สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
จีวรวคฺคสฺส ทุติยสิกฺขาปทํ
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทา เป็นพหูสูต เป็นคนช่างพูด เป็นผู้องอาจ สามารถ กล่าวถ้อยคำมีหลักฐาน. ครั้นฤดูร้อน พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงสะพักผ้า โขมพัสตร์มีค่ามาก เสด็จเข้าไปหาภิกษุณีถุลลนันทาถึงสำนัก ทรงอภิวาทภิกษุณีถุลลนันทา แล้ว ประทับนั่ง ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง เมื่อพระเจ้าปเสนทิโกศลประทับนั่ง ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วภิกษุณีถุลลนันทาทูลชี้แจงธรรมีกถา ถวายให้ท้าวเธอทรงเห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ครั้นท้าวเธอทรงเห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาของภิกษุณีถุลลนันทาแล้ว ได้ ทรงปวารณาภิกษุณีถุลลนันทาดังนี้ว่า ข้าแต่แม่เจ้า ขอท่านได้โปรดบอกสิ่งที่ต้องประสงค์. ภิกษุณีถุลลนันทาทูลว่า ขอถวายพระพร ถ้ามหาบพิตรมีพระราชประสงค์ จะพระราชทาน แก่อาตมภาพไซร้ ขอได้โปรดพระราชทานผ้าโขมพัสตร์ผืนที่ทรงนี้. พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงถวายผ้าโขมพัสตร์แก่ภิกษุณีถุลลนันทาในทันใดนั้นแล แล้วเสด็จ ลุกจากที่ประทับ ทรงอภิวาทภิกษุณีถุลลนันทา กระทำประทักษิณ แล้วเสด็จกลับ. คนทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ภิกษุณีเหล่านี้เป็นคนมักมาก ไม่ สันโดษ ไฉนจึงได้ทูลขอผ้าโขมพัสตร์ทรงต่อองค์พระราชาเล่า. ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินคนพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทาจึงได้ทูลขอผ้าโขมพัสตร์ทรงต่อองค์ พระราชาเล่า ... ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุณีถุลลนันทา ทูลขอผ้าโขมพัสตร์ทรงต่อองค์พระราชา จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทาจึงได้ทูล ขอผ้าโขมพัสตร์ทรงต่อองค์พระราชา การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๓๗. ๒. อนึ่ง ภิกษุณีผู้จะให้เขาจ่ายผ้าห่มเบา พึงให้จ่ายได้เพียงราคา ๒ กังสะ กึ่งเป็นอย่างยิ่ง ถ้าให้จ่ายยิ่งกว่านั้น เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์. เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา จบ. สิกขาบทวิภังค์
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี พหุสฺสุตา โหติ ภาณิกา วิสารทา ปฏฺฐา ธมฺมึ กถํ กาตุํ ฯ อถโข ราชา ปเสนทิ โกสโล อุณฺหกาเล มหคฺฆํ โขมํ ปารุปิตฺวา เยน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ อถโข ราชา ปเสนทิ โกสโล ถุลฺลนนฺทาย ภิกฺขุนิยา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจ วเทยฺยาสิ อยฺเย เยน อตฺโถติ ฯ สเจ เม ตฺวํ มหาราช ทาตุกาโมสิ อิมํ โขมํ เทหีติ ฯ อถ ราชา ปเสนทิ โกสโล ถุลฺลนนฺทาย ภิกฺขุนิยา โขมํ ทตฺวา อุฏฺฐายาสนา ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ มหิจฺฉา อิมา ภิกฺขุนิโย อสนฺตุฏฺฐา กถํ หิ นาม ราชานํ โขมํ วิญฺญาเปสฺสนฺตีติ ฯ {๑๔๒.๑} อสฺโสสุํ โข ภิกฺขุนิโย เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา ราชานํ โขมํ วิญฺญาเปสฺสตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ราชานํ โขมํ วิญฺญาเปตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ราชานํ โขมํ วิญฺญาเปสฺสติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๑๔๒.๒} ลหุปาปุรณํ ปน ภิกฺขุนิยา เจตาเปนฺติยา อฑฺฒเตยฺย- กํสปรมํ เจตาเปตพฺพํ ตโต เจ อุตฺตรึ เจตาเปยฺย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
ที่ชื่อว่า ผ้าห่มเบา ได้แก่ ผ้าชนิดใดชนิดหนึ่ง สำหรับห่มในฤดูร้อน. บทว่า ผู้จะให้จ่าย คือ ผู้จะขอ. บทว่า พึงให้จ่ายได้เพียงราคา ๒ กังสะกึ่งเป็นอย่างยิ่ง คือ พึงให้จ่ายผ้ามีราคาเพียง ๑๐ กหาปณะได้. คำว่า ถ้าให้จ่ายยิ่งกว่านั้น ความว่า ขอผ้ามีราคาเกินกว่านั้น เป็นทุกกฏในประโยค เป็นนิสสัคคีย์ด้วยได้ผ้ามา ต้องเสียสละแก่สงฆ์ คณะ หรือภิกษุณีรูปหนึ่ง. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลผ้าเป็นนิสสัคคีย์นั้น อันภิกษุณีพึงเสียสละอย่างนี้. วิธีเสียสละ เสียสละแก่สงฆ์ ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ... แม่เจ้า ผ้าห่มเบาผืนนี้ของข้าพเจ้ามีราคาสูงเกิน ๒ กังสะกึ่ง ขอได้มา เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละผ้าห่มเบาผืนนี้แก่สงฆ์ ... สงฆ์พึงให้ผ้าห่มเบาผืนนี้แก่ ภิกษุณีมีชื่อนี้ ดังนี้. เสียสละแก่คณะ ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุณีหลายรูป ... แม่เจ้าทั้งหลายพึงให้ผ้าห่มเบาผืนนี้แก่ภิกษุณี มีชื่อนี้ ดังนี้. เสียสละแก่ภิกษุณีรูปหนึ่ง ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุณีรูปหนึ่ง ... ข้าพเจ้าให้ผ้าห่มเบาผืนนี้แก่แม่เจ้า ดังนี้. บทภาชนีย์ ติกะนิสสัคคิยปาจิตตีย์
ลหุปาปุรณํ นาม ยงฺกิญฺจิ อุณฺหกาเล ปาปุรณํ ฯ เจตาเปนฺติยาติ วิญฺญาเปนฺติยา ฯ อฑฺฒเตยฺยกํสปรมํ เจตาเปตพฺพนฺติ ทสกหาปณคฺฆนกํ เจตาเปตพฺพํ ฯ ตโต เจ อุตฺตรึ เจตาเปยฺยาติ ตทุตฺตรึ วิญฺญาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิลาเภน นิสฺสคฺคิยํ โหติ นิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา เอกภิกฺขุนิยา วา ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว นิสฺสชฺชิตพฺพํ อิทํ เม อยฺเย ลหุปาปุรณํ อติเรกอฑฺฒเตยฺย- กํสปรมํ เจตาปิตํ นิสฺสคฺคิยํ อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ ฯเปฯ ทเทยฺยาติ ฯเปฯ ทเทยฺยุนฺติ ฯเปฯ อยฺยาย ทมฺมีติ ฯ
ผ้าห่มเบามีราคาเกิน ๒ กังสะกึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่าเกิน ขอได้มา เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ผ้าห่มเบามีราคาเกิน ๒ กังสะกึ่ง ภิกษุณีสงสัย ขอได้มา เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ผ้าห่มเบามีราคาเกิน ๒ กังสะกึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่าหย่อน ขอได้มา เป็นนิสสัคคีย์ ต้อง อาบัติปาจิตตีย์. ทุกะทุกกฏ ผ้าห่มเบามีราคาหย่อน ๒ กังสะกึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่าเกิน ต้องอาบัติทุกกฏ. ผ้าห่มเบามีราคาหย่อน ๒ กังสะกึ่ง ภิกษุณีสงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ต้องอาบัติ ผ้าห่มเบามีราคาหย่อน ๒ กังสะกึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่าหย่อน ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร
อติเรกอฑฺฒเตยฺยกํเส อติเรกสญฺญา เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อติเรกอฑฺฒเตยฺยกํเส เวมติกา เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อติเรกอฑฺฒเตยฺยกํเส อูนกสญฺญา เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อูนกอฑฺฒเตยฺยกํเส อติเรกสญฺญา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อูนกอฑฺฒเตยฺยกํเส เวมติกา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อูนกอฑฺฒเตยฺยกํเส อูนกสญฺญา อนาปตฺติ ฯ
ขอผ้าห่มเบามีราคา ๒ กังสะกึ่งเป็นอย่างยิ่ง ๑ ขอผ้าห่มเบามีราคาหย่อน ๒ กังสะกึ่ง ๑ ขอต่อญาติ ๑ ขอต่อคนปวารณา ๑ ขอเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ๑ จ่ายมาด้วยทรัพย์ ของตน ๑ ทายกประสงค์ให้จ่ายผ้าห่มเบามีราคาแพงแต่ให้จ่ายผ้าห่มเบามีราคาถูก ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.
อนาปตฺติ อฑฺฒเตยฺยกํสปรมํ เจตาเปติ อูนกอฑฺฒเตยฺย- กํสปรมํ เจตาเปติ ญาตกานํ ปวาริตานํ อญฺญสฺสตฺถาย อตฺตโน ธเนน มหคฺฆํ เจตาเปตุกามสฺส อปฺปคฺฆํ เจตาเปติ อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ