สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
ตุวฏฺฏวคฺคสฺส จตุตฺถสิกฺขาปทํ
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทาไม่ช่วยเหลือสหชีวินีผู้ได้รับความ ลำบาก ทั้งไม่ขวนขวายให้ผู้อื่นช่วยเหลือ. บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทา จึงไม่ช่วยเหลือสหชีวินีผู้ได้รับความลำบาก ทั้งไม่ขวนขวายให้ผู้อื่นช่วยเหลือเล่า. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีถุลลนันทาไม่ ช่วยเหลือสหชีวินีผู้ได้รับความลำบาก ทั้งไม่ขวนขวายให้ผู้อื่นช่วยเหลือ จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทา จึงได้ ไม่ช่วยเหลือสหชีวินีผู้ได้รับความลำบาก ทั้งไม่ขวนขวายให้ผู้อื่นช่วยเหลือเล่า การกระทำของนาง นั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๘๙. ๔. อนึ่ง ภิกษุณีใด ไม่ช่วยเหลือ ไม่ขวนขวายเพื่อให้ผู้อื่นช่วยเหลือ ซึ่ง สหชีวินีผู้ได้รับความลำบาก เป็นปาจิตตีย์. เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา จบ. สิกขาบทวิภังค์
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข สมเยน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ทุกฺขิตํ สหชีวินึ เนว อุปฏฺเฐติ น อุปฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรติ ฯ ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา ทุกฺขิตํ สหชีวินึ เนว อุปฏฺเฐสฺสติ น อุปฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กริสฺสตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ทุกฺขิตํ สหชีวินึ เนว อุปฏฺเฐติ น อุปฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ {๒๖๙.๑} วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ทุกฺขิตํ สหชีวินึ เนว อุปฏฺเฐสฺสติ น อุปฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กริสฺสติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๒๖๙.๒} ยา ปน ภิกฺขุนี ทุกฺขิตํ สหชีวินึ เนว อุปฏฺเฐยฺย น อุปฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กเรยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. ที่ชื่อว่า ผู้ได้รับความลำบาก ได้แก่ ที่เรียกกันว่าผู้ป่วยไข้. ที่ชื่อว่า สหชีวินี ได้แก่ ภิกษุณีที่เรียกกันว่าสัทธิวิหารินี. บทว่า ไม่ช่วยเหลือ คือ ไม่ดูแลด้วยตนเอง. บทว่า ไม่ขวนขวายเพื่อให้ผู้อื่นช่วยเหลือ คือ ไม่ใช้ผู้อื่น. พอทอดธุระว่าจักไม่ช่วยเหลือ จักไม่ขวนขวายเพื่อให้ผู้อื่นช่วยเหลือดังนี้ ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์. ไม่ช่วยเหลือ ไม่ขวนขวายเพื่อให้ผู้อื่นช่วยเหลือ ซึ่งอันเตวาสินีก็ดี อนุปสัมบันก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร
ยา ปนาติ ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ ฯ ทุกฺขิตา นาม คิลานา วุจฺจติ ฯ สหชีวินี นาม สทฺธิวิหารินี วุจฺจติ ฯ เนว อุปฏฺเฐยฺยาติ น สยํ อุปฏฺเฐยฺย ฯ น อุปฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กเรยฺยาติ น อญฺญํ อาณาเปยฺย ฯ เนว อุปฏฺเฐสฺสามิ น อุปฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กริสฺสามีติ ธุรํ นิกฺขิตฺตมตฺเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อนฺเตวาสินึ วา อนุปสมฺปนฺนํ วา เนว อุปฏฺเฐติ น อุปฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ในเมื่ออันตรายมี ๑ แสวงหาแล้วไม่ได้ ๑ อาพาธ ๑ มีเหตุขัดข้อง ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๔ จบ. -----------------------------------------------------
อนาปตฺติ สติ อนฺตราเย ปริเยสิตฺวา น ลภติ คิลานาย อาปทาสุ อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ ---------