This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระวินัยปิฎก

สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา

Text only · no interpretationข้อ ๑๑๔–๑๑๗พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์4 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา

ปตฺตวคฺคสฺส ปญฺจมสิกฺขาปทํ

๑๑๔

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทาอาพาธ จึงอุบาสกคนหนึ่งเข้าไปเยี่ยม ภิกษุณีถุลลนันทาถึงสำนัก แล้วได้ถามนางดังนี้ว่า ข้าแต่แม่เจ้า ร่างกายยังพอทนได้อยู่หรือ ยังพอ ให้อัตภาพเป็นไปได้อยู่หรือ? นางตอบว่า อาวุโส ฉันทนไม่ไหว ยังอัตภาพให้เป็นไปไม่ได้. อุบาสกนั้นปวารณาว่า ข้าแต่แม่เจ้า ข้าพเจ้าจะฝากกหาปณะไว้ที่ร้านของชาวตลาดชื่อโน้น ท่านต้องการสิ่งใด พึงใช้ให้ใครๆ ไปนำสิ่งนั้นมาจากร้านนั้น. ภิกษุณีถุลลนันทาใช้สิกขมานารูปหนึ่งไปด้วยสั่งว่า แม่สิกขมานา เธอจงไปนำน้ำมันราคา หนึ่งกหาปณะจากร้านของชาวตลาดชื่อโน้นมา. จึงนางสิกขมานานั้น ได้ไปนำน้ำมันราคาหนึ่งกหาปณะจากร้านของชาวตลาดนั้นมาถวายแก่ ภิกษุณีถุลลนันทา. ภิกษุณีถุลลนันทาพูดอย่างนี้ว่า แม่สิกขมานา ความต้องการของฉันไม่ใช่น้ำมัน ฉันต้อง การเนยใส. จึงนางสิกขมานานั้นได้เดินกลับเข้าไปหาชาวตลาดนั้น แล้วบอกกะเขาดังนี้ว่า ไม่ถูกความ ประสงค์จ้ะ แม่เจ้าไม่ใช่ต้องการน้ำมัน ต้องการเนยใส ขอท่านจงรับคืนน้ำมันของท่าน โปรดให้ เนยใสแก่ดิฉัน. ชาวตลาดตอบว่า นี่แน่ะแม่คุณ ถ้าพวกฉันจักรับคืนสิ่งของที่ขายไปแล้วมาอีก เมื่อไรสินค้า ของพวกฉันจึงจักขายได้ น้ำมันท่านซื้อไปด้วยราคาน้ำมันแล้ว จงนำราคาค่าเนยใสมา จึงจักนำเนยใส ไปได้. ขณะนั้นแล นางสิกขมานาได้ยืนร้องไห้. ภิกษุณีทั้งหลาย ได้ถามนางสิกขมานานั้น ดังนี้ว่า แน่ะ แม่สิกขมานา เธอร้องไห้ เพราะเหตุไร? จึงนางสิกขมานานั้นได้แจ้งเรื่องให้ทราบ. บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทา สั่งให้จ่ายของอย่างหนึ่งได้แล้ว จึงได้สั่งให้จ่ายของอย่างอื่นอีกเล่า ... ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีถุลลนันทา สั่งให้จ่ายของอย่างหนึ่งได้แล้ว สั่งให้จ่ายของอย่างอื่นอีก จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทาสั่งให้จ่าย ของอย่างหนึ่งได้แล้ว จึงได้สั่งให้จ่ายของอย่างอื่นอีกเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อ ความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๓๐.๕. อนึ่ง ภิกษุณีใด สั่งให้จ่ายของอย่างหนึ่งแล้ว สั่งให้จ่ายของอื่นอีกอย่าง เป็น นิสัคคิยปาจิตตีย์. เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา จบ. สิกขาบทวิภังค์

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี คิลานา โหติ ฯ อถโข อญฺญตโร อุปาสโก เยน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจ กจฺจิ อยฺเย ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียนฺติ ฯ น เม อาวุโส ขมนียํ น ยาปนียนฺติ ฯ อมุกสฺส อยฺเย อาปณิกสฺส ฆเร กหาปณํ นิกฺขิปิสฺสามิ ตโต ยํ อิจฺเฉยฺยาสิ ตํ อาหราเปยฺยาสีติ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อญฺญตรํ สิกฺขมานํ อาณาเปสิ คจฺฉ สิกฺขมาเน อมุกสฺส อาปณิกสฺส ฆรา กหาปณสฺส เตลํ อาหราติ ฯ {๑๑๔.๑} อถโข สา สิกฺขมานา ตสฺส อาปณิกสฺส ฆรา กหาปณสฺส เตลํ อาหริตฺวา ถุลฺลนนฺทาย ภิกฺขุนิยา อทาสิ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี เอวมาห น เม สิกฺขมาเน เตเลน อตฺโถ สปฺปินา เม อตฺโถติ ฯ อถโข สา สิกฺขมานา เยน โส อาปณิโก เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ อาปณิกํ เอตทโวจ น กิร อาวุโส อยฺยาย เตเลน อตฺโถ สปฺปินา อตฺโถ หนฺท เต เตลํ สปฺปึ เม เทหีติ ฯ สเจ มยํ อยฺเย วิกฺกีตํ ภณฺฑํ ปุน อาทิยิสฺสาม กทา อมฺหากํ ภณฺฑํ วิกฺกายิสฺสติ เตลสฺส กเยน เตลํ หฏํ สปฺปิสฺส กยํ อาหร สปฺปึ หริสฺสสีติ ฯ อถโข สา สิกฺขมานา โรทนฺตี อฏฺฐาสิ ฯ ภิกฺขุนิโย ตํ สิกฺขมานํ เอตทโวจุํ กิสฺส ตฺวํ สิกฺขมาเน โรทสีติ ฯ {๑๑๔.๒} อถโข สา สิกฺขมานา ภิกฺขุนีนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา อญฺญํ เจตาเปตฺวา อญฺญํ เจตาเปสฺสตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อญฺญํ เจตาเปตฺวา อญฺญํ เจตาเปตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อญฺญํ เจตาเปตฺวา อญฺญํ เจตาเปสฺสติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๑๑๔.๓} ยา ปน ภิกฺขุนี อญฺญํ เจตาเปตฺวา อญฺญํ เจตาเปยฺย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ

๑๑๕

บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. บทว่า สั่งให้จ่ายของอย่างหนึ่งแล้ว คือ สั่งให้จ่ายของอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว. บทว่า สั่งให้จ่ายของอื่นอีกอย่าง ความว่า เว้นของอย่างใดอย่างหนึ่งที่สั่งให้จ่ายนั้น สั่งให้จ่ายของสิ่งอื่นอีก เป็นทุกกฏในประโยค เป็นนิสสัคคีย์ด้วยได้ของนั้นมา ต้องเสียสละแก่ สงฆ์ คณะ หรือภิกษุณีรูปหนึ่ง. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลของอื่นอีกอย่างที่ขอได้มานั้น อันภิกษุณีพึงเสียสละอย่างนี้. วิธีเสียสละ เสียสละแก่สงฆ์ ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ... แม่เจ้า ของอื่นอีกอย่าง สิ่งนี้ของข้าพเจ้าสั่งให้จ่ายของสิ่ง หนึ่งแล้ว สั่งให้จ่ายได้มา เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละของอื่นอีกอย่าง สิ่งนี้แก่สงฆ์ ... สงฆ์พึง ให้ของอื่นอีกอย่าง สิ่งนี้แก่ภิกษุณีมีชื่อนี้ ดังนี้. เสียสละแก่คณะ ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุณีหลายรูป ... แม่เจ้าทั้งหลาย พึงให้ของอื่นอีกอย่าง สิ่งนี้ แก่ภิกษุณีมีชื่อนี้ ดังนี้. เสียสละแก่ภิกษุณีรูปหนึ่ง ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุณีรูปหนึ่ง ... ข้าพเจ้าให้ของอื่นอีกอย่าง สิ่งนี้แก่แม่เจ้า ดังนี้. บทภาชนีย์ ติกะนิสสัคคิยปาจิตตีย์

ยา ปนาติ ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ ฯ อญฺญํ เจตาเปตฺวาติ ยงฺกิญฺจิ เจตาเปตฺวา ฯ อญฺญํ เจตาเปยฺยาติ ตํ ฐเปตฺวา อญฺญํ เจตาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิลาเภน นิสฺสคฺคิยํ โหติ นิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา เอกภิกฺขุนิยา วา ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว นิสฺสชฺชิตพฺพํ ฯเปฯ อิทํ เม อยฺเย อญฺญํ เจตาเปตฺวา อญฺญํ เจตาปิตํ นิสฺสคฺคิยํ อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ ฯเปฯ ทเทยฺยาติ ฯเปฯ ทเทยฺยุนฺติ ฯเปฯ อยฺยาย ทมฺมีติ ฯ

๑๑๖

ของอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่าของอย่างหนึ่ง สั่งให้จ่ายของอย่างอื่นอีก เป็น นิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ของอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสงสัย สั่งให้จ่ายของอย่างอื่นอีก เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ของอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่า มิใช่ของอย่างหนึ่ง สั่งให้จ่ายของอย่างอื่นอีก เป็น นิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ทุกะทุกกฏ มิใช่ของอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่า ของอย่างหนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ. มิใช่ของอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ต้องอาบัติ มิใช่ของอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่า มิใช่ของอย่างหนึ่ง ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร

อญฺเญ อญฺญสญฺญา อญฺญํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อญฺเญ เวมติกา อญฺญํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อญฺเญ อนญฺญสญฺญา อญฺญํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อนญฺเญ อญฺญสญฺญา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนญฺเญ เวมติกา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนญฺเญ อนญฺญสญฺญา อนาปตฺติ ฯ

๑๑๗

สั่งให้จ่ายของสิ่งหนึ่งนั้น และสั่งให้จ่ายของสิ่งอื่นอีกอย่างรวมกัน ๑ แสดง อานิสงส์แล้วสั่งให้จ่าย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๕ จบ. -----------------------------------------------------

อนาปตฺติ ตญฺเจว เจตาเปติ อญฺญญฺจ เจตาเปติ อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา เจตาเปติ อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ ----------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย