๑. อุปาลิเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๑. อุปาลิเถราปทาน ๕. อุปาลิวรรค หมวดว่าด้วยพระอุบาลีเป็นต้น ๑. อุปาลิเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอุบาลีเถระ (พระอุบาลีเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีพระขีณาสพ ๑,๐๐๐ องค์แวดล้อม พระองค์ผู้ขวนขวายวิเวก จึงเสด็จไปเพื่อหลีกเร้น
ข้าพเจ้านุ่งห่มหนังสัตว์ ถือไม้เท้า ๓ ง่ามเที่ยวไป ได้พบพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีหมู่ภิกษุห้อมล้อม
ข้าพเจ้าจึงทำหนังสัตว์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลีไว้เหนือเศียรเกล้า ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วชมเชยพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า
สัตว์ทั้งหลายที่เกิดในไข่ เกิดในเถ้าไคล เกิดผุดขึ้น เกิดในครรภ์ และนกมีกาเป็นต้นทั้งหมด ได้เที่ยวไปในอากาศทุกเมื่อ ฉันใด
สัตว์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีสัญญาก็ตาม ไม่มีสัญญาก็ตาม สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดก็ฉันนั้น ย่อมเข้าไปปรากฏภายในพระญาณของพระองค์
อนึ่ง กลิ่นหอมเหล่าใดมีอยู่ที่ภูเขา ณ ภูเขาหิมพานต์ซึ่งเป็นภูเขาสูงสุด กลิ่นหอมเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมไม่ควรแม้ส่วนเสี้ยวในศีลของพระองค์เลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๖๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๑. อุปาลิเถราปทาน
โลกนี้พร้อมทั้งเทวโลกแล่นเข้าไปสู่ความมืดคือโมหะ เมื่อพระญาณของพระองค์ส่องแสงโชติช่วงอยู่ ความมืดก็ถูกกำจัดไป
เมื่อดวงอาทิตย์อัสดงคตแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ตกอยู่ในความมืด ฉันใด เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติขึ้น สัตว์โลกก็ตกอยู่ในความมืด ฉันนั้น
ดวงอาทิตย์เมื่ออุทัยขึ้น ย่อมขจัดความมืดได้ทุกเมื่อ ฉันใด ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด พระองค์ก็ทรงขจัดความมืดได้ทุกเมื่อ ฉันนั้น
พระองค์ทรงมีพระทัยเด็ดเดี่ยวเพื่อบำเพ็ญเพียร ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ทรงทำหมู่ชนจำนวนมากให้ยินดี ด้วยการปรารภการกระทำของพระองค์
พระผู้มีพระภาคผู้มหามุนีพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เป็นนักปราชญ์ ทรงสดับคำนั้นแล้ว ทรงอนุโมทนาแล้ว เสด็จเหาะไปในท้องฟ้า เหมือนพญาหงส์โผบินไปในท้องฟ้า ฉะนั้น
พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่พระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จเหาะขึ้นไปประทับอยู่ในอากาศได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราจักพยากรณ์ผู้ที่ชมเชยญาณ ซึ่งประกอบด้วยข้ออุปมาทั้งหลายนี้ ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
เขาจักเป็นเทวราช ๑๘ ชาติ จักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๓๐๐ ชาติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๖๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๑. อุปาลิเถราปทาน
เขาจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๕ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ นับชาติไม่ถ้วน
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว จักเป็นคนต่ำต้อยโดยชาติกำเนิด ชื่อว่าอุบาลี
ภายหลัง เขาบวชแล้ว คลายบาปได้ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
อนึ่ง พระโคดมพุทธเจ้าผู้ศากยบุตร มีพระยศยิ่งใหญ่ ทรงยินดีแล้ว จักตั้งเขาไว้ในเอตทัคคะว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญทางพระวินัย
ข้าพเจ้าบวชด้วยศรัทธา ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงอนุเคราะห์ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในทางพระวินัย และปรารภกรรมของตนอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
ข้าพเจ้าสำรวมในพระปาติโมกข์และในอินทรีย์ ๕ ทรงพระวินัยทั้งหมด ซึ่งเป็นบ่อเกิดรัตนะทั้งมวลไว้
พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบคุณสมบัติของข้าพเจ้า ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ทรงแต่งตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๖๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอุบาลีเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อุปาลิเถราปทานที่ ๑ จบ