในวันนี้.

|๙๙๗.๑| อวสึ อหํ ตุยฺหํ ตีหํ อคาเร อนฺเนน ปาเนน อุปฏฺฐิโตสฺมิ มิตฺโต มมาสิ วิสชฺชามหํ ตํ กามํ ฆรํ อุตฺตมปญฺญ คจฺฉ ฯ |๙๙๗.๒| อปิ หายตุ นาคกุลสฺส อตฺโถ อลมฺปิ เม นาคกญฺญาย เหตุ โส ตฺวํ สเกเนว สุภาสิเตน มุตฺโตสิ เม อชฺช วธาย ปญฺญ ฯ

๙๙๘

ดูกรปุณณกยักษ์ เชิญท่านนำข้าพเจ้าไปในสำนักของพ่อตาของท่าน จงประพฤติประโยชน์ในข้าพเจ้า แม้ข้าพเจ้าก็อยากเห็นท้าววรุณผู้เป็น อธิบดีของนาคและวิมานของท้าวเธอ ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยเห็น.

หนฺท ตุวํ ยกฺข มมมฺปิ เนหิ สสฺสุรํ นุ เต อตฺถํ มยี จรสฺสุ อหมฺปิ นาคาธิปตีวิมานํ ทกฺเขมิ นาคสฺส อทิฏฺฐปุพฺพํ ฯ

๙๙๙

คนมีปัญญา ไม่ควรจะดูสิ่งที่ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่นรชนนั้น เลย ดูกรท่านผู้มีปัญญาอันสูงสุด เออก็ เพราะเหตุอะไรหนอ ท่านจึง ปรารถนาจะไปยังที่อยู่ของศัตรูเล่า.

ยํ เว นรสฺส อหิตาย อสฺส น ตํ ปญฺโญ อรหติ ทสฺสนาย อถ เกน วณฺเณน อมิตฺตคามํ ตุวมิจฺฉสิ อุตฺตมปญฺญ คนฺตุํ ฯ

๑๐๐๐

แม้ข้าพเจ้าก็รู้ชัด ซึ่งข้อที่ผู้มีปัญญาไม่ควรเห็นสิ่งที่ไม่เป็นไป เพื่อ ประโยชน์เกื้อกูลแก่นรชนนั้นแน่แท้ แต่ข้าพเจ้าไม่มีความชั่วที่กระทำไว้ ในที่ๆ ไหนเลย เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่รังเกียจความตายอันจะมา ถึงตน.

อทฺธา ปชานามิ อหมฺปิ เอตํ น ตํ ปญฺโญ อรหติ ทสฺสนาย ปาปญฺจ เม นตฺถิ กตํ กุหิญฺจิ ตสฺมา น สงฺเก มรณาคมาย ฯ

๑๐๐๑

ดูกรบัณฑิต เชิญเถิด ท่านกับข้าพเจ้ามาไปดูพิภพของพญานาคราช ซึ่งมีอานุภาพหาที่เปรียบมิได้ เป็นที่อยู่อันมีการฟ้อนรำขับร้องตาม ปรารถนา เหมือนนิฬิญญราชธานีเป็นที่ประทับอยู่ของท้าวเวสสุวรรณ ฉะนั้น นาคพิภพนั้น เป็นที่ไปเที่ยวเล่นเป็นหมู่ๆ ของนางนาค- กัญญา ตลอดวันและคืนเป็นนิตย์ มีดอกไม้ดารดาษอยู่มากมายหลาย ชนิด สว่างไสวดังสายฟ้าในอากาศ บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำ เพรียบ พร้อมด้วยการฟ้อนรำขับร้องและการประโคม พร้อมมูลไปด้วยนางนาค- กัญญาที่ประดับประดาสวยงาม งามสง่าไปด้วยผ้านุ่ง ผ้าห่มและเครื่อง ประดับ.

|๑๐๐๑.๑| หนฺท จ ฐานํ อตุลานุภาวํ มยา สห ทกฺขสิ เอหิ กตฺเต ยถจฺฉติ นจฺจคีเตหิ นาโค ราชา ยถา เวสฺสวโณ นิฬิญฺญํ ฯ |๑๐๐๑.๒| ตํ นาคกญฺญา จริตํ คเณน นิกีฬิตํ นิจฺจมโห จ รตฺตึ ปหุตมาลฺยํ พหุปุปฺผฉนฺนํ โอภาสติ วิชฺชุริวนฺตลิกฺเข ฯ |๑๐๐๑.๓| อนฺเนน ปาเนน อุเปตรูปํ นจฺเจหิ คีเตหิ จ วาทิเตหิ ปริปูรํ กญฺญาหิ อลงฺกตาหิ อุปโสภติ วตฺถปิลนฺธเนน ฯ

๑๐๐๒

ปุณณกยักษ์นั้น เชิญให้วิธูรบัณฑิตผู้ประเสริฐสุดของชาวกุรุรัฐ นั่ง เหนืออาสนะข้างหลัง ได้พาวิธูรบัณฑิตผู้มีปัญญาไม่ทรามเข้าไปสู่ภพ ของพญานาคราช วิธูรบัณฑิตได้สถิตอยู่ข้างหลังแห่งปุณณกยักษ์ จน ถึงพิภพของพญานาคซึ่งมีอานุภาพหาที่เปรียบมิได้ ก็พญานาคทอด พระเนตรเห็นลูกเขยผู้มีความจงรักภักดี ได้ตรัสทักทายปราศรัยก่อนที เดียว.

|๑๐๐๒.๑| โส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ นิสีทยิ ปจฺฉโต อาสนสฺมึ อาทาย กตฺตารมโนมปญฺญํ อุปานยิ ภวนํ นาครญฺโญ ฯ |๑๐๐๒.๒| ปตฺวาน ฐานํ อตุลานุภาวํ อฏฺฐาสิ กตฺตา ปจฺฉโต ปุณฺณกสฺส สามคฺคิเปกฺขี ปน นาคราชา ปุพฺเพว ชามาตรมชฺฌภาสถ ฯ

๑๐๐๓

ท่านได้ไปยังมนุษยโลก เที่ยวแสวงหาดวงหทัยของบัณฑิตกลับมาถึงใน นาคพิภพนี้ด้วยความสำเร็จหรือ หรือว่าท่านได้พาเอาบัณฑิตผู้มีปัญญา ไม่ต่ำทรามมาด้วย.

ยํ นุ ตฺวํ อคมา มนุสฺสโลกํ อเนฺวสมาโน หทยํ ปณฺฑิตสฺส กจฺจิ สมิทฺเธน อิธานุปตฺโต อาทาย กตฺตารมโนมปญฺญํ ฯ

๑๐๐๔

ท่านผู้นี้แหละ คือวิธูรบัณฑิตที่พระองค์ทรงปรารถนานั้นมาแล้ว พระเจ้า ข้า ท่านวิธูรบัณฑิตผู้รักษาธรรม ข้าพระพุทธเจ้าได้มาแล้วโดยธรรม เชิญใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทอดพระเนตรวิธูรบัณฑิต ผู้จะแสดง ธรรมถวายด้วยเสียงอันไพเราะ เฉพาะพระพักตร์ ณ บัดนี้ การสมาคม ด้วยสัปบุรุษทั้งหลาย ย่อมเป็นเหตุนำความสุขมาให้โดยแท้. (นี้) ชื่อว่ากาลาคิรีกัณฑ์

อยํ หิ โส อาคโต ยํ ตฺวมิจฺฉสิ ธมฺเมน ลทฺโธ มม ธมฺมปาโล ตํ ปสฺสถ สมฺมุขา ภาสมานํ สุโข หเว สปฺปุริเสหิ สงฺคโม ฯ กาลาคิริกณฺฑํ นาม ฯ

๑๐๐๕

ท่านเป็นมนุษย์ มาเห็นพิภพของนาคที่ตนไม่เคยเห็นแล้ว เป็นผู้ถูกภัย คือความตายคุกคามแล้ว เป็นผู้ไม่กลัว และไม่อภิวาท อาการเช่นนี้ดู เหมือนจะไม่มีแก่ผู้มีปัญญา.

อทิฏฺฐปุพฺพํ ทิสฺวาน มจฺโจ มจฺจุภยฏฺฏิโต พฺยมฺหิโต นาภิวาเทสิ น อิทํ ปญฺญวตามิว ฯ

๑๐๐๖

ข้าแต่พญานาคราช ข้าพระองค์เป็นผู้ไม่กลัวและไม่เป็นผู้อันภัยคือ ความตายคุกคาม นักโทษประหารไม่พึงกราบไหว้เพชฌฆาต หรือ เพชฌฆาตก็พึงให้นักโทษประหารกราบไหว้ตน อย่างไรหนอ นรชนจะ พึงกราบไหว้บุคคลผู้ปรารถนาจะฆ่าตน และผู้ปรารถนาจะฆ่าเขาจะพึงให้ บุคคลผู้ที่ตนจะฆ่ากราบไหว้ตนอย่างไรเล่า กรรมนั้นย่อมไม่สำเร็จ ประโยชน์เลย พระเจ้าข้า.

|๑๐๐๖.๑| น จมฺหิ พฺยมฺหิโต นาค น จ มจฺจุภยฏฺฏิโต น วชฺโฌ อภิวาเทยฺย วชฺฌํ วา นาภิวาทเย ฯ |๑๐๐๖.๒| กถํ นุ อภิวาเทยฺย อภิวาทาปเยถ เว ยํ นโร หนฺตุมิจฺเฉยฺย ตํ กมฺมํ นุปปชฺชติ ฯ

๑๐๐๗

ดูกรบัณฑิต คำนั้นถูกอย่างที่ท่านพูด ท่านพูดจริง นักโทษประหารไม่ พึงกราบไหว้เพชฌฆาต หรือเพชฌฆาตก็ไม่พึงให้นักโทษประหารกราบ ไหว้ตน อย่างไรหนอ นรชนพึงกราบไหว้บุคคลผู้ปรารถนาจะฆ่าตน และผู้ปรารถนาจะฆ่าเขา จะพึงให้บุคคลผู้ที่ตนจะฆ่ากราบไหว้ตนอย่างไร เล่า กรรมนั้นย่อมไม่สำเร็จประโยชน์เลย.

|๑๐๐๗.๑| เอวเมตํ ยถา พฺรูสิ สจฺจํ ภาสสิ ปณฺฑิต น วชฺโฌ อภิวาเทยฺย วชฺฌํ วา นาภิวาทเย |๑๐๐๗.๒| กถํ นุ อภิวาเทยฺย อภิวาทาปเยถ เว ยํ นโร หนฺตุมิจฺเฉยฺย ตํ กมฺมํ นุปปชฺชติ ฯ

๑๐๐๘

ข้าแต่พญานาคราช วิมานของฝ่าพระบาทนี้เป็นของไม่เที่ยง แต่เป็น เช่นกับของเที่ยง ฤทธิ์ ความรุ่งเรือง พระกำลังกาย พระวิริยภาพ และการเสด็จอุบัติในนาคพิภพ ได้มีแล้วแก่ฝ่าพระบาท ข้าพระองค์ขอ ทูลถามเนื้อความนั้นกะฝ่าพระบาท วิมานนี้ทรงได้มาอย่างไรหนอ วิมาน นี้ฝ่าพระบาททรงได้มาเพราะอาศัยอะไร หรือเป็นของเกิดขึ้นตามฤดูกาล ฝ่าพระบาททรงกระทำเอง หรือเทวดาทั้งหลายถวายแก่พระองค์ ข้าแต่ พญานาคราช ขอฝ่าพระบาทตรัสบอกเนื้อความนี้แก่ข้าพระองค์ ตาม ที่ฝ่าพระบาทได้วิมานมาเถิด พระเจ้าข้า.

|๑๐๐๘.๑| อสสฺสตํ สสฺสตํ นุ ตวยิทํ วิมานํ อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ ปุจฺฉามิ ตํ นาคราเชตมตฺถํ กถํ นุ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ |๑๐๐๘.๒| อธิจฺจลทฺธํ ปริณามชนฺเต สยํ กตํ อุทาหุ เทเวหิ ทินฺนํ อกฺขาหิ เม นาคราเชตมตฺถํ ยเถว เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ

๑๐๐๙

วิมานนี้ เราจะได้มาเพราะอาศัยอะไรก็หามิได้ เกิดขึ้นตามฤดูกาลก็หามิได้ เรามิได้กระทำเอง แม้เทวดาทั้งหลายก็มิได้ให้ แต่วิมานนี้เราได้มาด้วย บุญกรรมอันไม่ลามกของตนเอง.

นาธิจฺจลทฺธํ น ปริณามชมฺเม น สยํ กตํ นาปิ เทเวหิ ทินฺนํ สเกหิ กมฺเมหิ อปาปเกหิ ปุญฺเญหิ เม ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ

๑๐๑๐

ข้าแต่พญานาคราช อะไรเป็นวัตรของฝ่าพระบาท และอะไรเป็น พรหมจรรย์ของฝ่าพระบาท ฤทธิ์ ความรุ่งเรือง พระกำลังกาย พระ วิริยภาพ และการเสด็จอุบัติในนาคพิภพ ทั้งวิมานใหญ่ของฝ่าพระบาท นี้ เป็นผลแห่งกรรมอะไรอันฝ่าพระบาททรงประพฤติดีแล้ว.

กินฺเต วตํ กิมฺปน พฺรหฺมจริยํ กิสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ อิทญฺจ เต นาค มหาวิมานํ ฯ

๑๐๑๑

เราและภรรยาเมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เป็นผู้มีศรัทธา เป็นทานบดี ใน ครั้งนั้น เรือนของเราเป็นดังบ่อน้ำของสมณพราหมณ์ทั้งหลาย และเรา ได้บำรุงสมณพราหมณ์ให้อิ่มหนำสำราญ เราทั้งสองได้ถวายทาน คือ ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ เครื่องประทีป ที่นอนที่พักอาศัย ผ้า นุ่งผ้าห่ม ผ้าปูนอน ข้าวและน้ำโดยเคารพ ทานที่ได้ถวายโดยเคารพ นั้นเป็นวัตรของเรา และการสมาทานวัตรนั้นเป็นพรหมจรรย์ของเรา ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ฤทธิ์ ความรุ่งเรือง กำลังกาย ความเพียร การเกิดในนาคพิภพ และวิมานใหญ่ของเรานี้เป็นวิบากแห่งวัตรและ พรหมจรรย์นั้น อันเราประพฤติดีแล้ว.

|๑๐๑๑.๑| อหญฺจ ภริยา จ มนุสฺสโลเก สทฺธา อุโภ ทานปตี อหุมฺหา โอปานภูตํ เม ฆรํ ตทาสิ สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ ฯ |๑๐๑๑.๒| มาลญฺจ คนฺธญฺจ วิเลปนญฺจ ปทีปิยํ เสยฺยมุปสฺสยญฺจ อจฺฉาทนํ สายนมนฺนปานํ สกฺกจฺจ ทานานิ อทมฺห ตตฺถ ฯ |๑๐๑๑.๓| ตํ เม วตํ ตมฺปน พฺรหฺมจริยํ ตสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ อิทญฺจ เม ธีร มหาวิมานํ ฯ

๑๐๑๒

ถ้าวิมานนี้ ฝ่าพระบาททรงได้ด้วยอานุภาพแห่งทานอย่างนี้ ฝ่าพระบาทก็ ชื่อว่าทรงทราบผลแห่งบุญ และทรงทราบการเสด็จอุบัติในนาคพิภพ เพราะผลแห่งบุญ เพราะเหตุนั้นแล ขอฝ่าพระบาททรงเป็นผู้ไม่ประมาท ประพฤติธรรม ตามที่จะได้ทรงครอบครองวิมานนี้ต่อไปฉะนั้นเถิด พระ เจ้าข้า.

เอวญฺจ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ชานาสิ ปุญฺญาน ผลูปปตฺตึ ตสฺมา หิ ธมฺมญฺจร อปฺปมตฺโต ยถา วิมานํ ปุน มาวเสสิ ฯ

๑๐๑๓

ดูกรบัณฑิต ในนาคพิภพนี้ ไม่มีสมณพราหมณ์ที่เราจะพึงถวายข้าวและ น้ำเลย เราถามแล้วขอท่านจงบอกเนื้อความนั้นแก่เรา ตามที่เราจะพึง ได้ครอบครองวิมานต่อไปเถิด.

นยีธ สนฺติ สมณพฺราหฺมณา จ เยสนฺนปานานิ ทเทมุ กตฺเต อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ ยถา วิมานํ ปุน มาวเสม ฯ

๑๐๑๔

ข้าแต่พระยานาคราช ก็นาคทั้งหลายที่เป็นพระโอรส พระธิดา พระชายา ทั้งพระญาติ พระมิตร และข้าเฝ้าของฝ่าพระบาท ซึ่งเกิดในนาคพิภพนี้ มีอยู่ ขอฝ่าพระบาททรงเป็นผู้ไม่ประทุษร้ายในนาคมีพระโอรสเป็นต้น เหล่านั้น ด้วยพระกายและพระวาจาเป็นนิตย์ ฝ่าพระบาททรงรักษา ความไม่ประทุษร้ายด้วยพระกายและพระวาจาอย่างนี้ ฝ่าพระบาททรง สถิตอยู่ในวิมานนี้ตลอดพระชนมายุ แล้วจักเสด็จไปสู่เทวโลกอันสูง กว่านาคพิภพ.

|๑๐๑๔.๑| โภคี หิ เต สนฺติ อิธูปปนฺนา ปุตฺตา จ ทารา อนุชีวิโน จ เตลุ ตุวํ วจสา กมฺมุนา จ อสมฺปทุฏฺโฐ จ ภวาหิ นิจฺจํ ฯ |๑๐๑๔.๒| เอวํ ตุวํ นาค อสมฺปโทสํ อนุปาลย วจสา กมฺมุนา จ ฐตฺวา อิธ ยาวตายุกํ วิมาเน อุทฺธํ อิโต คจฺฉสิ เทวโลกํ ฯ

๑๐๑๕

ท่านเป็นอำมาตย์ของพระราชาผู้ประเสริฐสุดพระองค์ใด พระราชาผู้ ประเสริฐสุดพระองค์นั้น พรากจากท่านแล้ว ย่อมจะเศร้าโศกแน่แท้ ทีเดียว คนที่ถูกความทุกข์ครอบงำก็ดี คนผู้ป่วยหนักก็ดี ได้สมาคม กับท่านแล้วพึงได้ความสุข.

อทฺธา หิ โส โสจติ ราชเสฏฺโฐ ตยา วินา ยสฺส ตุวํ สชิพฺโพ ทุกฺขูปนีโตปิ ตยา สเมจฺจ วินฺเทยฺย โปโส สุขมาตุโรปิ ฯ

๑๐๑๖

ข้าแต่พระยานาคราช ฝ่าพระบาทตรัสธรรม ของสัตบุรุษทั้งหลาย ซึ่งเป็น บทอันแสดงประโยชน์อย่างล้ำเลิศ ที่นักปราชญ์ประพฤติดีแล้วโดยแท้ ก็คุณวิเศษของบุคคลผู้มีปัญญาเช่นข้าพระองค์ ย่อมปรากฏในเมื่อมี ภยันตรายเช่นนี้แหละ พระเจ้าข้า.

อทฺธา สตํ ภาสสิ นาค ธมฺมํ อนุตฺตรํ อตฺถปทํ สุจิณฺณํ เอตาทิสิยาสุ หิ อาปทาสุ ปญฺญายเต มาทิสานํ วิเสโส ฯ

๑๐๑๗

ขอท่านจงบอกแก่เรา ปุณณกยักษ์นี้ได้ท่านมาเปล่าๆ หรือ ขอท่าน จงบอกแก่เรา ปุณณกยักษ์นี้ชนะในการเล่นสะกาจึงได้ท่านมา ปุณณก- ยักษ์นี้กล่าวว่า ได้มาโดยธรรม ท่านถึงเงื้อมมือของปุณณกยักษ์นี้ได้ อย่างไร.

อกฺขาหิ โน ตายํ มุธา นุ ลทฺโธ อกฺเขหิ โน ตายํ อเชสิ ชูเต ธมฺเมน ลทฺโธ อิติมายมาห กถํ ตุวํ หตฺถมิมสฺสมาคโต ฯ

๑๐๑๘

ปุณณกยักษ์นี้ เล่นสะกาชนะพระราชาของข้าพระองค์ผู้เป็นอิสราธิบดีใน อินทปัตนครนั้น พระราชาพระองค์นั้นอันปุณณกยักษ์ชนะแล้ว ได้ทรง พระราชทานข้าพระองค์แก่ปุณณกยักษ์นี้ ข้าพระองค์เป็นผู้อันปุณณกยักษ์ นี้ได้มาแล้วโดยธรรม มิใช่ได้มาโดยกรรมอันสาหัสพระเจ้าข้า.

โย มิสฺสโร ตตฺถ อโหสิ ราชา ตมายมกฺเขหิ อเชสิ ชูเต โส มํ ชิโต ราชา อิมสฺสทาสิ ธมฺเมน ลทฺโธสฺมิ อสาหเสน ฯ

๑๐๑๙

ในกาลนั้น พระยานาคผู้ประเสริฐ ทรงสดับคำสุภาษิตของวิธูรบัณฑิต ผู้เป็นปราชญ์แล้วทรงชื่นชมโสมนัส มีพระทัยเต็มตื้นด้วยปีติ ทรงจูงมือ วิธูรบัณฑิตผู้มีปัญญาไม่ทราม เสด็จเข้าไปในที่อยู่ของพระชายา ตรัสว่า ดูกรพระน้องวิมลา เพราะเหตุใด พระน้องจึงดูผอมเหลืองไป เพราะ เหตุใด พระน้องจึงไม่เสวยกระยาหาร ก็คุณงามความดีของวิธูรบัณฑิต ผู้ที่พระน้องต้องประสงค์ดวงหทัย เป็นผู้บรรเทาความมืดของโลกทั้งปวง เช่นนี้นั้นของเราไม่มี ผู้นี้คือวิธูรบัณฑิตมาถึงแล้วจะทำความสว่างไสวให้ แก่พระน้อง เชิญพระน้องตั้งหทัยฟังถ้อยคำของท่าน การที่จะได้เห็น ท่านอีกเป็นการหาได้ยาก.

|๑๐๑๙.๑| มโหรโค อตฺตมโน อุทคฺโค สุตฺวาน ธีรสฺส สุภาสิตานิ หตฺเถ คเหตฺวาน อโนมปญฺญํ ปาเวกฺขิ ภริยาย ตทา สกาเส ฯ |๑๐๑๙.๒| เยน ตฺวํ วิมเล ปณฺฑุ เยน ภตฺตํ น รุจฺจติ น จ เม ตาทิโส วณฺโณ อยเมโส ตโมนุโท ฯ |๑๐๑๙.๓| ยสฺส เต หทเยนตฺโถ อาคโตยํ ปภงฺกโร ตสฺส วากฺยํ นิสาเมหิ ทุลฺลภํ ทสฺสนํ ปุน ฯ

๑๐๒๐

พระนางวิมลา ทอดพระเนตรเห็นวิธูรบัณฑิต ผู้มีปัญญากว้างขวางดัง แผ่นดินนั้นแล้ว มีพระทัยยินดีโสมนัส ทรงยกพระองคุลีทั้ง ๑๐ ขึ้น อัญชลี และตรัสกะวิธูรบัณฑิตผู้เป็นนักปราชญ์ประเสริฐสุดของชาวกุรุ- รัฐว่า ท่านเป็นมนุษย์มาเห็นพิภพของนาคที่ตนไม่เคยเห็น เป็นผู้ถูกภัย คือความตายคุกคาม เป็นผู้ไม่กลัว และไม่อภิวาท อาการเช่นนี้ดูเหมือน จะไม่มีแก่ผู้มีปัญญา.

|๑๐๒๐.๑| ทิสฺวาน ตํ วิมลา ภูริปญฺญํ ทสงฺคุลึ อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา หฏฺเฐน ภาเวน ปตีตรูปา อิจฺจพฺรวิ กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ ฯ |๑๐๒๐.๒| อทิฏฺฐปุพฺพํ ทิสฺวาน มจฺโจ มจฺจุภยฏฺฏิโต พฺยมฺหิโต นาภิวาเทสิ น อิทํ ปญฺญวตามิว ฯ

๑๐๒๑

ข้าแต่พระนางเจ้านาคี ข้าพระองค์เป็นผู้ไม่กลัว และไม่เป็นผู้อันภัยคือ ความตายคุกคาม นักโทษประหารไม่พึงไหว้เพชฌฆาต หรือเพชฌฆาต ก็ไม่พึงให้นักโทษประหารกราบไหว้ตน อย่างไรหนอ นรชนจะพึงกราบ- ไหว้บุคคล ผู้ที่ปรารถนาจะฆ่าตน และผู้ปรารถนาจะฆ่าเขา จะพึงให้ บุคคลผู้ที่ตนจะฆ่ากราบไหว้ตนอย่างไรเล่า กรรมนั้นย่อมไม่สำเร็จ ประโยชน์พระเจ้าข้า.

|๑๐๒๑.๑| น จมฺหิ พฺยมฺหิโต นาคิ น จ มจฺจุภยฏฺฏิโต น วชฺโฌ อภิวาเทยฺย วชฺฌํ วา นาภิวาทเย ฯ |๑๐๒๑.๒| กถํ นุ อภิวาเทยฺย อภิวาทาปเยถ เว ยํ นโร หนฺตุมิจฺเฉยฺย ตํ กมฺมํ นุปปชฺชติ ฯ

๑๐๒๒

ดูกรบัณฑิต คำนั้นถูกอย่างที่ท่านพูด ท่านพูดจริง นักโทษประหารไม่ พึงกราบไหว้เพชฌฆาต หรือเพชฌฆาตก็ไม่พึงให้นักโทษประหารกราบ ไหว้ตน อย่างไรหนอ นรชนจะพึงกราบไหว้บุคคลผู้ปรารถนาจะฆ่าตน และผู้ปรารถนาจะฆ่าเขา จะพึงให้บุคคลผู้ที่ตนจะฆ่ากราบไหว้อย่างไรเล่า กรรมนั้นย่อมไม่สำเร็จประโยชน์เลย.

|๑๐๒๒.๑| เอวเมตํ ยถา พฺรูสิ สจฺจํ ภาสสิ ปณฺฑิต น วชฺโฌ อภิวาเทยฺย วชฺฌํ วา นาภิวาทเย ฯ |๑๐๒๒.๒| กถํ นุ อภิวาเทยฺย อภิวาทาปเยถ เว ยํ นโร หนฺตุมิจฺเฉยฺย ตํ กมฺมํ นุปปชฺชติ ฯ

๑๐๒๓

ข้าแต่พระนางเจ้านาคกัญญา วิมานของพระองค์นี้เป็นของไม่เที่ยง แต่ เป็นเช่นกับของเที่ยง ฤทธิ์ ความรุ่งเรือง พระกำลังกาย พระวิริยภาพ และการเสด็จอุบัติในนาคพิภพได้มีแล้วแก่ฝ่าพระบาท ข้าพระองค์ขอทูล ถามเนื้อความนั้นกะฝ่าพระบาท วิมานนี้ฝ่าพระบาทได้มาอย่างไรหนอ วิมานนี้ฝ่าพระบาทได้มาเพราะอาศัยอะไร หรือเป็นของเกิดขึ้นตาม ฤดูกาล ฝ่าพระบาททรงกระทำเอง หรือเทวดาทั้งหลายถวายฝ่าพระบาท ข้าแต่พระนางเจ้านาคกัญญา ขอฝ่าพระบาทตรัสบอกเนื้อความนี้แก่ ข้าพระองค์ ตามที่ฝ่าพระบาทได้วิมานมาเถิด พระเจ้าข้า.

|๑๐๒๓.๑| อสสฺสตํ สสฺสตํ นุ ตวยิทํ วิมานํ อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ ปุจฺฉามิ ตํ นาคกญฺเญตมตฺถํ กถํ นุ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ |๑๐๒๓.๒| อธิจฺจลทฺธํ ปริณามชนฺเต สยํ กตํ อุทาหุ เทเวหิ ทินฺนํ อกฺขาหิ เม นาคกญฺเญตมตฺถํ ยเถว เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ

๑๐๒๔

วิมานนี้ ฉันจะได้มาเพราะอะไรก็หามิได้ เกิดขึ้นตามฤดูกาลก็หามิได้ ฉันมิได้กระทำเอง แม้เทวดาทั้งหลายก็หามิได้ให้ แต่วิมานนี้ฉันได้มา ด้วยบุญกรรมอันไม่ลามกของตนเอง.

นาธิจฺจลทฺธํ น ปริณามชมฺเม น สยํ กตํ นาปิ เทเวหิ ทินฺนํ สเกหิ กมฺเมหิ อปาปเกหิ ปุญฺเญหิ เม ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ

๑๐๒๕

ข้าแต่พระนางเจ้านาคี อะไรเป็นวัตรของฝ่าพระบาท และอะไรเป็น พรหมจรรย์ของฝ่าพระบาท ฤทธิ์ ความรุ่งเรือง พระกำลังกาย พระ วิริยภาพ และการเสด็จอุบัติในนาคพิภพ ทั้งวิมานอันใหญ่ของฝ่าพระบาท นี้ เป็นผลแห่งกรรมอะไร อันฝ่าพระบาททรงประพฤติดีแล้ว พระเจ้าข้า.

กินฺเต วตํ กิมฺปน พฺรหฺมจริยํ กิสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ อิทญฺจ เต นาคิ มหาวิมานํ ฯ

๑๐๒๖

ฉันและพระสวามีของฉัน เป็นผู้มีศรัทธา เป็นทานบดีในครั้งนั้น เรือนของฉันเป็นดังบ่อน้ำของสมณพราหมณ์ทั้งหลาย และฉันได้บำรุง สมณพราหมณ์ให้อิ่มหนำสำราญ ฉันและพระสวามี เมื่อยังอยู่ในมนุษย- โลกนั้น ได้ถวายทาน คือ ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ เครื่อง ประทีป ที่นอน ที่พักอาศัย ผ้านุ่งผ้าห่ม ผ้าปูนอน ข้าวและน้ำ โดยเคารพ ทานที่ฉันได้ถวายโดยเคารพนั้น เป็นวัตรของฉัน และการ สมาทานวัตรนั้นเป็นพรหมจรรย์ของฉัน ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ฤทธิ์ ความรุ่งเรือง กำลังกาย ความเพียร การเกิดในนาคพิภพ และวิมาน ใหญ่ของเรานี้ เป็นวิบากแห่งวัตรและพรหมจรรย์นั้น อันเราประพฤติ ดีแล้ว.

|๑๐๒๖.๑| อหญฺจ โข สามิโก จาปิ มยฺหํ สทฺธา อุโภ ทานปตี อหุมฺหา โอปานภูตํ เม ฆรํ ตทาสิ สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ ฯ |๑๐๒๖.๒| มาลญฺจ คนฺธญฺจ วิเลปนญฺจ ปทีปิยํ เสยฺยมุปสฺสยญฺจ อจฺฉาทนํ สายนมนฺนปานํ สกฺกจฺจ ทานานิ อทมฺห ตตฺถ ฯ |๑๐๒๖.๓| ตํ เม วตํ ตมฺปน พฺรหฺมจริยํ ตสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ อิทญฺจ เม ธีร มหาวิมานํ ฯ

๑๐๒๗

ถ้าวิมานนี้ฝ่าพระบาท ทรงได้ด้วยอานุภาพแห่งทานอย่างนี้ ฝ่าพระบาท ก็ชื่อว่าทรงทราบผลแห่งบุญ และทรงทราบการเสด็จอุบัติในนาคพิภพ เพราะผลแห่งบุญ เพราะเหตุนั้นแล ขอพระบาททรงเป็นผู้ไม่ประมาท ประพฤติธรรมตามที่จะได้ทรงครอบครองวิมานนี้ต่อไปฉะนั้นเถิด พระ เจ้าข้า.

เอวญฺจ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ชานาสิ ปุญฺญาน ผลูปปตฺตึ ตสฺมาหิ ธมฺมญฺจร อปฺปมตฺตา ยถา วิมานํ ปุน มาวเสสิ ฯ

๑๐๒๘

ดูกรบัณฑิต ในนาคพิภพนี้ ไม่มีสมณพราหมณ์ที่เราจะพึงถวายข้าวและ น้ำเลย ฉันถามแล้วขอท่านจงบอกเนื้อความนั้นแก่ฉัน ตามที่ฉันจะพึง ได้ครอบครองวิมานต่อไปเถิด.

นยีธ สนฺติ สมณพฺราหฺมณา จ เยสนฺนปานานิ ทเทมุ กตฺเต อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ ยถา วิมานํ ปุน มาวเสม ฯ

๑๐๒๙

ข้าแต่พระนางเจ้านาคี ก็นาคทั้งหลายที่เป็นพระโอรส พระธิดา พระ- สวามี ทั้งพระญาติพระมิตร และข้าเฝ้าของฝ่าพระบาทซึ่งเกิดในนาคพิภพ นี้ มีอยู่ ขอฝ่าพระบาททรงเป็นผู้ไม่ประทุษร้ายในนาคมีพระโอรสเป็น ต้นเหล่านั้น ด้วยพระกายและพระวาจาเป็นนิตย์ ฝ่าพระบาทจงทรง รักษาความไม่ประทุษร้ายด้วยพระกายและพระวาจาอย่างนี้ ฝ่าพระบาท ทรงสถิตอยู่ในวิมานนี้ตลอดพระชนมายุแล้ว จักเสด็จไปสู่เทวโลกอัน สูงกว่านาคพิภพนี้ พระเจ้าข้า.

|๑๐๒๙.๑| โภคี หิ เต สนฺติ อิธูปปนฺนา ปุตฺตา จ สามี อนุชีวิโน จ เตสุ ตุวํ วจสา กมฺมุนา จ อสมฺปทุฏฺฐา จ ภวาหิ นิจฺจํ ฯ |๑๐๒๙.๒| เอวํ ตุวํ นาคิ อสมฺปโทสํ อนุปาลย วจสา กมฺมุนา จ ฐตฺวา อิธ ยาวตายุกํ วิมาเน อุทฺธํ อิโต คจฺฉสิ เทวโลกํ ฯ

๑๐๓๐

ท่านเป็นอำมาตย์ของพระราชาผู้ประเสริฐสุดพระองค์ใด พระราชาผู้ประ- เสริฐสุดพระองค์นั้น พรากจากท่านแล้ว ย่อมจะทรงเศร้าโศกแน่แท้ ทีเดียว คนผู้ถูกความทุกข์ครอบงำก็ดี คนผู้ป่วยหนักก็ดี ได้สมาคม กับท่านแล้ว พึงได้ความสุข.

อทฺธา หิ โส โสจติ ราชเสฏฺโฐ ตยา วินา ยสฺส ตุวํ สชิพฺโพ ทุกฺขูปนีโตปิ ตยา สเมจฺจ วินฺเทยฺย โปโส สุขมาตุโรปิ ฯ

๑๐๓๑

ข้าแต่พระนางเจ้านาคี ฝ่าพระบาทตรัสธรรมของสัตบุรุษทั้งหลาย ซึ่ง เป็นบทอันแสดงประโยชน์ล้ำเลิศ ที่นักปราชญ์ประพฤติดีแล้วโดยแท้ ก็คุณวิเศษของบุคคลผู้มีปัญญาเช่นข้าพระองค์ ย่อมปรากฏในเมื่อมีภัย อันตรายเช่นนี้แหละ พระเจ้าข้า.

อทฺธา สตํ ภาสสิ นาคิ ธมฺมํ อนุตฺตรํ อตฺถปทํ สุจิณฺณํ เอตาทิสิยาสุ หิ อาปทาสุ ปญฺญายเต มาทิสานํ วิเสโส ฯ

๑๐๓๒

ขอท่านจงบอกแก่ฉัน ปุณณกยักษ์นี้ได้ท่านมาเปล่าๆ หรือ ขอท่านจง บอกแก่ฉัน ปุณณกยักษ์นี้ชนะในการเล่นสะกาจึงได้ท่านมา ปุณณกยักษ์ นี้กล่าวว่าได้มาโดยธรรม ท่านถึงเงื้อมมือของปุณณกยักษ์นี้ได้อย่างไร.

อกฺขาหิ โน ตายํ มุธา นุ ลทฺโธ อกฺเขหิ โน ตายํ อเชสิ ชูเต ธมฺเมน ลทฺโธ อิติมายมาห กถํ ตุวํ หตฺถมิมสฺสมาคโต ฯ

๑๐๓๓

ปุณณกยักษ์นี้ เล่นสะกาชนะพระราชาของข้าพระองค์ผู้เป็นอิสราธิบดีใน อินทปัตนครนั้น พระราชาพระองค์นั้นอันปุณณกยักษ์ชนะแล้ว ได้ทรง พระราชทานข้าพระองค์แก่ปุณณกยักษ์นี้ ข้าพระองค์ เป็นผู้อันปุณณก- ยักษ์นี้ได้มาแล้วโดยธรรม มิใช่ได้มาด้วยกรรมอันสาหัส พระเจ้าข้า.

โย มิสฺสโร ตตฺถ อโหสิ ราชา ตมายมกฺเขหิ อเชสิ ชูเต โส มํ ชิโต ราชา อิมสฺสทาสิ ธมฺเมน ลทฺโธสฺมิ อสาหเสน ฯ

๑๐๓๔

ท้าววรุณนาคราช ตรัสถามปัญหากะวิธูรบัณฑิต ฉันใด แม้พระนาง วิมลานาคกัญญา ก็ตรัสถามปัญหากะวิธูรบัณฑิต ฉันนั้น วิธูรบัณฑิต ผู้เป็นปราชญ์ อันท้าววรุณนาคราชตรัสถามแล้ว ได้พยากรณ์ปัญหาให้ ท้าววรุณนาคราชทรงยินดี ฉันใด วิธูรบัณฑิตผู้เป็นนักปราชญ์ แม้พระ- นางวิมลานาคกัญญาตรัสถามแล้ว ก็พยากรณ์ให้พระนางวิมลานาคกัญญา ทรงยินดี ฉันนั้น วิธูรบัณฑิตผู้เป็นนักปราชญ์ ทราบว่าพระยานาคราชผู้ ประเสริฐ และพระนางนาคกัญญาทั้งสองพระองค์นั้น ทรงมีพระทัย ชื่นชมโสมนัส ไม่ครั่นคร้าม ไม่กลัว ไม่ขนพองสยองเกล้า ได้กราบ ทูลท้าววรุณนาคราชว่า ข้าแต่พระยานาคราช ฝ่าพระบาทอย่าทรงพระวิตก ว่า ทรงกระทำกรรมของคนผู้ประทุษร้ายมิตร และอย่าทรงพระดำริว่าจัก ฆ่าบัณฑิตนี้ ขอฝ่าพระบาททรงกระทำกิจด้วยเนื้อหทัยของข้าพระองค์ ตามที่ฝ่าพระบาททรงพระประสงค์เถิด ถ้าฝ่าพระบาทไม่ทรงสามารถจะฆ่า ข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะทำถวายตามพระอัธยาศัยของฝ่าพระบาทเอง พระเจ้าข้า.

|๑๐๓๔.๑| ยเถว วรุโณ นาโค ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺถ ปณฺฑิตํ ตเถว นาคกญฺญาปิ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺถ ปณฺฑิตํ ฯ |๑๐๓๔.๒| ยเถว วรุณํ นาคํ ธีโร โตเสสิ ปุจฺฉิโต ตเถว นาคกญฺญมฺปิ ธีโร โตเสสิ ปุจฺฉิโต ฯ |๑๐๓๔.๓| อุโภปิ เต อตฺตมเน วิทิตฺวา มโหรคํ นาคกญฺญญฺจ ธีโร อจฺฉมฺภี อพฺภีโต อโลมหฏฺโฐ อิจฺจพฺรวิ วรุณํ นาคราชํ ฯ |๑๐๓๔.๔| มา โรธยิ นาค อายาหมสฺมิ เยน ตว อตฺโถ อิทํ สรีรํ หทเยน มํเสน กโรหิ กิจฺจํ สยํ กริสฺสามิ ยถามตินฺเต ฯ

๑๐๓๕

ปัญญานั่นเอง เป็นหทัยของบัณฑิตทั้งหลาย เราทั้งสองนั้นยินดีด้วย ปัญญาของท่านยิ่งนัก ปุณณกยักษ์จงไปส่งท่านให้ถึงแคว้นกุรุรัฐในวันนี้ ทีเดียว.

ปญฺญา หเว หทยํ ปณฺฑิตานํ เต ตฺยมฺห ปญฺญาย มยํ สุตุฏฺฐา อนูนนาโม ลภตชฺช ทารํ อชฺเชว ตํ กุรุโย ปาปยาตุ ฯ

๑๐๓๖

ปุณณกยักษ์นั้น ได้นางอิรันทดีนาคกัญญาแล้ว มีใจชื่นชมโสมนัส ปีติปราโมทย์ ได้กล่าวกะวิธูรบัณฑิตผู้ประเสริฐสุดของชาวกุรุรัฐว่า ข้าแต่ท่านวิธูรบัณฑิต ท่านได้ทำให้ข้าพเจ้ามีความพร้อมเพรียงกันกับ ภรรยา ข้าพเจ้าจะทำกิจตอบแทนท่าน ข้าพเจ้าจะให้แก้วมณีดวงนี้แก่ ท่าน และจะนำท่านไปส่งให้ถึงแคว้นกุรุรัฐในวันนี้ทีเดียว.

|๑๐๓๖.๑| ส ปุณฺณโก อตฺตมโน อุทคฺโค อิรนฺทตึ นาคกญฺญํ ลภิตฺวา หฏฺเฐน ภาเวน ปตีตรูโป อิจฺจพฺรวิ กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ ฯ |๑๐๓๖.๒| ภริยาย มํ ตฺวํ อกรี สมงฺคึ อหญฺจ เต วิธุร กโรมิ กิจฺจํ อิทญฺจ เต มณิรตนํ ททามิ อชฺเชว ตํ กุรุโย ปาปยามิ ฯ

๑๐๓๗

ดูกรกัจจานะ ท่านจงมีความไมตรีสนิทสนมกับภรรยาที่น่ารัก อันไม่มี ใครทำให้แตกแยกตลอดไป ท่านจงเป็นผู้มีจิตเบิกบาน มีปีติโสมนัส ท่านได้ให้แก้วมณีแก่ข้าพเจ้า ขอจงนำข้าพเจ้าไปยังอินทปัตนครด้วยเถิด.

อเชยฺยเมสา ตว โหตุ มิตฺตี ภริยาย กจฺจาน ปิยาย สทฺธึ อานนฺทจิตฺโต สุมโน ปตีโต ทตฺวา มณึ มญฺจ นยินฺทปตฺตํ ฯ

๑๐๓๘

ปุณณกยักษ์นั้น เชิญวิธูรบัณฑิตผู้ประเสริฐสุดของชาวกุรุรัฐผู้มีปัญญา ไม่ทราม ให้ขึ้นนั่งบนอาสนะข้างหน้าของตน ขึ้นม้าอาชาไนยเหาะไป ในอากาศกลางหาว ปุณณกยักษ์นั้นได้นำวิธูรบัณฑิตผู้ประเสริฐสุด ของชาวกุรุรัฐไปถึงอินทปัตนครเร็วยิ่งกว่าใจของมนุษย์พึงไป.

|๑๐๓๘.๑| ส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ นิสีทยิ ปุรโต อาสนสฺมึ อาชญฺญมารุยฺห อโนมวณฺณํ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ |๑๐๓๘.๒| มโน มนุสฺสสฺส ยถาปิ คจฺเฉ ตโตปิสฺส ขิปฺปตรํ อโหสิ ส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ อุปานยิ นครํ อินฺทปตฺตํ ฯ

๑๐๓๙

อินทปัตนครปรากฏอยู่โน่น และป่ามะม่วงอันน่ารื่นรมย์ก็เห็นอยู่เป็น หย่อมๆ ข้าพเจ้าเป็นผู้มีความพร้อมเพรียงกับภรรยา และท่านก็ได้ถึงที่ อยู่ของตนแล้ว.

เอตินฺทปตฺตํ นครํ ปทิสฺสติ รมฺมานิ จ อมฺพวนานิ ภาคโส อหญฺจ ภริยาย สมงฺคิภูโต ตุวญฺจ ปตฺโตสิ สกํ นิเกตํ ฯ

๑๐๔๐

ปุณณกยักษ์ผู้มีวรรณะ วางวิธูรบัณฑิตผู้ประเสริฐสุดของชาวกุรุรัฐ ลงใน ท่ามกลางธรรมสภา แล้วขึ้นม้าอาชาไนยเหาะไปในอากาศกลางหาว พระราชาทอดพระเนตรเห็นวิธูรบัณฑิตนั้น ทรงพระปรีดาปราโมทย์เป็น อย่างยิ่ง เสด็จลุกขึ้น สวมกอดวิธูรบัณฑิตด้วยพระพาหาทั้งสอง ไม่ ทรงหวั่นไหว ทรงเชื้อเชิญให้นั่งเหนืออาสนะท่ามกลางธรรมสภา ตรง พระพักตร์ของพระองค์.

|๑๐๔๐.๑| ส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ โอโรปยิตฺวา ธมฺมสภาย มชฺเฌ อาชญฺญมารุยฺห อโนมวณฺโณ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ |๑๐๔๐.๒| ตํ ทิสฺวา ราชา ปรมปฺปตีโต อุฏฺฐาย พาหาหิ ปลิสฺสชิตฺวา อวิกมฺปยํ ธมฺมสภาย มชฺเฌ นิสีทยิ ปมุขํ อาสนสฺมึ ฯ

๑๐๔๑

ท่านเป็นผู้แนะนำเราทั้งหลาย เหมือนนายสารถีนำเอารถที่หายแล้วกลับ มาได้ ฉะนั้น ชาวกุรุรัฐทั้งหลายย่อมยินดี เพราะได้เห็นท่าน ฉันถาม แล้ว ขอท่านจงบอกเนื้อความนั้นแก่ฉัน ท่านหลุดพ้นจากมาณพมาได้ อย่างไร.

ตฺวํ โน วิเนตาสิ รถํว นฏฺฐํ นนฺทนฺติ ตํ กุรุโย ทสฺสเนน อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ กถํ ปโมกฺโข อหุ มาณวสฺส ฯ

๑๐๔๒

ข้าแต่พระองค์จอมประชาชน ผู้ทรงแกล้วกล้า ประเสริฐกว่านรชน บุรุษที่ฝ่าพระบาทตรัสเรียกมาณพนั้น ไม่ใช่มนุษย์ เป็นยักษ์ชื่อปุณณกะ พระเจ้าข้า ฝ่าพระบาททรงเคยได้ยินชื่อมาแล้ว ก็ปุณณกยักษ์นั้น เป็น อำมาตย์ของท้าวกุเวรุราชพระยานาคทรงนามว่า วรุณผู้ครองนาคพิภพ มี พระกายใหญ่โตสะอาด ทรงสมบูรณ์ด้วยวรรณะและกำลัง ปุณณกยักษ์ รักใคร่นางนาคกัญญานามว่าอิรันทดี พระธิดาของพระยานาคราชนั้น จึง ตกลงใจจะฆ่าข้าพระองค์ เพราะเหตุแห่งนางอิรันทดีผู้มีเอวบางร่างน้อย น่ารักใคร่ แต่ปุณณกยักษ์เป็นผู้พร้อมเพรียงกับภรรยา ส่วนข้าพระองค์ เป็นผู้อันพระยานาคทรงอนุญาตให้มา และปุณณกยักษ์ให้แก้วมณีมาด้วย.

|๑๐๔๒.๑| ยํ มาณโวตฺยาภิวทิ ชนินฺท น โส มนุสฺโส นรวีรเสฏฺฐ ยทิ เต สุโต ปุณฺณโก นาม ยกฺโข รญฺโญ กุเวรสฺส หิ โส สชิพฺโพ ฯ |๑๐๔๒.๒| ภูมินฺธโร วรุโณ นาม นาโค พฺรหา สุจี วณฺณพลูปปนฺโน ตสฺสานุชํ ธีตรํ กามยาโน อิรนฺทตี นาม สา นาคกญฺญา ฯ |๑๐๔๒.๓| ตสฺสา สุมชฺฌาย ปิยาย เหตุ ปตารยิตฺถ มรณาย มยฺหํ โส เจว ภริยาย สมงฺคิภูโต อหญฺจานุญฺญาโต มณิ จ ลทฺโธ ฯ

๑๐๔๓

มีต้นไม้ต้นหนึ่ง เกิดริมประตูวังของเรา ลำต้นประกอบด้วยปัญญา กิ่ง แล้วด้วยศีล ต้นไม้นั้นตั้งอยู่ในอรรถและธรรม มีผลเต็มไปด้วยเบญจ- โครส ดารดาษไปด้วยช้าง ม้าและโค เมื่อมหาชนทำการบูชาต้นไม้นั้น เล่นเพลินอยู่ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้องและดนตรี มีบุรุษมาให้เสนาที่ยืน แวดล้อมต้นไม้นั้นให้หนีไปแล้วถอนต้นไม้ไป ต้นไม้นั้นกลับมาตั้งอยู่ที่ ประตูวังของเราตามเดิม วิธูรบัณฑิตเช่นกับต้นไม้ใหญ่นี้ กลับมาสู่ที่อยู่ ของตนแล้ว ท่านทั้งหลายจงกระทำการเคารพนบนอบแก่ต้นไม้ คือ วิธูรบัณฑิตนี้เถิด ขอเชิญอำมาตย์ผู้มีความปลื้มใจ ด้วยยศที่ได้เพราะ อาศัยเราทุกๆ ท่านเทียว จงแสดงจิตของตนให้ปรากฏในวันนี้ ท่าน ทั้งหลายจงกระทำบรรณาการให้มาก จงทำการเคารพนบนอบแก่ต้นไม้ คือ วิธูรบัณฑิตนี้ สัตว์เหล่าใดเหล่าหนึ่งที่ถูกผูกไว้และที่ถูกขังไว้ ซึ่ง มีอยู่ในแว่นแคว้นของเรา จงปล่อยไปให้หมด วิธูรบัณฑิตนี้หลุดพ้น จากเครื่องผูก ฉันใด สัตว์เหล่านั้นก็จงหลุดพ้นจากเครื่องผูก ฉันนั้น พวกชาวไร่ชาวนา จงหยุดพักเล่นมหรสพตลอดเดือนหนึ่งนี้ ขอเชิญ พราหมณ์ทั้งหลายมาบริโภคข้าวอันเจือด้วยเนื้อ พวกนักเลงสุราจงเว้น การเที่ยวดื่มสุรา เอาหม้อใส่ให้เต็มปรี่ ไปนั่งดื่มที่ร้านของตนๆ พวก หญิงแพศยาที่อาศัยอยู่ตามถนนใหญ่ จงเล้าโลมชายที่มีความต้องการ เป็นนิตย์ อนึ่ง ราชบุตรทั้งหลายจงจัดการรักษาในแว่นแคว้นให้เข้มแข็ง โดยมิได้เบียดเบียนกันและกันได้ ท่านทั้งหลายจงกระทำการเคารพ นบนอบแก่ต้นไม้ คือ วิธูรบัณฑิตนี้.

|๑๐๔๓.๑| รุกฺโข หิ มยฺหํ ฆรทฺวาเร ชาโต ปญฺญากฺขนฺโธ สีลมยสฺส สาขา อตฺเถ จ ธมฺเม จ ฐิโต นิปาโก ควปฺผโล หตฺถิควสฺสฉนฺโน ฯ |๑๐๔๓.๒| นจฺจคีตตุริยาภินาทิเต อุจฺฉิชฺช เสนํ ปุริโส อโหสิ โส โน อยํ อาคโต สนฺนิเกตํ รุกฺขสฺสิมสฺสาปจิตึ กโรถ ฯ |๑๐๔๓.๓| เยเกจิ วิตฺตา มม ปจฺจเยน สพฺเพว เต ปาตุกโรนฺตุ อชฺช ติพฺพานิ กตฺวาน อุปายนานิ รุกฺขสฺสิมสฺสาปจิตึ กโรถ ฯ |๑๐๔๓.๔| เยเกจิ พนฺธา มม อตฺถิ รฏฺเฐ สพฺเพว เต พนฺธนา โมจยนฺตุ ยเถวยํ พนฺธนสฺมา ปมุตฺโต เอวเมเต มุญฺจเร พนฺธนสฺมา ฯ |๑๐๔๓.๕| อุนฺนงฺคลา มาสมิมํ กโรนฺตุ มํโสทนํ พฺราหฺมณา ภกฺขยนฺตุ อมชฺชปา มชฺชรหา ปิวนฺตุ ปุณฺณาหิ ถาลาหิ ปลิสฺสุตาหิ ฯ |๑๐๔๓.๖| มหาปถํ นิจฺจ สมวฺหยนฺตุ ติพฺพญฺจ รกฺขํ วิทหนฺตุ รฏฺเฐ ยถาญฺญมญฺญํ น วิเหฐเยยฺยุํ รุกฺขสฺสิมสฺสาปจิตึ กโรถ ฯ

๑๐๔๔

พระสนมกำนัลใน พวกราชกุมาร พวกพ่อค้าชาวนา และพราหมณ์ ทั้งหลาย ได้นำข้าวและน้ำเป็นอันมากมาให้แก่วิธูรบัณฑิต พวกกองช้าง กองม้า กองรถ และกองเดินเท้าได้นำข้าวและน้ำเป็นอันมากมาให้ แก่วิธูรบัณฑิต ชาวชนบท และชาวนิคม พร้อมเพรียงกัน ได้นำเอา ข้าวและน้ำเป็นอันมากมาให้แก่วิธูรบัณฑิต คนเป็นอันมาก เมื่อ วิธูรบัณฑิตมาถึงแล้ว ได้เห็นวิธูรบัณฑิตมาแล้ว ต่างก็มีจิตโสมนัส พากันโบกผ้าขาว โห่ร้องขึ้นเสียงอึงมี่ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ วิธูรชาดกที่ ๙

|๑๐๔๔.๑| โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ |๑๐๔๔.๒| หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ |๑๐๔๔.๓| สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ |๑๐๔๔.๔| พหุชฺชโน ปสนฺโนสิ ทิสฺวา ปณฺฑิตมาคเต ปณฺฑิตมฺหิ อนุปฺปตฺเต เจลุกฺเขโป ปวตฺตถาติ ฯ วิธุรชาตกํ นวมํ ฯ ---------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๙. วิธุรชาดก