This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

๔. ปารายนานุคีติคาถา

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation19 items1 editions

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส [ปารายนวรรค] ๔. ปารายนานุคีติคาถา ๔. ปารายนานุคีติคาถา ว่าด้วยเพลงขับตามธรรมเป็นเหตุให้ถึงฝั่ง

๑๕๖

(พระปิงคิยเถระกล่าวแก่พราหมณ์พาวรีท่ามกลางชุมชน ดังนี้) อาตมภาพจักกล่าวบทขับที่เป็นเหตุให้ถึงฝั่ง ตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ พระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้ปราศจากมลทิน มีพระปัญญาดุจภูริ ปราศจากกาม ทรงไร้กิเลสดังป่า ผู้เป็นนาคะ ทรงเห็นอย่างใด ก็ตรัสอย่างนั้น จะพึงกล่าวคำเท็จเพราะเหตุแห่งอะไรเล่า (๑)

๑๕๗

(พระปิงคิยเถระกล่าวว่า) อาตมภาพจักกล่าวถ้อยคำ ที่ประกอบด้วยการสรรเสริญพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงละมลทินและโมหะได้แล้ว ผู้ทรงละความถือตัวและความลบหลู่ได้ ณ บัดนี้ (๒)

๑๕๘

(พระปิงคิยเถระกล่าวว่า) ท่านพราหมณาจารย์ พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้กำจัดความมืด มีสมันตจักขุ ทรงถึงที่สุดโลก ทรงล่วงภพได้ทั้งหมด ไม่มีอาสวะ ทรงละทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ทรงมีชื่อตามความจริง อาตมภาพได้เข้าเฝ้ามาแล้ว (๓) @เชิงอรรถ : @ ดูคำอธิบายในหน้า ๓๔๖-๓๙๒ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๐ หน้า : ๓๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส [ปารายนวรรค] ๔. ปารายนานุคีติคาถา

๑๕๙

(พระปิงคิยเถระกล่าวว่า) ทิชะ(นก)พึงละป่าเล็กแล้วมาอาศัยป่าใหญ่ ที่มีผลไม้มากฉันใด อาตมภาพก็ฉันนั้น ละคณาจารย์ผู้มีทรรศนะแคบ ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค เหมือนหงส์โผลงสู่สระใหญ่ (๔)

๑๖๐

(พระปิงคิยเถระกล่าวว่า) ก่อนแต่ศาสนาของพระโคดม อาจารย์เจ้าลัทธิเหล่าใดเคยพยากรณ์แก่อาตมภาพว่า เหตุนี้ได้เป็นมาแล้วอย่างนี้ จักเป็นอย่างนี้ คำพยากรณ์ทั้งหมดนั้นเป็นคำที่เชื่อสืบต่อกันมา คำพยากรณ์ทั้งหมดนั้นมีแต่จะทำให้ตรึกไปต่างๆ (๕)

๑๖๑

(พระปิงคิยเถระกล่าวว่า) พระโคดมทรงเป็นเอกบุรุษ ประทับนั่งทำลายความมืดอยู่ ทรงรุ่งเรือง ทรงแผ่รัศมี พระโคดมผู้มีพระญาณดุจภูริ พระโคดมผู้มีพระปัญญาดุจภูริ (๖)

๑๖๒

(พระปิงคิยเถระกล่าวว่า) ธรรมใดไม่มีอะไรๆ ที่ไหนเปรียบได้ พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดทรงแสดงธรรม ที่บุคคลเห็นได้เอง ไม่ขึ้นกับกาลเวลา เป็นที่สิ้นตัณหา ไม่มีอันตรายแก่อาตมภาพ (๗)

๑๖๓

(พราหมณ์พาวรีกล่าวว่า) ท่านปิงคิยะ เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงอยู่ปราศจากพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น พระโคดมผู้มีพระญาณดุจภูริ พระโคดมผู้มีพระปัญญาดุจภูริ สิ้นกาลชั่วครู่ (๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๐ หน้า : ๓๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส [ปารายนวรรค] ๔. ปารายนานุคีติคาถา

๑๖๔

(พราหมณ์พาวรีกล่าวว่า) ธรรมใดไม่มีอะไรๆ ที่ไหนเปรียบได้ พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดทรงแสดงธรรม ที่บุคคลเห็นได้เอง ไม่ขึ้นกับกาลเวลา เป็นที่สิ้นตัณหา ไม่มีอันตรายแก่ท่าน (๙)

๑๖๕

(พระปิงคิยเถระกล่าวว่า) ท่านพราหมณ์ อาตมภาพมิได้อยู่ปราศจาก พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น พระโคดมผู้มีพระญาณดุจภูริ พระโคดมผู้มีพระปัญญาดุจภูริ สิ้นกาลชั่วครู่ (๑๐)

๑๖๖

(พระปิงคิยเถระกล่าวว่า) ธรรมใดไม่มีอะไรๆ ที่ไหนเปรียบได้ พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดทรงแสดงธรรม ที่บุคคลเห็นได้เอง ไม่ขึ้นกับกาลเวลา เป็นที่สิ้นตัณหา ไม่มีอันตรายแก่อาตมภาพ (๑๑)

๑๖๗

(พระปิงคิยเถระกล่าวว่า) ท่านพราหมณ์ อาตมภาพไม่ประมาท ทั้งกลางคืนและกลางวัน ย่อมเห็นพระโคดมพุทธเจ้า พระองค์นั้นด้วยใจ เหมือนเห็นด้วยตา อาตมภาพนอบน้อมพระองค์อยู่ตลอดราตรี อาตมภาพเข้าใจความไม่อยู่ปราศจากพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น (๑๒)

๑๖๘

(พระปิงคิยเถระกล่าวว่า) ธรรมเหล่านี้ คือ สัทธา ปีติ มนะ และสติ ย่อมไม่หายไปจากศาสนาของพระโคดมพุทธเจ้า พระโคดมผู้มีพระปัญญาดุจภูริเสด็จไปสู่ทิศใดๆ อาตมภาพเป็นผู้น้อมไปทางทิศนั้นๆ นั่นแล (๑๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๐ หน้า : ๔๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส [ปารายนวรรค] ๔. ปารายนานุคีติคาถา

๑๖๙

(พระปิงคิยเถระกล่าวว่า) อาตมภาพชราแล้ว มีกำลังและเรี่ยวแรงน้อย เพราะเหตุนั้นแล ร่างกายจึงไปในสถานที่ ที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ไม่ได้ แต่อาตมภาพไปเฝ้าพระองค์เป็นนิจ โดยการไปด้วยความดำริ ท่านพราหมณ์ เพราะว่าใจของอาตมภาพเกาะเกี่ยวอยู่กับสถานที่ ที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่นั้น (๑๔)

๑๗๐

(พระปิงคิยเถระกล่าวว่า) อาตมภาพนอนดิ้นรนอยู่ในเปือกตม ลอยจากเกาะหนึ่งไปสู่เกาะหนึ่ง ครั้นต่อมา อาตมภาพได้เฝ้าพระสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงข้ามโอฆะได้แล้ว ไม่มีอาสวะ (๑๕)

๑๗๑

(พระผู้มีพระภาคเสด็จมาตรัสว่า) วักกลิ ภัทราวุธ และอาฬวิโคดม เป็นผู้มีศรัทธาอันน้อมไปแล้ว ฉันใด แม้เธอก็จงเปิดเผยศรัทธา ฉันนั้นเหมือนกัน ปิงคิยะ เธอจักถึงฝั่งโน้น(ฝั่งตรงข้าม)แห่งบ่วงมัจจุราช (๑๖)

๑๗๒

(พระปิงคิยเถระกราบทูลว่า) ข้าพระองค์นี้ฟังพระดำรัสของพระมุนีแล้ว เลื่อมใสอย่างยิ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีเครื่องปิดบังอันเปิดแล้ว ไม่มีกิเลสดุจตะปูตรึงจิต ทรงมีปฏิภาณ (๑๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๐ หน้า : ๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส [ปารายนวรรค] ๔. ปารายนานุคีติคาถา

๑๗๓

(พระปิงคิยเถระกราบทูลว่า) พระผู้มีพระภาคทรงรู้ชัดอธิเทพ ทรงรู้ธรรมของพระองค์และของคนอื่นทั้งปวง เป็นพระศาสดาผู้กระทำส่วนสุดแห่งปัญหาทั้งหลาย เพื่อเหล่าชนผู้มีความสงสัย ให้กลับรู้ได้ (๑๘)

๑๗๔

(พระปิงคิยเถระกราบทูลว่า) สภาวะใดไม่มีอะไรๆ ที่ไหนเปรียบได้ สภาวะนั้นอันอะไรนำไปมิได้ ไม่กำเริบ ข้าพระองค์จักถึงสภาวะนั้นแน่แท้ ความสงสัยในสภาวะนั้นไม่มีแก่ข้าพระองค์ ขอพระองค์โปรดทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นผู้มีจิตน้อมไปในสภาวะนั้นแล้ว ด้วยประการฉะนี้แล (๑๙) ปารายนานุคีติคาถา จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๐ หน้า : ๔๒}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๔. ปารายนานุคีติคาถา