This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๓

Other items in this volume

ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการยินดีการจับต้องที่บริเวณเหนือเข่าขึ้นไปของชายปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการปกปิดโทษปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการประพฤติตามภิกษุที่ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยวัตถุ ๘ มีการยินดีการจับมือของชายเป็นต้น บทสรุปสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการก่อคดีพิพาทสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการบวชให้สตรีผู้เป็นโจรสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการเข้าละแวกหมู่บ้านตามลำพังเป็นต้นสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการเรียกภิกษุณีที่ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเข้าหมู่สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการรับโภชนะจากมือชายผู้กำหนัดสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการส่งเสริมภิกษุณีให้รับโภชนะจากมือชายผู้กำหนัดสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการบอกคืนพระรัตนตรัยสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยภิกษุณีโกรธเพราะถูกตัดสินให้แพ้คดีในอธิกรณ์สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยภิกษุณีมีความประพฤติเลวทรามสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการยุยงส่งเสริมให้ภิกษุณีประพฤติเลวทรามบทสรุปสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการสะสมบาตรสิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการแจกอกาลจีวรสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนจีวรสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการออกปากขอของอย่างหนึ่งแล้วออกปากขอของอย่างอื่นสิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการให้ซื้อของอย่างหนึ่งแล้วให้ซื้อของอย่างอื่นสิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนบริขารที่เขาถวายสงฆ์ข้อที่ ๑สิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนบริขารที่เขาถวายสงฆ์ข้อที่ ๒สิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนบริขารที่เขาถวายคณะข้อที่ ๑สิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนบริขารที่เขาถวายแก่คณะข้อที่ ๒สิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนบริขารที่เขาถวายแก่บุคคลสิกขาบทที่ ๑๑ ว่าด้วยการขอผ้าห่มหนาในฤดูหนาวสิกขาบทที่ ๑๒ ว่าด้วยการขอผ้าห่มบางในฤดูร้อนบทสรุปสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการขอกระเทียมสิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการถอนขนในที่แคบสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการสัมผัสองค์กำเนิดสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการใช้ท่อนยางสิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการใช้น้ำชำระสิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการปรนนิบัติสิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการขอข้าวเปลือกดิบสิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการทิ้งอุจจาระเป็นต้นภายนอกฝาสิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการทิ้งอุจจาระเป็นต้นภายนอกกำแพงสิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการดูการขับร้องฟ้อนรำสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการสนทนากับชายในที่มืดสิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการยืนกับชายในที่กำบังสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการสนทนากับชายในที่แจ้งสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการส่งเพื่อนภิกษุณีกลับสิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการจากไปโดยไม่บอกเจ้าของสิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการนั่งนอนบนอาสนะโดยไม่บอกเจ้าของสิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการปูลาดโดยไม่บอกสิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการให้ผู้อื่นโพนทะนาสิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการสาปแช่งตนเองและผู้อื่นสิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการร้องไห้ทุบตีตนเองสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการเปลือยกายอาบน้ำสิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการใช้ผ้าอาบน้ำไม่ได้ขนาดสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการเลาะจีวรแล้วไม่เย็บสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการไม่ผลัดเปลี่ยนสังฆาฏิตามกำหนดสิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการห่มจีวรสับเปลี่ยนกันสิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการทำอันตรายแก่จีวรลาภของคณะสิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการคัดค้านการแจกจีวรที่ชอบธรรมสิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการให้สมณจีวรแก่ผู้ไม่ใช่ภิกษุณีสิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการให้ล่วงเลยสมัยแห่งจีวรกาลสิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการห้ามการเดาะกฐินที่ชอบธรรมสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการนอนบนเตียงเดียวกันสิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่มสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการจงใจก่อความรำคาญสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการไม่ใส่ใจดูแลเพื่อนภิกษุณีสิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการฉุดลากออกสิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการอยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์สิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการเที่ยวจาริกไปในที่ที่น่าหวาดระแวงภายในรัฐสิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการเที่ยวจาริกไปในที่ที่น่าหวาดระแวงภายนอกรัฐสิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการเที่ยวจาริกไปภายในพรรษาสิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการไม่หลีกจาริกไปสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการไปดูโรงละครหลวงสิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการใช้ตั่งหรือแท่นสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการกรอด้ายสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการช่วยทำการขวนขวายเพื่อคฤหัสถ์สิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการไม่ช่วยระงับอธิกรณ์สิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการให้ของเคี้ยวของฉันแก่นักฟ้อนเป็นต้นสิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการใช้ผ้าซับระดูแล้วไม่สละสิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการไม่สละที่พักสิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการเรียนดิรัจฉานวิชาสิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการสอนดิรัจฉานวิชาสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการเข้าอาราม โดยไม่บอกสิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการด่าบริภาษภิกษุสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการบริภาษคณะสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการฉันของเคี้ยวของฉันเมื่อห้ามภัตตาหารแล้วสิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยความหวงตระกูลสิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการอยู่จำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุสิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการไม่ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่ายสิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการไม่ไปรับโอวาทเป็นต้นสิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการไม่ถามอุโบสถเป็นต้นสิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการให้บ่งฝีในร่มผ้าสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการบวชให้สตรีมีครรภ์สิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการบวชให้สตรีมีลูกยังดื่มนมสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาผู้ยังไม่ได้ศึกษาธรรม ๖ ข้อตลอด ๒ ปีสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาที่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติสิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการบวชให้หญิงที่มีครอบครัวอายุต่ำกว่า ๑๒ ปีสิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการบวชให้หญิงที่มีครอบครัวมีอายุครบ ๑๒ ปีสิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการบวชให้หญิงที่มีครอบครัวซึ่งสงฆ์ยังไม่ได้สมมติสิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการไม่อนุเคราะห์สหชีวินีตลอด ๒ ปีสิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการไม่ติดตามปวัตตินีตลอด ๒ ปีสิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการไม่พาสหชีวินีหลีกไปสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการบวชให้กุมารีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปีสิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการบวชให้กุมารีที่ยังไม่ได้ศึกษาในธรรม ๖ ข้อสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการบวชให้กุมารีที่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยภิกษุณีมีพรรษาต่ำกว่า ๑๒ เป็นปวัตตินีสิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยภิกษุณีมีพรรษาครบ ๑๒ เป็นปวัตตินีแต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติสิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการบ่นว่าภายหลังสิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการบอกสิกขมานาให้ถวายจีวรแล้วไม่บวชให้สิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการบอกสิกขมานาให้ติดตามตลอด ๒ ปีแล้วไม่บวชให้สิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาผู้คลุกคลีกับชายสิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาที่ยังไม่ได้รับอนุญาตสิกขาบทที่ ๑๑ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาด้วยการให้ปาริวาสิกฉันทะสิกขาบทที่ ๑๒ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาทุกๆ ปีสิกขาบทที่ ๑๓ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาปีละ ๒ รูปสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยภิกษุณีผู้ไม่เป็นไข้กั้นร่มและสวมรองเท้าสิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการเดินทางด้วยยานพาหนะสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการใช้เครื่องประดับเอวสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการใช้เครื่องประดับของสตรีสิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการใช้ของหอมเครื่องย้อมผิวสิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการใช้ผงแป้งอบกลิ่นสิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการให้บีบนวดสิกขาบทที่ ๘-๙-๑๐ ว่าด้วยการใช้(สิกขมานาฯลฯสามเณรีฯลฯ)คฤหัสถ์ให้บีบนวดสิกขาบทที่ ๑๑ ว่าด้วยการนั่งบนอาสนะโดยไม่ขอโอกาสก่อนสิกขาบทที่ ๑๒ ว่าด้วยการถามปัญหากะภิกษุโดยไม่ได้ขอโอกาสสิกขาบทที่ ๑๓ ว่าด้วยการเข้าหมู่บ้านโดยไม่มีผ้ารัดถันบทสรุปปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการออกปากขอเนยใสปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๒-๘ ว่าด้วยการออกปากขอน้ำมันเป็นต้นบทสรุป๑. ปริมัณฑลวรรค หมวดว่าด้วยการนุ่งห่มเรียบร้อย๗. ปาทุกาวรรค หมวดว่าด้วยรองเท้าบทสรุป๗. อธิกรณสมถะคำนิคม

Scripture

สิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการเลาะจีวรแล้วไม่เย็บ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation5 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๓. นัคควรรค สิกขาบทที่ ๓ นิทานวัตถุ ๓. นัคควรรค สิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการเลาะจีวรแล้วไม่เย็บ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา

Item ๘๙๒

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุณีรูปหนึ่งทำจีวรไม่ดี เย็บ ไม่ดีทั้งที่ใช้ผ้าสำหรับทำจีวรราคาแพง ภิกษุณีถุลลนันทาได้กล่าวกับภิกษุณีนั้นดังนี้ ว่า “แม่เจ้า ผ้าสำหรับทำจีวรของท่านดีจริง แต่กลับทำจีวรไม่ดี เย็บไม่ดี” ภิกษุณีนั้นกล่าวว่า “แม่เจ้า ดิฉันจะเลาะออก ท่านจะเย็บให้หรือ” ภิกษุณีถุลลนันทากล่าวว่า “แม่เจ้า ดิฉันจะเย็บให้” ครั้นแล้ว ภิกษุณีนั้นจึงเลาะจีวรแล้วมอบให้ภิกษุณีถุลลนันทา ภิกษุณีถุลลนันทา กล่าวว่า “ดิฉันจะเย็บให้ ดิฉันจะเย็บให้” แต่ไม่เย็บให้ ทั้งไม่ขวนขวายใช้ผู้อื่นให้เย็บ ภิกษุณีนั้นจึงบอกเรื่องนั้นให้ภิกษุณีทั้งหลายทราบ บรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ฯลฯ พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉน แม่เจ้าถุลลนันทาจึงให้เลาะจีวรของภิกษุณีแล้วไม่เย็บให้ ทั้งไม่ขวนขวายใช้ผู้อื่นให้ เย็บเล่า” ครั้นแล้ว ภิกษุณีเหล่านั้นได้นำเรื่องนี้ไปบอกภิกษุทั้งหลายให้ทราบ พวกภิกษุได้นำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรง สอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า ภิกษุณีถุลลนันทาให้เลาะจีวร ของภิกษุณีแล้วไม่เย็บให้ ทั้งไม่ขวนขวายใช้ผู้อื่นให้เย็บ จริงหรือ” ภิกษุทั้งหลาย ทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทาจึงให้เลาะจีวรของภิกษุณีแล้วไม่เย็บให้ ทั้งไม่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๑๘๙} พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๓. นัคควรรค สิกขาบทที่ ๓ สิกขาบทวิภังค์ ขวนขวายใช้ผู้อื่นเย็บเล่า ภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่ เลื่อมใสให้เลื่อมใส หรือทำคนที่เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได้เลย ฯลฯ” แล้ว จึงรับสั่งให้ภิกษุณีทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้ พระบัญญัติ

Item ๘๙๓

ก็ภิกษุณีใดเลาะหรือใช้ให้เลาะจีวรของภิกษุณีแล้ว ภายหลัง ภิกษุณีนั้นผู้ไม่มีอันตราย ไม่เย็บ ไม่ขวนขวายใชผู้อื่นให้เย็บ พ้น ๔-๕ วัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา จบ สิกขาบทวิภังค์

Item ๘๙๔

คำว่า ก็ ... ใด คือ ผู้ใด ผู้เช่นใด ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ก็ ... ใด คำว่า ภิกษุณี มีอธิบายว่า ชื่อว่าภิกษุณี เพราะเป็นผู้ขอ ฯลฯ นี้ที่พระผู้ มีพระภาคทรงประสงค์เอาว่า ภิกษุณี ในความหมายนี้ คำว่า ของภิกษุณี ได้แก่ ภิกษุณีรูปอื่น ที่ชื่อว่า จีวร ได้แก่ จีวร ๖ ชนิด อย่างใดอย่างหนึ่ง คำว่า เลาะ คือ เลาะด้วยตนเอง คำว่า ใช้ให้เลาะ คือ ใช้ผู้อื่นให้เลาะ @เชิงอรรถ : @ หมายถึงไม่ตกอยู่ในอันตรายอย่างใดอย่างหนึ่งในอันตราย ๑๐ อย่าง คือ (๑) พระราชาเสด็จมา @(๒) โจรมาปล้น (๓) ไฟไหม้ (๔) น้ำหลากมา (๕) คนมามาก (๖) ผีเข้าภิกษุ (๗) สัตว์ร้ายเข้ามาในวัด @(๘) งูเลื้อยเข้ามา (๙) ภิกษุเป็นโรคร้าย (๑๐) เกิดอันตรายแก่พรมหจรรย์ เช่นมีคนมาจับภิกษุณีสึก @(วิ.อ. ๒/๘๙๓-๘๙๔/๕๐๐, ดู วิ.ม. ๔/๑๕๐/๑๕๙) @ “พ้น ๔-๕ วัน” หมายถึงล่วงเลย ๕ วัน นับจากวันที่เลาะจีวรนั้น (สารตฺถ.ฏีกา. ๓/๘๙๓/๑๕๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๑๙๐} พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๓. นัคควรรค สิกขาบทที่ ๓ บทภาชนีย์ คำว่า ภายหลัง ภิกษุณีนั้นผู้ไม่มีอันตราย คือ เมื่อไม่มีอันตราย คำว่า ไม่เย็บ คือ ไม่เย็บด้วยตนเอง คำว่า ไม่ขวนขวายใช้ผู้อื่นให้เย็บ คือ ไม่สั่งผู้อื่น คำว่า พ้น ๔-๕ วัน คือ เก็บไว้ได้ ๔-๕ วัน พอทอดธุระว่า “เราจักไม่เย็บ จักไม่ขวนขวายใช้ผู้อื่นให้เย็บ” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ บทภาชนีย์ ติกปาจิตตีย์

Item ๘๙๕

อุปสัมบัน ภิกษุณีสำคัญว่าเป็นอุปสัมบัน เลาะหรือใช้ให้เลาะจีวร ภายหลังภิกษุณีนั้นผู้ไม่มีอันตราย ไม่เย็บ ทั้งไม่ขวนขวายใช้ผู้อื่นให้เย็บ พ้น ๔-๕ วัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ อุปสัมบัน ภิกษุณีไม่แน่ใจ เลาะหรือใช้ให้เลาะจีวร ภายหลังภิกษุณีนั้นผู้ไม่มี อันตราย ไม่เย็บ ทั้งไม่ขวนขวายใช้ผู้อื่นให้เย็บ พ้น ๔-๕ วัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ อุปสัมบัน ภิกษุณีสำคัญว่าเป็นอนุปสัมบัน เลาะหรือใช้ให้เลาะจีวร ภายหลัง ภิกษุณีนั้นผู้ไม่มีอันตราย ไม่เย็บ ทั้งไม่ขวนขวายใช้ผู้อื่นให้เย็บ พ้น ๔-๕ วัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกกฏ ภิกษุณีเลาะหรือใช้ให้เลาะบริขารอย่างอื่น ภายหลังภิกษุณีนั้นผู้ไม่มีอันตราย ไม่เย็บ ทั้งไม่ขวนขวายใช้ผู้อื่นให้เย็บ พ้น ๔-๕ วัน ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุณีเลาะหรือใช้ให้เลาะจีวรหรือบริขารอย่างอื่นของอนุปสัมบัน ภายหลัง ภิกษุณีนั้นผู้ไม่มีอันตราย ไม่เย็บ ทั้งไม่ขวนขวายใช้ผู้อื่นให้เย็บ พ้น ๔-๕ วัน ต้องอาบัติทุกกฏ อนุปสัมบัน ภิกษุณีสำคัญว่าเป็นอุปสัมบัน ต้องอาบัติทุกกฏ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๑๙๑} พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๓. นัคควรรค สิกขาบทที่ ๓ อนาปัตติวาร อนุปสัมบัน ภิกษุณีไม่แน่ใจ ต้องอาบัติทุกกฏ อนุปสัมบัน ภิกษุณีสำคัญว่าเป็นอนุปสัมบัน ต้องอาบัติทุกกฏ อนาปัตติวาร ภิกษุณีต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

Item ๘๙๖

๑. ภิกษุณีไม่เย็บในเมื่อมีอันตราย ๒. ภิกษุณีแสวงหาแล้วไม่ได้ ๓. ภิกษุณีกำลังทำการเย็บ พ้น ๔-๕ วัน ๔. ภิกษุณีผู้เป็นไข้ ๕. ภิกษุณีผู้มีเหตุขัดข้อง ๖. ภิกษุณีวิกลจริต ๗. ภิกษุณีต้นบัญญัติ สิกขาบทที่ ๓ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๑๙๒}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้