This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๓ · ภิกขุนีวิภังค์

Other items in this volume

สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีสุนทรีนันทาสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีสุนทรีนันทาสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์ บทสรุปสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑ เรื่องอุบาสกกับภิกษุณีถุลลนันทาสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๒ เรื่องชายาเจ้าลิจฉวีกับภิกษุณีถุลลนันทาสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๓ เรื่องอันเตวาสินีของพระเถรีภัททากาปิลานีสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีสุนทรีนันทาสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีสุนทรีนันทาสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีอันเตวาสินีของภิกษุณีถุลลนันทาสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑๐บทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาบทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณี ๒ รูปสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระมหาปชาบดีโคตมีเถรีสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีภรรยาเก่าของมหาอำมาตย์สิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องพราหมณ์คนหนึ่งสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีอันเตวาสินีของพระภัททากาปิลานีเถรีสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีอันเตวาสีนีของพระภัททากาปิลานีเถรีสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีอันเตวาสินีของพระภัททากาปิลานีเถรีสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีอันเตวาสินีของพระภัททากาปิลานีเถรีสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องอุบาสกคนหนึ่งสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณี ๒ รูปสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระกัปปิตกะเถระสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๑๑ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๑๒ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๓ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีหลายรูป สิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูป สิกขาบทที่…สิกขาบทที่ ๑๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๒ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๓ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งบทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์ สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์…บทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๗๕ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์บทสรุปอธิกรณสมถกัณฑ์ที่สุดคำนิคม

Scripture · พระวินัยปิฎก

สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์ บทสรุป

ข้อ ๒๖–๓๐พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์5 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

จตุตฺถปาราชิกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์

Item ๒๖

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส หตฺถคหณํปิ สาทิยนฺติ สงฺฆาฏิกณฺณคหณํปิ สาทิยนฺติ สนฺติฏฺฐนฺติปิ สลฺลปนฺติปิ สงฺเกตํปิ คจฺฉนฺติ ปุริสสฺสปิ อพฺภาคมนํ สาทิยนฺติ ฉนฺนํปิ อนุปวิสนฺติ กายํปิ ตทตฺถาย อุปสํหรนฺติ เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย ฯ {๒๖.๑} ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย อวสฺสุตา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส หตฺถคหณํปิ สาทิยิสฺสนฺติ สงฺฆาฏิกณฺณคหณํปิ สาทิยิสฺสนฺติ สนฺติฏฺฐิสฺสนฺติปิ สลฺลปิสฺสนฺติปิ สงฺเกตํปิ คจฺฉิสฺสนฺติ ปุริสสฺสปิ อพฺภาคมนํ สาทิยิสฺสนฺติ ฉนฺนํปิ อนุปวิสิสฺสนฺติ กายํปิ ตทตฺถาย อุปสํหริสฺสนฺติ เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถายาติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย อวสฺสุตา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส หตฺถคหณํปิ สาทิยนฺติ สงฺฆาฏิกณฺณคหณํปิ สาทิยนฺติ สนฺติฏฺฐนฺติปิ สลฺลปนฺติปิ สงฺเกตํปิ คจฺฉนฺติ ปุริสสฺสปิ อพฺภาคมนํ สาทิยนฺติ ฉนฺนํปิ อนุปวิสนฺติ กายํปิ ตทตฺถาย อุปสํหรนฺติ เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถายาติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย อวสฺสุตา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส หตฺถคหณํปิ สาทิยิสฺสนฺติ สงฺฆาฏิกณฺณคหณํปิ สาทิยิสฺสนฺติ สนฺติฏฺฐิสฺสนฺติปิ สลฺลปิสฺสนฺติปิ สงฺเกตํปิ คจฺฉนฺติ ปุริสสฺสปิ อพฺภาคมนํ สาทิยิสฺสนฺติ ฉนฺนํปิ อนุปวิสิสฺสนฺติ กายํปิ ตทตฺถาย อุปสํหริสฺสนฺติ เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๒๖.๒} ยา ปน ภิกฺขุนี อวสฺสุตา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส หตฺถคหณํ วา สาทิเยยฺย สงฺฆาฏิกณฺณคหณํ วา สาทิเยยฺย สนฺติฏฺเฐยฺย วา สลฺลเปยฺย วา สงฺเกตํ วา คจฺเฉยฺย ปุริสสฺส วา อพฺภาคมนํ สาทิเยยฺย ฉนฺนํ วา อนุปวิเสยฺย กายํ วา ตทตฺถาย อุปสํหเรยฺย เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย อยมฺปิ ปาราชิกา โหติ อสํวาสา อฏฺฐวตฺถุกาติ ฯ

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์มีความกำหนัดยินดีการที่บุรุษบุคคล ผู้กำหนัดจับมือบ้าง จับชายผ้าสังฆาฏิบ้าง ยืนด้วยบ้าง สนทนาด้วยบ้าง ไปสู่ที่นัดแนะบ้าง ยินดี การที่บุรุษมาหาตามนัดบ้าง เข้าไปสู่ที่มุงด้วยกันบ้าง ทอดกายเพื่อประโยชน์แก่บุรุษนั้น เพื่อประสงค์ จะเสพอสัทธรรมนั้นบ้าง. บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จึงได้มีความกำหนัดยินดีการที่บุรุษบุคคลผู้กำหนัดจับมือบ้าง จับชายผ้าสังฆาฏิบ้าง ยืนด้วยบ้าง สนทนาด้วยบ้าง ไปสู่ที่นัดแนะกันบ้าง ยินดีการที่บุรุษมาหาตามนัดบ้าง เข้าไปสู่ที่ มุงด้วยกันบ้าง ทอดกายเพื่อประโยชน์แก่บุรุษนั้น เพื่อประสงค์จะเสพอสัทธรรมนั้นบ้างเล่า ... แล้ว กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ทรงสอบถาม ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุณีฉัพพัคคีย์มี ความกำหนัด ยินดีการที่บุรุษบุคคลผู้กำหนัดจับมือบ้าง จับชายผ้าสังฆาฏิบ้าง ยืนด้วยบ้าง สนทนา ด้วยบ้าง ไปสู่ที่นัดแนะกันบ้าง ยินดีการที่บุรุษมาหาตามนัดบ้าง เข้าไปสู่ที่มุงด้วยกันบ้าง ทอดกาย เพื่อประโยชน์แก่บุรุษนั้น เพื่อประสงค์จะเสพอสัทธรรมนั้นบ้าง จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีฉัพพัคคีย์จึงมีความกำหนัด ยินดีการที่บุรุษบุคคลผู้กำหนัดจับมือบ้าง จับชายผ้าสังฆาฏิบ้าง ยืนด้วยบ้าง สนทนาด้วยบ้าง ไป สู่ที่นัดแนะกันบ้าง ยินดีการที่บุรุษมาหาตามนัดบ้าง เข้าไปสู่ที่มุงด้วยกันบ้าง ทอดกายเพื่อประโยชน์ แก่บุรุษนั้น เพื่อประสงค์จะเสพอสัทธรรมนั้นบ้าง การกระทำของพวกนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความ เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลาย จงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๘.๔. อนึ่ง ภิกษุณีใด มีความกำหนัด ยินดีการที่บุรุษบุคคลผู้กำหนัดจับมือก็ดี จับ ชายผ้าสังฆาฏิก็ดี ยืนด้วยก็ดี สนทนาด้วยก็ดี ไปสู่ที่นัดหมายกันก็ดี ยินดีการที่บุรุษมาหาตาม นัดก็ดี เข้าไปสู่ที่มุงด้วยกันก็ดี ทอดกายเพื่อประโยชน์แก่บุรุษนั้น เพื่อประสงค์จะเสพ อสัทธรรมนั้นก็ดี แม้ภิกษุณีนี้เป็นปาราชิก ชื่ออัฏฐวัตถุกา หาสังวาสมิได้. เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จบ. สิกขาบทวิภังค์

Item ๒๗

ยา ปนาติ ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ ฯ อวสฺสุตา นาม สารตฺตา อเปกฺขวตี ปฏิพทฺธจิตฺตา ฯ อวสฺสุโต นาม สารตฺโต อเปกฺขวา ปฏิพทฺธจิตฺโต ฯ ปุริสปุคฺคโล นาม มนุสฺสปุริโส น ยกฺโข น เปโต น ติรจฺฉานคโต วิญฺญู ปฏิพโล กายสํสคฺคํ สมาปชฺชิตุํ ฯ หตฺถคหณํ วา สาทิเยยฺยาติ หตฺโถ นาม กปฺปุรํ อุปาทาย ยาว อคฺคนขา ฯ เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย อุพฺภกฺขกํ อโธชานุมณฺฑลํ คหณํ สาทิยติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ สงฺฆาฏิกณฺณคหณํ วา สาทิเยยฺยาติ เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย นิวตฺถํ วา ปารุตํ วา คหณํ สาทิยติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ {๒๗.๑} สนฺติฏฺเฐยฺย วาติ เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย ปุริสสฺส หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ สลฺลเปยฺย วาติ เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐิตา สลฺลปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ สงฺเกตํ วา คจฺเฉยฺยาติ เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย ปุริเสน อิตฺถนฺนามํ โอกาสํ อาคจฺฉาติ วุตฺตา คจฺฉติ ปเท ปเท อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ปุริสสฺส หตฺถปาสํ โอกฺกนฺตมตฺเต อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ปุริสสฺส วา อพฺภาคมนํ สาทิเยยฺยาติ เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย ปุริสสฺส อพฺภาคมนํ สาทิยติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส หตฺถปาสํ โอกฺกนฺตมตฺเต อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฉนฺนํ วา อนุปวิเสยฺยาติ เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย เยน เกนจิ ปฏิจฺฉนฺนํ โอกาสํ ปวิฏฺฐมตฺเต อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ กายํ วา ตทตฺถาย อุปสํหเรยฺยาติ เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐิตา กายํ อุปสํหรติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ

บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ ทรงประสงค์ในอรรถนี้. ที่ชื่อว่า มีความกำหนัด คือ มีความยินดียิ่ง มีความเพ่งเล็ง มีจิตปฏิพัทธ์. ที่ชื่อว่า ผู้กำหนัด คือ กำหนัดนักแล้ว มีความเพ่งเล็ง มีจิตปฏิพัทธ์. ที่ชื่อว่า บุรุษบุคคล ได้แก่ มนุษย์ผู้ชาย ไม่ใช่ยักษ์ผู้ชาย ไม่ใช่เปรตผู้ชาย ไม่ใช่สัตว์ ดิรัจฉานตัวผู้ เป็นผู้รู้ความ เป็นผู้สามารถเพื่อถึงความเคล้าคลึงด้วยกาย. บทว่า ยินดีการจับมือก็ดี ความว่า ที่ชื่อว่า มือ กำหนดตั้งแต่ข้อศอก ถึงปลายเล็บ ภิกษุณียินดีการจับอวัยวะเหนือรากขวัญขึ้นไป ใต้เข่าลงมา เพื่อประสงค์จะเสพอสัทธรรมนั่น ต้องอาบัติถุลลัจจัย. บทว่า ยินดีการจับชายผ้าสังฆาฏิก็ดี คือ ยินดีการจับผ้านุ่งก็ดี ผ้าห่มก็ดี เพื่อประสงค์ จะเสพอสัทธรรมนั่น ต้องอาบัติถุลลัจจัย. บทว่า ยืนด้วยก็ดี ความว่า ยืนอยู่ในระยะช่วงมือของบุรุษ เพื่อประสงค์จะเสพ อสัทธรรมนั่น ต้องอาบัติถุลลัจจัย. บทว่า สนทนาด้วยก็ดี ความว่า ยืนพูดอยู่ในระยะช่วงมือของบุรุษ เพื่อประสงค์จะ เสพอสัทธรรมนั่น ต้องอาบัติถุลลัจจัย. บทว่า ไปสู่ที่นัดแนะกันก็ดี ความว่า บุรุษพูดนัดว่า โปรดมาสู่สถานที่ชื่อนี้ ดังนี้ ภิกษุณีไปเพื่อประสงค์จะเสพอสัทธรรมนั่น ต้องอาบัติทุกกฏทุกๆ ก้าว พอย่างเข้าระยะช่วงมือของ บุรุษ ต้องอาบัติถุลลัจจัย. บทว่า ยินดีการที่บุรุษมาหาตามนัดก็ดี ความว่า ยินดีการมาตามนัดของบุรุษ เพื่อ ประสงค์จะเสพอสัทธรรมนั่น ต้องอาบัติทุกกฏ พอย่างเข้าระยะช่วงมือ ต้องอาบัติถุลลัจจัย. บทว่า เข้าไปสู่ที่มุงด้วยกันก็ดี ความว่า พอย่างเข้าสู่สถานที่อันมุงไว้ด้วยวัตถุอย่างใด อย่างหนึ่ง เพื่อประสงค์จะเสพอสัทธรรมนั่น ต้องอาบัติถุลลัจจัย. บทว่า ทอดกายเพื่อประโยชน์แก่บุรุษนั้นก็ดี ความว่า อยู่ในระยะช่วงมือของบุรุษ แล้ว ทอดกายเพื่อประสงค์จะเสพอสัทธรรมนั่น ต้องอาบัติถุลลัจจัย.

Item ๒๘

อยมฺปีติ ปุริมาโย อุปาทาย วุจฺจติ ฯ ปาราชิกา โหตีติ เสยฺยถาปิ นาม ตาโล มตฺถกจฺฉินฺโน อภพฺโพ ปุนวิรุฬฺหิยา เอวเมว ภิกฺขุนี อฏฺฐมํ วตฺถุํ ปริปูเรนฺตี อสฺสมณี โหติ อสกฺยธีตา เตน วุจฺจติ ปาราชิกา โหตีติ ฯ อสํวาสาติ สํวาโส นาม เอกกมฺมํ เอกุทฺเทโส สมสิกฺขาตา เอโส สํวาโส นาม โส ตาย สทฺธึ นตฺถิ เตน วุจฺจติ อสํวาสาติ ฯ

บทว่า แม้ภิกษุณีนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสเทียบเคียงภิกษุณีรูปก่อน. บทว่า เป็นปาราชิก มีอธิบายว่า ต้นตาลมียอดด้วนแล้วไม่อาจงอกอีกได้ ชื่อแม้ฉันใด ภิกษุณีก็ฉันนั้นเหมือนกัน ทำวัตถุถึงที่ ๘ ไม่ใช่สมณะ ไม่ใช่ธิดาของพระศากยบุตร เพราะเหตุนั้น จึงตรัสว่า เป็นปาราชิก. บทว่า หาสังวาสมิได้ ความว่า ที่ชื่อว่าสังวาส ได้แก่กรรมที่พึงทำร่วมกัน อุเทศที่ พึงสวดร่วมกัน ความเป็นผู้มีสิกขาเสมอกัน นี้ชื่อว่าสังวาส สังวาสนั้นไม่มีร่วมกับภิกษุณีนั้น เพราะเหตุนั้น จึงตรัสว่า หาสังวาสมิได้. อนาปัตติวาร

Item ๒๙

อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺติยา อสาทิยนฺติยา อุมฺมตฺติกาย ขิตฺตจิตฺตาย เวทนฏฺฏาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ จตุตฺถปาราชิกํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------

ไม่จงใจ ๑ เผลอสติ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ ไม่ยินดี ๑ วิกลจริต ๑ มีจิตฟุ้งซ่าน ๑ กระสับกระส่ายเพราะเวทนา ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ จบ.

Item ๓๐

อุทฺทิฏฺฐา โข อยฺยาโย อฏฺฐ ปาราชิกา ธมฺมา เยสํ ภิกฺขุนี อญฺญตรํ วา อญฺญตรํ วา อาปชฺชิตฺวา น ลภติ ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สํวาสํ ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา ปาราชิกา โหติ อสํวาสา ฯ ตตฺถยฺยาโย ปุจฺฉามิ กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ฯ ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ฯ ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา ฯ ปริสุทฺเธตฺถยฺยาโย ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ ปาราชิกกณฺฑํ นิฏฺฐิตํ ฯ

แม่เจ้าทั้งหลาย ธรรมคือปาราชิก ๘ สิกขาบท ดิฉันยกขึ้นแสดงแล้วแล ภิกษุณี ต้องอาบัติปาราชิกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ย่อมไม่ได้อยู่ร่วมกับภิกษุณีทั้งหลาย ในภายหลัง เหมือน ในกาลก่อน เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้ ดิฉันขอถามแม่เจ้าทั้งหลาย ในอาบัติปาราชิกเหล่านั้นว่า แม่เจ้าทั้งหลายบริสุทธิ์แล้วหรือ ดิฉันขอถามแม้ครั้งที่สองว่า แม่เจ้าทั้งหลายบริสุทธิ์แล้วหรือ ดิฉันขอถามแม้ครั้งที่สามว่า แม่เจ้าทั้งหลายบริสุทธิ์แล้วหรือ? แม่เจ้าทั้งหลายเป็นผู้บริสุทธิ์ใน อาบัติปาราชิกเหล่านี้แล้ว เหตุนั้น จึงนิ่ง ดิฉันทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้แล. ปาราชิกกัณฑ์ จบ ----------------------------------------------------- @ สิกขาบทที่ ๕ ถึง ๘ เหมือนของภิกษุ แต่ใช้สำนวนต่างโดยควรแก่เพศ ส่วนใน อุภโตปาติโมกข์ นับส่วนที่เหมือน @ของภิกษุ ตั้งเป็นจำนวนครบ ๔ แล้ว จึงนับส่วนของภิกษุณีต่อจนครบ ๘

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย