This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation54 items1 editions

๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระชตุกัณณิกเถระ (พระชตุกัณณิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๒๗๖

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นบุตรเศรษฐีอยู่ในกรุงหงสวดี เพียบพร้อมห้อมล้อมอยู่ด้วยกามคุณทั้งหลาย

๒๗๗

ลำดับนั้น ข้าพเจ้าขึ้นสู่ปราสาท ใช้สอยโภคสมบัติมากมาย แวดล้อมด้วยการฟ้อนรำขับร้องอยู่ในปราสาทนั้น ในครั้งนั้น

๒๗๘

นักดนตรีมีเครื่องประโคมอย่างดีมาประโคมให้ข้าพเจ้า หญิงทั้งปวงยั่วยวน ทำใจของข้าพเจ้าให้ลุ่มหลง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๙๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน

๒๗๙

พวกนางเจลาวกา พวกนางวามนิกา พวกนางมัชฌิตา พร้อมด้วยนางกุญชวาสี พวกนางลังฆิกา และพวกนางโสกัชฌายี ต่างแวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ

๒๘๐

คนตีฉิ่ง คนตีกลอง นักฟ้อน นักรำ ตัวละครและพวกนาฏศิลป์จำนวนมาก แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ

๒๘๑

ช่างกัลบก คนจัดแจงเครื่องอาบน้ำ พ่อครัว ช่างร้อยดอกไม้ คนทิ้งมูล(คนทิ้งอุจจาระ) นักกายกรรมและนักมวยเหล่านั้น ทั้งหมดแวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ

๒๘๒

เมื่อคนเหล่านั้นเล่นอยู่ เมื่อข้าพเจ้าชื่นชมการบำเรอที่คนเหล่านั้นทำ ข้าพเจ้าย่อมไม่รู้วันและคืน เปรียบเหมือนพระอินทร์ในเมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

๒๘๓

คนเดินทาง คนกำพร้า คนขอทาน นักสืบ จำนวนมาก เข้ามาขอข้าพเจ้าจนถึงเรือนเป็นนิตย์

๒๘๔

สมณะและพราหมณ์ทั้งหลายผู้เป็นเนื้อนาบุญอย่างยอดเยี่ยม เมื่อจะให้ข้าพเจ้าเจริญบุญ มาจนถึงเรือนข้าพเจ้า

๒๘๕

พวกนิครนถ์นุ่งผ้า ใช้มูลไถทา ใช้ดอกไม้กรองนุ่ง ถือไม้ ๓ อัน ไว้ผมหนึ่งปอย มาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๒๘๖

พวกอาชีวก พวกโจรปล้น พวกประพฤติวัตรเหมือนโค พวกประพฤติเทวธรรม พวกคนทิ้งขยะเหล่านั้นต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๙๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน

๒๘๗

พวกนักสวด พวกรักสิทธิ (เสรีภาพ) พวกโกธปุคคนิกะ พวกบำเพ็ญตบะ และพวกฤๅษีเที่ยวอยู่ป่าจำนวนมาก ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๒๘๘

ชาวแคว้นอันธกะ (โอฑฑกะ) ชาวทมิฬ ชาวสากุฬะ ชาวมะละยาฬกะ ชาวสะวะระ และชาวโยนก ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๒๘๙

ชาวแคว้นอันธกะ พวกสมณะโล้นทั้งหมด ชาวกุฏฐละ ชาวสานุวินทกะ ชาวอาฬวีจีนรัฐ ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๒๙๐

ชาวอลสันทกะ ชาวปัลลวกะ ชาวปัพพตะ ชาวนัคคมารุหะ ชาวพาหิกะ และชาวแคว้นเจตปุตตะ ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๒๙๑

ชาวแคว้นมธุระ ชาวแคว้นโกศล ชาวแคว้นกาสี ชาวหัตถิบุรี ชาวแคว้นอิสินทะ ชาวแคว้นมักกละ ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๒๙๒

ชาวเจลาวกะ ชาวอารัมพะ ชาวโอภาสะ ชาวเมฆละ ชาวขุททกะ ชาวสุททกะ จำนวนมาก ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๒๙๓

ชาวโรหกชนบท ชาวลุ่มแม่น้ำสินธุ ชาวจิตกา ชาวเอกกัณณิกนิคม ชาวสุรัฏฐา และชาวอปรันตชนบท ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๒๙๔

ชาวสุปปารกะ ชาวกุมาร (ชาวมะละกา) ชาวมะลัยชนบท ชาวสุวรรณภูมิ และชาววัชชี เหล่านั้นทั้งหมด ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๙๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน

๒๙๕

ช่างสาน ช่างหูก ช่างหนัง ช่างถาก คนงาน และช่างหม้อ ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๒๙๖

ช่างแก้ว ช่างเหล็ก ช่างทอง ช่างเย็บผ้า และช่างดีบุกเหล่านั้นทั้งหมด ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๒๙๗

ช่างศร ช่างกลึง คนส่งของ ช่างปรุงของหอม ช่างย้อม และช่างชุน ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๒๙๘

พวกคนขายน้ำมัน คนหาบฟืน คนหาบน้ำ คนรับใช้ คนหุงต้ม คนตักน้ำ ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๒๙๙

พวกคนเฝ้าประตู ทหาร ช่างร้อยดอกไม้ คนทิ้งขยะดอกไม้ ควาญช้าง คนเลี้ยงช้าง ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

๓๐๐

ข้าพเจ้าได้ทูลถวายของทุกอย่าง แก่พระราชาพระนามว่าอานันทะ ผู้พร้อมเพรียง ข้าพเจ้าทำความพร่องให้เต็มด้วยรัตนะ ๗ สี

๓๐๑

ข้าพเจ้ารู้จิตของชนจำนวนมากมีวรรณะต่างกัน ที่ข้าพเจ้ายกย่องทั้งหมดให้พึงพอใจแม้ด้วยรัตนะ

๓๐๒

เมื่อดนตรีมีเสียงไพเราะบรรเลงอยู่ เมื่อกลองดังก้องอยู่ เมื่อสังข์เขาเป่าอยู่ ข้าพเจ้ารื่นรมย์อยู่ในเรือนของตน

๓๐๓

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ พร้อมด้วยภิกษุขีณาสพจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ รูป {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๙๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน

๓๐๔

พระองค์ ผู้มีจักษุพร้อมด้วยภิกษุทั้งหลาย เสด็จดำเนินไปตามถนน ทรงทำทิศทั้งปวงให้สว่างโชติช่วง เหมือนต้นพฤกษาประทีป

๓๐๕

เมื่อพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกกำลังเสด็จดำเนินไป กลองทั้งปวงยังดังก้องอยู่ รัศมีของพระองค์พวยพุ่งดุจดวงอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น

๓๐๖

ขณะนั้น แสงสว่างจ้าส่องเข้าไปภายในเรือนของข้าพเจ้า ด้วยพระรัศมีที่ส่องเข้าไปทางช่องหน้าต่าง

๓๐๗

ข้าพเจ้าเห็นพระรัศมีของพระพุทธเจ้าแล้ว ได้กล่าวกับพวกบริวารว่า พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดเสด็จมาถึงถนนนี้แน่แล้ว

๓๐๘

ข้าพเจ้ารีบลงจากปราสาทแล้ว ได้ไปยังระหว่างทาง ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้กราบทูลคำนี้ว่า

๓๐๙

ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ โปรดทรงอนุเคราะห์ข้าพระองค์ด้วยเถิด พระมุนีพระองค์นั้นพร้อมด้วยพระอรหันต์ ๑๐๐,๐๐๐ องค์ ทรงรับนิมนต์

๓๑๐

ครั้นข้าพเจ้านิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้นำเสด็จพระองค์มายังเรือนของตน อังคาสพระมหามุนีให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำในเรือนนั้น

๓๑๑

ข้าพเจ้ารู้เวลาที่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ผู้คงที่ กำลังเสวย ได้บำรุงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ด้วยการขับร้องและดนตรี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๙๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน

๓๑๒

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งอยู่ภายในเรือน ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

๓๑๓

เราจักพยากรณ์ผู้ที่บำรุงเราด้วยดนตรี และได้ถวายข้าวน้ำแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

๓๑๔

คนผู้นี้จักเป็นผู้มีอาหารมาก มีเงิน มีโภชนะ ครองเอกราชในทวีปทั้ง ๔

๓๑๕

จักสมาทานศีล ๕ ยินดีในกรรมบถ ๑๐ ครั้นสมาทานแล้ว ก็ประพฤติ ให้บริวารศึกษาด้วย

๓๑๖

เครื่องดนตรี ๑๐๐,๐๐๐ ชิ้น กลองที่ประดับตกแต่งสวยงาม จักบรรเลงให้ผู้นี้อยู่เป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการบำรุง

๓๑๗

ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป จักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติตลอด ๖๔ ชาติ

๓๑๘

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๔ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

๓๑๙

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

๓๒๐

ผู้นี้เกิดในกำเนิดใด คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้น เขาจักเกิดเป็นมนุษย์มีโภคะไม่บกพร่อง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๙๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน

๓๒๑

จักเป็นผู้คงแก่เรียน จบไตรเพท เที่ยวแสวงหาประโยชน์อย่างสูงสุดอยู่ทั่วแผ่นดินนี้

๓๒๒

และภายหลัง เขาถูกกุศลมูลตักเตือนออกบวชแล้ว จักยินดียิ่งในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม

๓๒๓

ผู้นี้จักให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐทรงพอพระทัย เผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว จักเป็นพระอรหันต์

๓๒๔

วันนี้ ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่ครั่นคร้ามอยู่ ในศาสนาของพระศากยะผู้ประเสริฐ ดุจพญาเสือโคร่งและราชสีห์ พญาเนื้อในป่าใหญ่

๓๒๕

ข้าพเจ้าไม่เห็นการบังเกิดของข้าพเจ้าในตระกูลที่ขัดสน หรือยากจนในเทวโลก หรือในมนุษยโลก นี้เป็นผลแห่งการบำรุง

๓๒๖

ข้าพเจ้าเป็นผู้ขวนขวายในวิเวก สงบระงับ ไม่มีอุปธิ ตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๓๒๗

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๓๒๘

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๙๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๑๐. อุเทนเถราปทาน

๓๒๙

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระชตุกัณณิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ชตุกัณณิกเถราปทานที่ ๙ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน