๒. มหาหังสชาดก
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ ๒. มหาหังสชาดก หงส์ชื่อสุมุขะ ไม่ละทิ้งพระยาหงส์ผู้ติดบ่วง
๒ มหาหํสชาตกํ
หงส์เหล่านั้นถูกภัยคุกคามแล้ว ย่อมบินหนีไป ดูกรสุมุขะ ผู้มีขน เหลือง มีผิวพรรณดังทอง ท่านจงบินหนีไปตามความปรารถนาเถิด หมู่ญาติละทิ้งเราซึ่งตกอยู่ในอำนาจบ่วงตัวเดียว บินหนีไปไม่เหลียว หลังเลย ท่านจะอยู่ผู้เดียวทำไม ดูกรสุมุขะผู้ประเสริฐกว่าหงส์ทั้งหลาย ท่านจงกลับไปเสียเถิด ความเป็นสหายในเราผู้ติดบ่วงย่อมไม่มี ท่าน อย่าคลายความเพียรเพื่อความไม่มีทุกข์ จงหนีไปเสียตามความปรารถนา เถิด.
|๑๙๙.๑| เอเต หํสา ปกฺกมนฺติ วงฺกงฺคา ภยเมริตา หริตฺตจ เหมวณฺณ กามํ สุมุข ปกฺกม ฯ |๑๙๙.๒| โอหาย มํ ญาติคณา เอกํ ปาสวสํ คตํ อนเปกฺขมานา คจฺฉนฺติ กึ เอโก อวหียสิ ฯ |๑๙๙.๓| ปเตว ปตตํ เสฏฺฐ นตฺถิ พนฺเธ สหายตา มา อนีฆาย หาเปสิ กามํ สุมุข ปกฺกม ฯ
ข้าแต่พระยาหงส์ธตรฐ ก็ข้าพระองค์แม้มีความทุกข์เป็นเบื้องหน้า ก็จะ ไม่ละทิ้งพระองค์เลย ความเป็นอยู่หรือความตายของข้าพระองค์จักมี พร้อมกับพระองค์ ข้าแต่พระยาหงส์ธตรฐ ก็ข้าพระองค์ แม้มีความ ทุกข์เป็นเบื้องหน้าก็จะไม่ละทิ้งพระองค์เลย พระองค์ไม่ควรจะชักชวน ข้าพระองค์ให้ประกอบในกรรมอันประกอบด้วยความเป็นคนไม่ประเสริฐ เลย ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐสุดกว่าหงส์ทั้งหลาย ข้าพระองค์เป็น สหายสหชาติของพระองค์ เป็นผู้ดำรงอยู่ในจิตของพระองค์ ใครๆ ก็รู้ ว่าข้าพระองค์เป็นเสนาบดีของพระองค์ ข้าพระองค์ไปจากที่นี่แล้ว จะ กล่าวอวดอ้างในท่ามกลางหมู่ญาติได้อย่างไร ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ กว่าหงส์ทั้งหลาย ข้าพระองค์ละทิ้งพระองค์ไปจากที่นี่แล้ว จะกล่าวกะ ฝูงหงส์เหล่านั้นได้อย่างไร ข้าพระองค์จักยอมสละชีวิตไว้ในที่นี้ ไม่ สามารถจะทำกิจของคนผู้ไม่ประเสริฐได้.
|๒๐๐.๑| นาหํ ทุกฺขปเรโตปิ ธตรฏฺฐ ตุวํ ชเห ชีวิตํ มรณํ วา เม ตยา สทฺธึ ภวิสฺสติ ฯ |๒๐๐.๒| นาหํ ทุกฺขปเรโตปิ ธตรฏฺฐ ตุวํ ชเห น มํ อนริยสํยุตฺเต กมฺเม โยเชตุมรหสิ ฯ |๒๐๐.๓| สกุมาโร สขา ตฺยสฺมิ สจิตฺเตสฺมิ เต ฐิโต ญาโต เสนาปติ ตฺยาหํ หํสานํ ปวรุตฺตม |๒๐๐.๔| กถมหํ วิกตฺถิสฺสํ ญาติมชฺเฌ อิโต คโต ตํ หิตฺวา ปตตํ เสฏฺฐ กินฺเต วกฺขามิโต คโต อิธ ปาณํ จชิสฺสามิ นานริยํ กตฺตุมุสฺสเห ฯ
ดูกรสุมุขะ ท่านไม่อาจจะละทิ้งเราผู้เป็นทั้งนายทั้งสหายชื่อว่าตั้งอยู่ใน ทางอันประเสริฐ นี้แลเป็นธรรมเนียมของโบราณกบัณฑิตทั้งหลาย จริงอยู่ เมื่อเรายังเห็นท่าน ความกลัวย่อมไม่เกิดขึ้นเลย ท่านจักให้เรา ผู้เป็นอยู่อย่างนี้รอดชีวิตได้.
|๒๐๑.๑| เอโส หิ ธมฺโม สุมุข ยํ ตฺวํ อริยปเถ ฐิโต โย ภตฺตารํ สขารํ มํ น ปริจฺจตฺตุมุสฺสเห ฯ |๒๐๑.๒| ตญฺหิ เม เปกฺขมานสฺส ภยํ นเตฺวว ชายติ อธิคจฺฉสิ ตฺวํ มยฺหํ เอวํภูตสฺส ชีวิตํ ฯ
เมื่อสุวรรณหงส์ทั้งสองผู้ประเสริฐ ผู้ประพฤติธรรมอันประเสริฐ กำลัง โต้ตอบกันด้วยประการฉะนี้ นายพรานถือท่อนไม้กระชับแน่นรีบเดิน เข้ามา สุมุขหงส์เห็นนายพรานนั้นกำลังเดินมา จึงได้ร้องเสียงดังยืนอยู่ ข้างหน้าพระยาหงส์ปลอบพระยาหงส์ผู้หวาดกลัวให้เบาใจด้วยคำว่าข้าแต่ พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าหงส์ทั้งหลาย อย่าทรงกลัวเลย ด้วยว่า บุคคลทั้ง หลายเช่นกับพระองค์ย่อมไม่กลัว ข้าพระองค์จะประกอบความเพียรอัน สมควร ประกอบด้วยธรรม พระองค์จะพ้นจากบ่วงด้วยความเพียรอัน ผ่องแผ้วนั้นได้โดยพลัน.
|๒๐๒.๑| อิจฺเจวํ มนฺตยนฺตานํ อริยานํ อริยวุตฺตินํ ทณฺฑมาทาย เนสาโท อาปตี ตุริโต ภุสํ ฯ |๒๐๒.๒| ตมาปตนฺตํ ทิสฺวาน สุมุโข อติพฺรูหยิ อฏฺฐาสิ ปุรโต รญฺโญ หํโส วิสฺสาสยํ พฺยถํ ฯ |๒๐๒.๓| มา ภายิ ปตตํ เสฏฺฐ น หิ ภายนฺติ ตาทิสา อหํ โยคํ ปยุญฺชิสฺสํ ยุตฺตํ ธมฺมูปสญฺหิตํ เตน ปริยาปทาเนน ขิปฺปํ ปาสา ปโมกฺขสิ ฯ
นายพรานได้ฟังคำสุภาษิตของสุมุขหงส์นั้น แล้วขนลุกชูชันนอบน้อม อัญชลีแก่สุมุขหงส์แล้วถามว่า เราไม่เคยได้ฟังหรือไม่เคยได้เห็นนกพูด ภาษามนุษย์ได้ ท่านแม้จะเป็นนกก็พูดภาษาอันประเสริฐ เปล่งวาจา ภาษามนุษย์ได้ พระยาหงส์ตัวนี้เป็นอะไรกับท่านหรือ ท่านพ้นแล้วทำไม จึงเฝ้าหงส์ผู้ติดบ่วงอยู่ หงส์ทั้งหลายพากันละทิ้งไปหมด เพราะเหตุใด ท่านจึงยังอยู่ผู้เดียว.
|๒๐๓.๑| ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา สุมุขสฺส สุภาสิตํ ปหฏฺฐโลโม เนสาโท อญฺชลิสฺสูปนามยิ ฯ |๒๐๓.๒| น เม สุตํ วา ทิฏฺฐํ วา ภาสนฺโต มานุสึ ทิโช อริยํ พฺรูหนฺโต วงฺกงฺโค จชนฺโต มานุสึ คิรํ ฯ |๒๐๓.๓| กินฺนุ ตายํ ทิโช โหติ มุตฺโต พนฺธํ อุปาสสิ โอหาย สกุณา ยนฺติ กึ เอโก อวหียสิ ฯ
ดูกรนายพรานผู้เป็นศัตรูของนก พระยาหงส์นั้นเป็นราชาของข้าพเจ้า ทรง ตั้งข้าพเจ้าให้เป็นเสนาบดี ข้าพเจ้าไม่สามารถจะละทิ้งพระองค์ผู้เป็น อธิบดีของหงส์ ในคราวมีอันตรายได้ พระยาหงส์นี้เป็นนายของหมู่หงส์ เป็นอันมากและของข้าพเจ้า อย่าให้พระองค์ผู้เดียวพึงถึงความพินาศ เสียเลย ดูกรนายพรานผู้สหาย เพราะเหตุที่พระยาหงส์นี้เป็นนายของ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงยินดีรื่นรมย์อยู่.
|๒๐๔.๑| ราชา เม โส ทิชามิตฺต เสนาปจฺจสฺส การยึ ตมาปเท ปริจฺจตฺตุํ นุสฺสเห วิหคาธิปํ ฯ |๒๐๔.๒| มหาคณายํ ภตฺตา เม มา เอโก พฺยสนํ อคา ยถา ตํ สมฺม เนสาท ภตฺตายํ อภิโต รเม ฯ
ดูกรหงส์ ท่านย่อมนอบน้อมก้อนอาหาร ชื่อว่ามีประพฤติธรรมอัน ประเสริฐ ข้าพเจ้าจะปล่อยนายของท่าน ท่านทั้งสองจงไปตามสบายเถิด.
อริยวุตฺติ วงฺกงฺค โย ปิณฺฑมปจายสิ จชามิ เต ตํ ภตฺตารํ คจฺฉถูโภ ยถาสุขํ ฯ
ดูกรสหาย ถ้าท่านดักหงส์และนกทั้งหลายด้วยประโยชน์ของตน ข้าพเจ้าจะขอรับทักษิณาอภัยของท่านนี้ ดูกรนายพราน ถ้าท่านไม่ได้ดัก หงส์และนกทั้งหลายด้วยประโยชน์ของตนท่านไม่มีอิสระ ถ้าท่านปล่อย เราทั้งสองเสีย ท่านก็ชื่อว่ากระทำความเป็นขโมย.
|๒๐๖.๑| สเจ อตฺตปฺปโยเคน โอหิโต หํสปกฺขินํ ปฏิคฺคณฺหาม เต สมฺม เอตํ อภยทกฺขิณํ ฯ |๒๐๖.๒| โน เจ อตฺตปฺปโยเคน โอหิโต หํสปกฺขินํ อนิสฺสโร มุญฺจํ อเมฺห เถยฺยํ กยิราสิ ลุทฺทก ฯ
ท่านเป็นคนรับใช้ของพระราชาพระองค์ใด จงนำข้าพเจ้าไปให้ถึงพระ- ราชาพระองค์นั้น ตามปรารถนาเถิด พระเจ้าสัญญมนะจักทรงกระทำตาม พระประสงค์ในพระราชนิเวศน์นั้น.
ยสฺส ตฺวํ ภตโก รญฺโญ กามํ ตสฺเสว ปาปย ตสฺส สํยมโน ราชา ยถาภิญฺญํ กริสฺสติ ฯ
นายพรานอันสุมุขหงส์กล่าวด้วยประการอย่างนี้แล้ว จึงเอามือทั้งสอง ประคองพระยาหงส์ทองผู้มีสีดังทองคำ ค่อยๆ วางลงในกรง นายพราน พาพระยาหงส์ทั้งสองผู้มีผิวพรรณอันผุดผ่อง คือสุมุขหงส์และพระยาหงส์ ธตรฐซึ่งอยู่ในกรงหลีกไป.
|๒๐๘.๑| อิจฺเจวํ วุตฺโต เนสาโท เหมวณฺเณ หริตฺตเจ อุโภ หตฺเถหิ ปคฺคยฺห ปญฺชเร อชฺฌโวทหิ ฯ |๒๐๘.๒| เต ปญฺชรคเต ปกฺขี อุโภ ภสฺสรวณฺณิเน สุมุขํ ธตรฏฺฐญฺจ ลุทฺโท อาทาย ปกฺกมิ ฯ
พระยาหงส์ธตรฐอันนายพรานนำไปอยู่ได้กล่าวกะสุมุขหงส์ว่าดูกรสุมุขะ เรากลัวนัก ด้วยนางหงส์ผู้มีผิวพรรณดังทองคำมีขาได้ลักษณะ นาง รู้ว่าเราถูกฆ่า ก็จักฆ่าตนเสียโดยแท้ ดูกรสุมุขะ ก็ราชธิดาของพระยา ปากหงส์ นามว่าสุเหมามีผิวงามดังทองคำจักร่ำไห้อยู่ เหมือนนางนก กระเรียนผู้กำพร้าร่ำไห้อยู่ที่ริมฝั่งสมุทรฉะนั้นเป็นแน่.
|๒๐๙.๑| หริยมาโน ธตรฏฺโฐ สุมุขํ เอตทพฺรวิ พาฬฺหํ ภายามิ สุมุข สามาย ลกฺขณูรุยา อสฺมากํ วธมญฺญาย อถตฺตานํ วธิสฺสติ ฯ |๒๐๙.๒| ปากหํสา จ สุมุข สุเหมา เหมสุตฺตจา โกญฺจี สมุทฺทตีเรว กปณา นูน รุจฺจติ ฯ
การที่พระองค์เป็นใหญ่กว่าโลกคือ หงส์ ใครๆ ไม่สามารถจะประมาณ คุณได้ เป็นครูของหมู่คณะใหญ่ พึงตามเศร้าโศกถึงหญิงคนเดียวอย่าง นี้ เหมือนไม่ใช่ของผู้มีปัญญา ลมย่อมพัดพานทั้งกลิ่นหอมและกลิ่น เหม็น เด็กอ่อนย่อมเก็บผลไม้ทั้งดิบทั้งสุก คนตาบอดผู้โลภในรสย่อม ถือเอาอาหาร ฉันใด ธรรมดาหญิงก็ฉันนั้น พระองค์ไม่รู้จักตัดสินในเหตุ ทั้งหลายปรากฏแก่ข้าพระองค์เหมือนคนเขลา พระองค์จะถึงมรณกาล แล้ว ยังไม่ทรงทราบกิจที่ควรและไม่ควร พระองค์เห็นจะเป็นกึ่งคนบ้า บ่นเพ้อไปต่างๆ ทรงสำคัญหญิงว่าเป็นผู้ประเสริฐ แท้จริงหญิงเหล่านี้ เป็นของทั่วไปแก่คนเป็นอันมาก เหมือนโรงสุราเป็นสถานที่ทั่วไปแก่ พวกนักเลงสุรา ฉะนั้น อนึ่ง หญิงเหล่านี้มีมารยาเหมือนพยับแดด เป็นเหตุแห่งความเศร้าโศก เป็นเหตุเกิดโรคและอันตราย อนึ่ง หญิง เหล่านี้เป็นคนหยาบคาย เป็นเครื่องผูกมัด เป็นบ่วง เป็นถ้ำที่อยู่ของ มัจจุราช บุรุษใดพึงหลงระเริงใจในหญิงเหล่านั้น บุรุษนั้นชื่อว่าเป็น คนเลวทรามในหมู่นระ.
|๒๑๐.๑| เอวํ มหนฺโต โลกสฺส อปฺปเมยฺโย มหาคณี เอกิตฺถิมนุโสเจยฺย นยิทํ ปญฺญวโตมิว ฯ |๒๑๐.๒| วาโตว คนฺธมาเทติ อุภยํ เฉกปาปกํ พาโล อามกปกฺกํว โลโล อนฺโธว อามิสํ ฯ |๒๑๐.๓| อวินิจฺฉยญฺญู อตฺเถสุ มนฺโทว ปฏิภาสิ มํ กิจฺจากิจฺจํ น ชานาสิ สมฺปตฺโต กาลปริยายํ ฯ |๒๑๐.๔| อฑฺฒุมฺมตฺโต อุทีเรสิ โย เสยฺโย มญฺญสิตฺถิโย พหุสาธารณา เหตา โสณฺฑานํว สุราฆรํ ฯ |๒๑๐.๕| มายา เจตา มรีจีว โสกา โรคา จุปทฺทวา ขราว พนฺธนา เจตา มจฺจุปาสา คุหาสยา ตาสุ โย วิสฺสเส โปโส โส นเรสุ นราธโม ฯ
วัตถุใด อันท่านผู้เจริญทั้งหลายรู้จักดีแล้ว ใครควรจะติเตียนวัตถุนั้นเล่า ขึ้นชื่อว่าหญิงทั้งหลายมีบุญมาก เกิดแล้วในโลก ความคะนองอันบุคคล ตั้งไว้แล้วในหญิงเหล่านั้น ความยินดีอันบุคคลตั้งเฉพาะไว้แล้วในหญิง เหล่านั้น พืชทั้งหลาย (มีพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระ- อริยสาวกและพระเจ้าจักรพรรดิเป็นต้น) ย่อมงอกขึ้นในหญิงเหล่านั้น สัตว์เหล่านั้นพึงเจริญ บุรุษไรมาเกี่ยวข้องชีวิตหญิงด้วยชีวิตของตนแล้ว พึงเบื่อหน่ายในหญิงเหล่านั้น ดูกรสุมุขะ ท่านนั่นแหละ ไม่ต้องคนอื่น ละก็ประกอบในประโยชน์ของหญิงทั้งหลาย เมื่อภัยเกิดขึ้นแก่ท่านใน วันนี้ความคิดจึงเกิดขึ้นเพราะความกลัว จริงอยู่ บุคคลทั้งปวงผู้ถึงความ สงสัยในชีวิต มีความหวาดกลัว ย่อมอดกลั้นความกลัวไว้ได้ เพราะว่า บัณฑิตทั้งหลายเป็นผู้ดำรงอยู่ในฐานะอันใหญ่ ย่อมประกอบในประโยชน์ อันมากที่จะประกอบได้ พระราชาทั้งหลาย ย่อมทรงปรารถนาความ กล้าหาญของมนตรีทั้งหลาย เพื่อทรงประสงค์ที่จะได้ความกล้าหาญนั้น ป้องกันอันตรายและสามารถป้องกันพระองค์เองด้วย วันนี้ ท่านจงกระทำ ด้วยประการที่พวกพนักงานเครื่องต้นของพระราชา อย่าเชือดเฉือนเรา ทั้งสองในโรงครัวใหญ่เถิด จริงอย่างนั้น สีแห่งขนปีกทั้งหลายจะฆ่า ท่านเสียเหมือนขุยไม้ไผ่ ฉะนั้น ท่านแม้นายพรานจะปล่อยแล้ว ไม่ปรารถนาจะบินหนีไป ยังเข้ามาใกล้บ่วงเองอีกเล่า วันนี้ ท่านถึงความ สงสัยในชีวิตแล้ว จงถือเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์ อย่ายื่นปากออกไปเลย.
|๒๑๑.๑| ยํ วุฑฺเฒหิ อุปญฺญาตํ โก ตํ นินฺทิตุมรหติ มหาภูติตฺถิโย นาม โลกสฺมึ อุปปชฺชิสุํ ฯ |๒๑๑.๒| ขิฑฺฑา ปณิหิตา ตาสุ รติ ตาสุ ปติฏฺฐิตา วีชานิ ตาสุ รูหนฺติ ยทิทํ สตฺตา ปชายเร ตาสุ โก นิพฺพิเช โปโส ปาณมาสชฺช ปาณิภิ ฯ |๒๑๑.๓| ตฺวเมว นาญฺโญ สุมุข ถีนํ อตฺเถสุ ยุญฺชสิ ตสฺส ตฺยชฺช ภเย ชาเต ภีเตน ชายเต มติ ฯ |๒๑๑.๔| สพฺโพ หิ สํสยํ ปตฺโต ภยํ ภีรุ ติติกฺขติ ปณฺฑิตา หิ มหนฺตาโน อตฺเถ ยุญฺชนฺติ ทุยฺยุเช ฯ |๒๑๑.๕| เอตทตฺถาย ราชาโน สูรมิจฺฉนฺติ มนฺตินํ ปฏิพาหติ ยํ สูโร อาปทํ อตฺตปริยายํ ฯ |๒๑๑.๖| มา โน อชฺช วิกนฺตึสุ รญฺโญ สูทา มหานเส ตถาหิ วณฺโณ ปตฺตานํ ผลํ เวฬุํว ตํ วธิ ฯ |๒๑๑.๗| มุตฺโตปิ เนจฺฉสิ อุฑฺเฑตุํ สยํ พนฺธํ อุปาคมิ โสปชฺช สํสยํ ปตฺโต อตฺถํ คณฺหาหิ มา มุขํ ฯ
ท่านนั้นจงประกอบความเพียร ที่สมควรอันประกอบด้วยธรรม จง ประพฤติการแสวงหาทางที่จะช่วยให้เรารอดชีวิต ด้วยความเพียรอัน ผ่องแผ้วของท่านเถิด.
โส ตฺวํ โยคํ ปยุญฺชสฺสุ ยุตฺตํ ธมฺมูปสญฺหิตํ ตว ปริยาปทาเนน มม ปาเณสนํ จร ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่านกทั้งหลาย อย่าทรงกลัวเลยผู้ที่สมบูรณ์ ด้วยญาณวิริยะเช่นพระองค์ย่อมไม่กลัวเลย ข้าพระองค์จักประกอบความ เพียรที่สมควร อันประกอบด้วยธรรม พระองค์จะหลุดพ้นจากบ่วง ด้วยความเพียรอันผ่องแผ้วของข้าพระองค์ โดยเร็วพลัน.
มา ภายิ ปตตํ เสฏฺฐ น หิ ภายนฺติ ตาทิสา อหํ โยคํ ปยุญฺชิสฺสํ ยุตฺตํ ธมฺมูปสญฺหิตํ มม ปริยาปทาเนน ขิปฺปํ ปาสา ปโมกฺขสิ ฯ
นายพรานนั้น เข้าไปยังประตูพระราชวังพร้อมด้วยหาบหงส์แล้ว จึงสั่ง นายประตูว่า ท่านจงไปกราบทูลถึงเราแด่พระราชาว่า พระยาหงส์ธตรฐ นี้มาแล้ว.
โส ลุทฺโท หํสกาเชน ราชทฺวารํ อุปาคมิ ปฏิเวเทถ มํ รญฺโญ ธตรฏฺฐายมาคโต ฯ
ได้ยินว่า พระเจ้าสัญญมนะทอดพระเนตรเห็นหงส์ทองทั้งสอง ตัวผู้ รุ่งเรืองด้วยบุญ หมายรู้ด้วยลักษณะ แล้วตรัสรับสั่งกะพวกอำมาตย์ว่า ท่านทั้งหลายจงให้ผ้า ข้าว น้ำ และเครื่องบริโภค แก่นายพราน เงิน เป็นสิ่งกระทำความปรารถนาแก่เขา เขาปรารถนาประมาณเท่าใด ท่าน ทั้งหลายจงให้แก่เขาประมาณเท่านั้น.
|๒๑๕.๑| เต ทิสฺวา ปุญฺญสงฺกาเส อุโภ ลกฺขณสมฺมเต ขลุ สญฺญมโน ราชา อมจฺเจ อชฺฌภาสถ ฯ |๒๑๕.๒| เทถ ลุทฺทสฺส วตฺถานิ อนฺนํ ปานญฺจ โภชนํ กามงฺกโร หิรญฺญสฺส ยาวนฺโต เอส อิจฺฉติ ฯ
พระเจ้ากาสีทอดพระเนตรเห็นนายพรานผู้มีความผ่องใส แล้วจึงตรัสว่า ดูกรเขมกะผู้สหาย ก็สระโบกขรณีนี้เต็มไปด้วยฝูงหงส์ ตั้งอยู่ (น้ำ เต็มเปี่ยม) อย่างไรท่านจึงถือบ่วงเดินเข้าไปใกล้พระยาหงส์ผู้อยู่ในท่าม กลางฝูงหงส์ ที่น่าชอบใจเกลื่อนกล่นไปด้วยฝูงหงส์ผู้เป็นญาติ ซึ่งมิใช่ หงส์ชั้นกลางได้และจับเอามาได้อย่างไร.
|๒๑๖.๑| ทิสฺวา ลุทฺทํ ปสนฺนตฺตํ กาสิราเชตทพฺรวิ ยทายํ สมฺม เขมก ปุณฺณา หํเสหิ ติฏฺฐติ ฯ |๒๑๖.๒| กถํ รุจิมชฺฌคตํ ปาสหตฺโถ อุปาคมิ โอกิณฺณํ ญาติสงฺเฆหิ นิมฺมชฺฌิมํ กถํ คหิ ฯ
วันนี้ เป็นราตรีที่ ๗ ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นผู้ไม่ประมาท แอบ อยู่ในตุ่ม คอยติดตามรอยเท้าของพระยาหงส์นี้ ซึ่งกำลังเข้าไปยังที่ถือ เอาเหยื่อ ลำดับนั้น ข้าพระองค์ได้เห็นรอยเท้าของพระยาหงส์นั้น ผู้ กำลังเที่ยวแสวงหาเหยื่อ จึงดักบ่วงลงในที่นั้น ข้าพระองค์จับ พระยาหงส์นั้นมาได้ด้วยอุบายอย่างนี้ พระเจ้าข้า.
|๒๑๗.๑| อชฺช เม สตฺตมา รตฺติ อาทานานิ อุปาสโต ปทเมตสฺส อเนฺวสํ อปฺปมตฺโต ฆฏสฺสิโต ฯ |๒๑๗.๒| อถสฺส ปทมทฺทกฺขึ จรโต อาทเนสนํ ตตฺถาหํ โอทหึ ปาสํ เอวนฺตํ ทิชมคฺคหึ ฯ
ดูกรนายพราน หงส์นี้มีอยู่สองตัว ไฉนท่านจึงกล่าวว่ามีตัวเดียว จิต ของท่านวิปริตไปแล้วหรือ หรือว่าท่านคิดจะหาประโยชน์อะไร.
ลุทฺท เทฺว อิเม สกุณา อถ เอโกติ ภาสสิ จิตฺตํ นุ เต วิปริยตฺตํ อาทู กินฺนุ ชิคึสสิ ฯ
หงส์ตัวที่มีพื้นแดง มีสีงดงามดุจทองคำกำลังหลอม รอบๆ คอจรด ทรวงอกนั้น เข้ามาติดบ่วงของข้าพระองค์ แต่หงส์ตัวที่ผุดผ่องนี้มิได้ ติดบ่วง เมื่อจะกล่าวถ้อยคำเป็นภาษามนุษย์ ได้ยืนกล่าวถ้อยคำ อันประเสริฐกะพระยาหงส์ผู้ติดบ่วง ผู้กระสับกระส่ายอยู่
|๒๑๙.๑| ยสฺส โลหิตกา ตาลา ตปเนยฺยานิภา สุภา อุรํ สํหจฺจ ติฏฺฐนฺติ โส เม พนฺธํ อุปาคมิ ฯ |๒๑๙.๒| อถายํ ภสฺสโร ปกฺขี อพนฺโธ พนฺธมาตุรํ อริยํ พฺรูหนฺโต อฏฺฐาสิ วทนฺโต มานุสึ คิรํ ฯ
ดูกรสุมุขหงส์ เหตุไรหนอท่านจึงยืนขบคางอยู่ในบัดนี้ หรือว่าท่านมาถึง บริษัทของเราแล้วกลัวภัย จึงไม่พูด.
กถนฺนุทานิ สุมุข หนุํ สํหจฺจ ติฏฺฐสิ อาทู เม ปริสํ ปตฺโต ภยา ภีโต น ภาสสิ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งชนชาวกาสี ข้าพระองค์เข้ามาสู่บริษัทของ พระองค์แล้ว จะกลัวภัยก็หาไม่ ข้าพระองค์จักไม่พูดเพราะกลัวภัยก็หา ไม่ แต่เมื่อประโยชน์เช่นนั้นเกิดขึ้นแล้ว ข้าพระองค์จึงจักพูด.
นาหํ กาสิปติ ภีโต โอคฺคยฺห ปริสํ ตว นาหํ ภยา น ภาสิสฺสํ วากฺยํ อตฺถสฺมิ ตาทิเส ฯ
เราไม่เห็นบริษัทผู้ยิ่งใหญ่ พลรถ พลเดินเท้า เกราะ โล่ห์และนาย ขมังธนูผู้สวมเกราะของท่านเลย ดูกรสุมุขหงส์ ท่านอาศัยสิ่งใดหรือว่า เข้าไปในสถานที่ใดแล้วไม่กลัวสิ่งที่จะพึงกลัว เราไม่เห็นสิ่งนั้น หรือ สถานที่นั้นแม้เป็นเงิน ทองหรือนครที่สร้างไว้อย่างดีซึ่งมีคูรายรอบ ยากที่จะไปได้ มีหอรบและเชิงเทินอันมั่นคงเลย.
|๒๒๒.๑| น เต อภิสฺสรํ ปสฺเส น รเถ นปิ ปตฺติเก นาสฺส จมฺมํ ว กีฏํ วา วมฺมิเน จ ธนุคฺคเห ฯ |๒๒๒.๒| น หิรญฺญํ สุวณฺณํ วา นครํ วา สุมาปิตํ โอกิณฺณปริขํ ทุคฺคํ ทฬฺหมฏฺฏาลโกฏฺฐกํ ยตฺถ ปวิฏฺโฐ สุมุข ภายิตพฺพํ น ภายสิ ฯ
ข้าพระองค์ไม่ต้องการด้วยบริษัทผู้ยิ่งใหญ่หรือนครหรือทรัพย์ เพราะข้า พระองค์ไปสู่ทางโดยสถานที่มิใช่ทาง ข้าพระองค์เป็นผู้เที่ยวไปในอากาศ ก็พระองค์ทรงสดับข่าวว่า ข้าพระองค์เป็นบัณฑิต และเป็นผู้ละเอียดคิด ข้ออรรถ ถ้าพระองค์ทรงดำรงมั่นอยู่ในความสัตย์ไซร้ ข้าพระองค์จะพึง กล่าววาจาอันมีอรรถ ด้วยว่า คำที่ข้าพระองค์กล่าวแม้จะเป็นสุภาษิต ก็ จักทำอะไรแก่พระองค์ผู้หาความสัตย์มิได้ ผู้ไม่ประเสริฐ มักตรัสคำเท็จ ผู้หยาบช้า.
|๒๒๓.๑| น เม อภิสฺสเรนตฺโถ นคเรน ธเนน วา อปเถน ปถํ ยาม อนฺตลิกฺเข จรา มยํ ฯ |๒๒๓.๒| สุตา จ ปณฺฑิตาตฺยมฺหา นิปุณา จตฺถจินฺตกา ภาเสมตฺถวตึ วาจํ สจฺเจ จสฺส ปติฏฺฐิโต ฯ |๒๒๓.๓| กิญฺจ ตุยฺหํ อสจฺจสฺส อนริยสฺส กริสฺสติ มุสาวาทิสฺส ลุทฺทสฺส ภณิตํปิ สุภาสิตํ ฯ
พระองค์ได้รับสั่งให้ขุดสระชื่อว่าเขมะนี้ ตามถ้อยคำของพวกพราหมณ์ และพระองค์รับสั่งให้ประกาศอภัยทั่วสิบทิศ หงส์เหล่านั้นจึงได้พากัน บินลงสู่สระโบกขรณี อันมีน้ำใสสะอาด ในสระโบกขรณีนั้นมีอาหาร อย่างเพียงพอ และไม่มีการเบียดเบียนนกทั้งหลายเลย พวกข้าพระองค์ ได้ยินคำประกาศนี้แล้ว จึงพากันบินมาในสระของพระองค์ พวก ข้าพระองค์นั้นๆ ก็ถูกบ่วงรัดไว้ นี่เป็นคำตรัสเท็จของพระองค์ บุคคล กระทำมุสาวาท และความโลภคือความอยากได้อันลามกเป็นเบื้องหน้า แล้ว ก้าวล่วงปฏิสนธิในเทวโลกและมนุษย์โลกทั้งสอง ย่อมเข้าถึง นรกอันไม่น่าเพลิดเพลิน.
|๒๒๔.๑| ตํ พฺราหฺมณานํ วจนา อิมํ เขมมการยิ อภยญฺจ ตยา ฆุฏฺฐํ อิมาโย ทสธา ทิสา ฯ |๒๒๔.๒| โอคฺคยฺห เต โปกฺขรณึ วิปฺปสนฺโนทกํ สุจึ ปหูตํ ขาทนํ ตตฺถ อหึสา เจตฺถ ปกฺขินํ ฯ |๒๒๔.๓| อิทํ สุตฺวาน นิคฺโฆสํ อาคตมฺหา ตวนฺติเก เต เต พนฺธสฺมา ปาเสน เอตนฺเต ภาสิตํ มุสา ฯ |๒๒๔.๔| มุสาวาทํ ปุรกฺขตฺวา อิจฺฉาโลภญฺจ ปาปกํ อุโภสนฺธึ อติกฺกมฺม อสาตํ อุปปชฺชติ ฯ
ดูกรสุมุขหงส์ เรามิได้ทำผิด ทั้งมิได้จับท่านมาด้วยความโลภ ก็เราได้ สดับมาว่า ท่านทั้งหลายเป็นบัณฑิต เป็นผู้ละเอียด และคิดข้ออรรถ ทำไฉนท่านทั้งหลาย จึงจะมากล่าววาจาอันอาศัยอรรถในที่นี้ ดูกร สุมุขหงส์ผู้สหาย นายพรานผู้นี้เราส่งไป จึงไปจับเอาท่านมาด้วยความ ประสงค์นั้น.
|๒๒๕.๑| นาปรชฺฌาม สุมุข นปิ โลภาว มคฺคหึ สุตา จ ปณฺฑิตาตฺยตฺถ นิปุณา จตฺถจินฺตกา ฯ |๒๒๕.๒| อปฺเปวตฺถวตึ วาจํ พฺยาหเรยฺยุํ อิธาคตา ตถาตํ สมฺม เนสาโท วุตฺโต สุมุข มคฺคหิ ฯ
ข้าแต่พระจอมแห่งชนชาวกาสี เมื่อชีวิตน้อมเข้าไปใกล้ความตายแล้ว ข้าพระองค์ทั้งหลายถึงมรณกาลแล้ว จะไม่พึงกล่าววาจาอันมีเหตุเลย ผู้ใดฆ่าเนื้อด้วยเนื้อต่อ ฆ่านกด้วยนกต่อ หรือดักผู้เลื่องลือด้วยเสียงที่ เลื่องลือ จะมีอะไรเป็นความเลวทรามยิ่งกว่าความเลวทรามของผู้นั้น ก็ ผู้ใดพึงกล่าววาจาอันประเสริฐแต่ประพฤติธรรมไม่ประเสริฐ ผู้นั้นย่อม พลาดจากโลกทั้งสองคือ โลกนี้และโลกหน้า บุคคลได้รับยศแล้วไม่พึง มัวเมา ถึงความทุกข์อันเป็นเหตุสงสัยในชีวิตแล้วไม่พึงเดือดร้อน พึง พยายามในกิจทั้งหลายร่ำไป และพึงปิดช่องทั้งหลาย ชนเหล่าใดเป็น ผู้เจริญ ถึงเวลาใกล้ตายไม่ล่วงเลยประโยชน์อย่างยิ่งประพฤติธรรมใน โลกนี้ ชนเหล่านั้นย่อมไปสู่ไตรทิพย์ด้วยประการอย่างนี้ ข้าแต่พระจอม แห่งชนชาวกาสี พระองค์ทรงสดับคำนี้แล้วขอจงทรงรักษาธรรมใน พระองค์ และได้ทรงโปรดปล่อยพระยาหงส์ธตรฐ ผู้ประเสริฐสุดกว่า หงส์ทั้งหลายเถิด พระเจ้าข้า.
|๒๒๖.๑| เนว ภูตา กาสิปติ อุปนีตสฺมิ ชีวิเต ภาเสมตฺถวตึ วาจํ สมฺปตฺตา กาลปริยายํ ฯ |๒๒๖.๒| โย มิเคน มิคํ หนฺติ ปกฺขีนํ ปน ปกฺขินา สุเตน วา สุตํ กิลฺยา กึ อนริยตรํ ตโต ฯ |๒๒๖.๓| โย จาริยรุทํ ภาเส อนริยธมฺมวสฺสิโต อุโภ โส ธํสเต โลกา อิธ เจว ปรตฺถ จ ฯ |๒๒๖.๔| น มชฺเชถ ยสํ ปตฺโต น พฺยาเธ ปตฺตสํสยํ วายเมเถว กิจฺเจสุ สํวเร วิวรานิ จ ฯ |๒๒๖.๕| เย วุฑฺฒา อพฺภติกฺกนฺตา สมฺปตฺตา กาลปริยายํ อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน เอวํ เต ติทิวงฺคตา ฯ |๒๒๖.๖| อิทํ สุตฺวา กาสิปติ ธมฺมมตฺตนิ ปาลย ธตรฏฺฐญฺจ มุญฺจาหิ หํสานํ ปวรุตฺตมํ ฯ
ชาวพนักงานทั้งหลาย จงนำน้ำ น้ำมันทาเท้าและอาสนะอันมีค่ามากมา เถิด เราจะปล่อยพระยาหงส์ธตรฐ ผู้เรืองยศออกจากกรง และสุมุขหงส์ เสนาบดีผู้มีปัญญา เป็นผู้ละเอียดคิดอรรถที่ยากได้ง่าย ผู้ใดเมื่อพระราชา มีสุขก็สุขด้วย เมื่อพระราชามีทุกข์ก็ทุกข์ด้วย ผู้เช่นนี้แลย่อมสมควร เพื่อจะบริโภคก้อนข้าวของนายได้ เหมือนสุมุขหงส์เป็นราชสหายทั่วไป แก่สัตว์มีชีวิต ฉะนั้น.
|๒๒๗.๑| อาหรนฺตูทกํ ปชฺชํ อาสนญฺจ มหารหํ ปญฺชรโต ปโมกฺขามิ ธตรฏฺฐํ ยสสฺสินํ ฯ |๒๒๗.๒| ตญฺจ เสนาปตึ ธีรํ นิปุณํ อตฺถจินฺตกํ โย สุเข สุขิโต รญฺโญ ทุกฺขิเต โหติ ทุกฺขิโต ฯ |๒๒๗.๓| เอทิโส โข อรหติ ปิณฺฑมสฺนาตุ ภตฺตุโน ยถายํ สุมุโข รญฺโญ ปาณสาธารโณ สขา ฯ
พระยาหงส์ธตรฐเข้าไปเกาะตั่ง อันล้วนแล้วไปด้วยทองคำมี ๘ เท้า น่า รื่นรมม์ใจ เกลี้ยงเกลา ลาดด้วยผ้าแคว้นกาสี สุมุขหงส์เข้าไปเกาะ เก้าอี้อันล้วนแล้วไปด้วยทองคำ หุ้มด้วยหนังเสือโคร่ง ในลำดับแห่ง พระยาหงส์ธตรฐ ชนชาวกาสีเป็นอันมาก ต่างถือเอาโภชนะอันเลิศที่เขา ส่งไปถวายพระราชา นำเข้าไปให้แก่พระยาหงส์ทั้งสองนั้น ด้วยภาชนะ ทองคำ.
|๒๒๘.๑| ปีฐญฺจ สพฺพโสวณฺณํ อฏฺฐปาทํ มโนรมํ มฏฺฐํ กาสิกวตฺถินํ ธตรฏฺโฐ อุปาวิสิ ฯ |๒๒๘.๒| โกจฺฉญฺจ สพฺพโสวณฺณํ เวยฺยคฺฆปริสิพฺพิตํ สุมุโข อชฺฌปาเวกฺขิ ธตรฏฺฐสฺสนนฺตรา ฯ |๒๒๘.๓| เตสํ กาญฺจนปตฺเตหิ ปุถู อาทาย กาสิโย หํสานํ อภิหาเรสุํ อคฺคํ รญฺโญ ปวาสิตํ ฯ
พระยาหงส์ธตรฐผู้ฉลาด เห็นโภชนะอันเลิศที่เขานำมาให้ อันพระเจ้ากาสี ประทานส่งไป จึงได้ถามธรรมเนียมเครื่องปฏิสันถารในกาลเป็นลำดับ นั้นว่า พระองค์ไม่มีโรคาพาธแลหรือ ทรงสำราญดีอยู่หรือ ทรง ปกครองรัฐมณฑลอันสมบูรณ์นี้โดยธรรมหรือ.
|๒๒๙.๑| ทิสฺวา อภิหตํ อคฺคํ กาสิราเชน เปสิตํ กุสโล ขตฺตธมฺมานํ ตโต ปุจฺฉิ อนนฺตรา ฯ |๒๒๙.๒| กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ กจฺจิ โภโต อนามยํ กจฺจิ รฏฺฐมิทํ ผีตํ ธมฺเมน อนุสาสสิ ฯ
ดูกรพระยาหงส์ เราไม่มีโรคาพาธ อนึ่ง เรามีความสำราญดี และเราก็ ปกครองรัฐมณฑลอันสมบูรณ์นี้โดยธรรม.
กุสลญฺเจว เม หํส อโถ หํส อนามยํ อโถ รฏฺฐมิทํ ผีตํ ธมฺเมน อนุสาสหํ ฯ
โทษอะไรๆ ไม่มีในหมู่อำมาตย์ของพระองค์แลหรือ และอำมาตย์เหล่า นั้น ไม่อาลัยชีวิตในประโยชน์ของพระองค์แลหรือ.
กจฺจิ โภโต อมจฺเจสุ โทโส โกจิ น วิชฺชติ กจฺจิ จ เต ตวตฺเถสุ นาวกงฺขนฺติ ชีวิตํ ฯ
โทษอะไรๆ ไม่มีในหมู่อำมาตย์ของเรา และอำมาตย์เหล่านั้นไม่อาลัย ชีวิตในประโยชน์ของเรา.
อโถปิ เม อมจฺเจสุ โทโส โกจิ น วิชฺชติ อโถปิ เต มมตฺเถสุ นาวกงฺขนฺติ ชีวิตํ ฯ
พระมเหสีซึ่งมีพระชาติเสมอกัน ทรงเชื่อฟังมีพระเสาวนีย์อันน่ารัก ทรง ประกอบด้วยพระโอรส พระรูป พระโฉมและพระยศ เป็นไปตามพระ ราชอัธยาศัยของพระองค์แลหรือ.
กจฺจิ เต สาทิสี ภริยา อสฺสวา ปิยภาณินี ปุตฺตรูปยสูเปตา ตว ฉนฺทวสานุคา ฯ
พระมเหสีซึ่งมีพระชาติเสมอกัน ทรงเชื่อฟังมีพระเสาวนีย์อันน่ารัก ทรง ประกอบด้วยพระโอรส พระรูป พระโฉมและพระยศเป็นไปตาม อัธยาศัยของเรา.
อโถ เม สาทิสี ภริยา อสฺสวา ปิยภาณินี ปุตฺตรูปยสูเปตา มม ฉนฺทวสานุคา ฯ
พระองค์มิได้ทรงเบียดเบียนชาวแว่นแคว้น ทรงปกครองให้ปราศจาก อันตรายแต่ที่ไหนๆ โดยความเกรี้ยวกราดโดยธรรม โดยความ สม่ำเสมอแลหรือ.
กจฺจิ รฏฺฐํ อนุปฺปีฬํ อกุโตจิอุปทฺทวํ อสาหเสน ธมฺเมน สเมน อนุสาสสิ ฯ
เรามิได้เบียดเบียนชาวแว่นแคว้น ปกครองให้ปราศจากอันตรายแต่ที่ ไหนๆ โดยความไม่เกรี้ยวกราด โดยธรรม โดยความสม่ำเสมอ.
อโถ รฏฺฐํ อนุปฺปีฬํ อกุโตจิอุปทฺทวํ อสาหเสน ธมฺเมน สเมน อนุสาสหํ ฯ
พระองค์ทรงยำเกรงสัตบุรุษ ทรงเว้นอสัตบุรุษแลหรือ พระองค์ไม่ทรง ละทิ้งธรรม ไม่ทรงประพฤติคล้อยตามอธรรมแลหรือ.
กจฺจิ สนฺโต อปจิตา อสนฺโต ปริวชฺชิตา โน จ ธมฺมํ นิรงฺกตฺวา อธมฺมมนุวตฺตสิ ฯ
เรายำเกรงสัตบุรุษ เว้นอสัตบุรุษ ประพฤติคล้อยตามธรรมละทิ้งอธรรม.
สนฺโต จ เม อปจิตา อสนฺโต ปริวชฺชิตา ธมฺมเมวานุวตฺตามิ อธมฺโม เม นิรงฺกโต ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ พระองค์ทรงพิจารณาเห็นชัดซึ่งพระชนมายุ อันเป็นอนาคตยั่งยืนยาวอยู่หรือ พระองค์ทรงมัวเมาในอารมณ์เป็นที่ตั้ง แห่งความมัวเมา ไม่สะดุ้งกลัวปรโลกหรือ.
กจฺจิ นุนาคตํ ทีฆํ สมเวกฺขสิ ขตฺติย กจฺจิ มตฺโต มทนีเย ปรโลกํ น สนฺตสิ ฯ
ดูกรพระยาหงส์ เราพิจารณาเห็นชัดซึ่งอายุอันเป็นอนาคตยังยืนยาวอยู่ เราตั้งอยู่แล้วในธรรม ๑๐ ประการ จึงไม่สะดุ้งกลัวปรโลก เราเห็นกุศล ธรรมที่ดำรงอยู่ในตนเหล่านี้ คือทาน ศีล การบริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความ อดทนและความไม่พิโรธ แต่นั้นปีติและโสมนัสไม่ใช่น้อย ย่อมเกิด แก่เรา ก็สุมุขหงส์นี้ไม่ทันคิดถึงคุณสมบัติของเรา ไม่ทราบความประทุษ ร้ายแห่งจิต จึงเปล่งวาจาอันหยาบคาย ย่อมกล่าวถึงโทษที่ไม่มีอยู่ในเรา คำของสุมุขหงส์นี้ ย่อมไม่เป็นเหมือนคำของคนมีปัญญา.
|๒๔๐.๑| อหํ อนาคตํ ทีฆํ สมเวกฺขามิ ปกฺขิม ฐิโต ทสสุ ธมฺเมสุ ปรโลกํ น สนฺตสึ ฯ |๒๔๐.๒| ทานํ สีลํ ปริจฺจาคํ อาชฺชวํ มทฺทวํ ตปํ อกฺโกธํ อวิหึสญฺจ ขนฺติญฺจ อวิโรธนํ ฯ |๒๔๐.๓| อิจฺเจเต กุสเล ธมฺเม ฐิเต ปสฺสามิ อตฺตนิ ตโต เม ชายเต ปีติ โสมนสฺสญฺจนปฺปกํ ฯ |๒๔๐.๔| สุมุโข จ อจินฺเตตฺวา วิสชฺชิ ผรุสํ คิรํ ภาวโทสมนญฺญาย อสฺมากายํ วิหงฺคโม ฯ |๒๔๐.๕| โส กุทฺโธ ผรุสํ วาจํ นิจฺฉาเรสิ อโยนิโส ยานสฺมาสุ น วิชฺชนฺติ นยิทํ ปญฺญวตามิว ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่กว่ามนุษย์ ความพลั้งพลาดนั้นมีแก่ข้าพระองค์ โดยความรีบร้อน ก็เมื่อพระยาหงส์ธตรฐติดบ่วง ข้าพระองค์มีความทุกข์ มากมาย ขอพระองค์ได้ทรงโปรดเป็นที่พึ่งของข้าพระองค์ เหมือนบิดา เป็นที่พึ่งของบุตร และดุจแผ่นดินเป็นที่พึ่งของหมู่สัตว์ฉะนั้นเถิด ข้า แต่พระองค์ผู้เป็นราชกุญชร ขอพระองค์ได้ทรงโปรดงดโทษแก่ข้าพระองค์ ผู้ถูกความผิดครอบงำเถิด.
|๒๔๑.๑| อตฺถิ เม ตํ อติสารํ เวเคน มนุชาธิป ธตรฏฺเฐ จ พนฺธสฺมึ ทุกฺขํ เม วิปุลํ อหุ ฯ |๒๔๑.๒| ตฺวํ โน ปิตาว ปุตฺตานํ ภูตานํ ธรณีริว อสฺมากํ อธิปนฺนานํ ขมสฺสุ ราชกุญฺชร ฯ
เราย่อมอนุโมทนาแก่ท่านด้วยอาการอย่างนี้ เพราะท่านไม่ปกปิดความ ในใจ ดูกรหงส์ ท่านเป็นผู้ซื่อตรง จงทำลายความข้องใจเสียเถิด.
เอวนฺเต อนุโมทาม ยํ ภาวํ น นิคูหสิ ขีลํ ปภินฺทสิ ปกฺขิ อุชุโกสิ วิหงฺคม ฯ
ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่ง มีอยู่ในนิเวศน์ของเรา ผู้เป็น พระเจ้ากาสี คือ เงิน ทอง แก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์อันมากมาย แก้วมณี สังข์ ไข่มุก ผ้า จันทน์แดง และเหล็กอีกมาก เราขอให้ ทรัพย์เครื่องปลื้มใจทั้งหมดนี้แก่ท่าน และขอละความเป็นใหญ่ให้แก่ท่าน.
|๒๔๓.๑| ยงฺกิญฺจิ รตนํ อตฺถิ กาสิราชนิเวสเน รชตํ ชาตรูปญฺจ มุตฺตา เวฬุริยา พหู ฯ |๒๔๓.๒| มณโย สงฺขมุตฺตญฺจ วตฺถิกํ หริจนฺทนํ อชินํ ทนฺตภณฺฑญฺจ โลหํ กาฬายสํ พหุํ เอตํ ททามิ โว วิตฺตํ อิสฺสรํ วิสฺสชามิ โว ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ ข้าพระองค์ทั้งสองผู้อันพระองค์ทรงยำเกรง และทรงสักการะโดยแท้ ขอพระองค์ทรงเป็น พระอาจารย์ ของข้าพระองค์ ทั้งสอง ผู้ประพฤติอยู่ในธรรมทั้งหลายเถิด ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นอาจารย์ ผู้ปราบปรามข้าศึก ข้าพระองค์ทั้งสองอันพระองค์ทรงยอมอนุญาตแล้ว จักกระทำประทักษิณพระองค์แล้ว จักกลับไปหาหมู่ญาติ.
|๒๔๔.๑| อทฺธา อปจิตา ตฺยมฺหา สกฺกตา จ รเถสภ ธมฺเมสุ วตฺตมานานํ ตฺวํ โน อาจริโย ภว ฯ |๒๔๔.๒| อาจริย สมนุญฺญาตา ตยา อนุมตา มยํ ตํ ปทกฺขิณโต กตฺวา ญาตี ปสฺเสมุรินฺทม ฯ
พระเจ้ากาสีทรงดำริ และทรงปรึกษาข้อความตามที่ได้กล่าวมาตลอดราตรี ทั้งปวง แล้วทรงอนุญาตพระยาหงส์ทั้งสองผู้ประเสริฐสุดกว่าหงส์ทั้ง หลาย.
สพฺพรตฺตึ จินฺตยิตฺวา มนฺตยิตฺวา ยถาตถํ กาสิราชา อนุญฺญาสิ หํสานํ ปวรุตฺตมํ ฯ
เมื่อพระอาทิตย์อัสดงคต เมื่อราตรีสว่างจ้า พระยาหงส์ทั้งสองก็พากันบิน ไปจากพระราชนิเวศน์ของพระเจ้ากาสี.
ตโต รตฺยา วิวสเน สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ เปกฺขโต กาสิราชสฺส ภวนโต วิคาหิสุํ ฯ
หงส์เหล่านั้น เห็นพระยาหงส์ทั้งสองผู้ยิ่งใหญ่ไม่มีโรคกลับมาถึง จึง พากันส่งเสียงว่า เกเก ได้เกิดเสียงอื้ออึงขึ้น หงส์ผู้มีความเคารพนาย เหล่านั้นได้ปัจจัยมีปีติโสมนัส เพราะนายหลุดพ้นกลับมา พากัน กระโดดโลดเต้นเข้าไปห้อมล้อมโดยรอบ.
|๒๔๗.๑| เต อโรเค อนุปฺปตฺเต ทิสฺวาน ปรเม ทิเช เกกาติมกรุํ หํสา ปุถุสทฺโท อชายถ ฯ |๒๔๗.๒| เต ปตีตา ปมุตฺเตน ภตฺตุนา ภตฺตุคารวา สมนฺตา ปริกรึสุ อณฺฑชา ลทฺธปจฺจยา ฯ
ประโยชน์ทั้งปวง ของบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยกัลยาณมิตรย่อมให้สำเร็จ ความสุขความเจริญเหมือนพระยาหงส์ธตรฐและสุมุขหงส์ สมบูรณ์ด้วย กัลยาณมิตร เกิดประโยชน์ ให้สำเร็จความเจริญกลับมายังหมู่ญาติ ฉะนั้น. จบ มหาหังสชาดกที่ ๒
เอวํ มิตฺตวตํ อตฺถา สพฺเพ โหนฺติ ปทกฺขิณา หํสา ยถา ธตรฏฺฐา ญาติสงฺฆมุปาคมุนฺติ ฯ มหาหํสชาตกํ ทุติยํ ฯ