๑๐. จุนทเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๑๐. จุนทเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระจุนทเถระ (พระจุนทเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าให้ทำวัตถุควรบูชา แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่ แล้วใช้ดอกมะลิปกปิดไว้
ข้าพเจ้าให้ทำดอกไม้นั้นเสร็จแล้ว น้อมเข้าไปถวายพระพุทธเจ้า และได้ประคองดอกไม้ที่เหลือบูชาพระพุทธเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๑๐. จุนทเถราปทาน
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี นำดอกไม้ซึ่งเป็นวัตถุควรบูชา ไปบูชาพระพุทธเจ้าผู้เช่นกับทองคำมีค่า ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงข้ามความสงสัยได้แล้ว มีพระขีณาสพแวดล้อม ผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราจักพยากรณ์ผู้ที่ถวายดอกไม้ซึ่งเป็นวัตถุควรบูชา ส่งกลิ่นทิพย์หอมฟุ้งแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
บุคคลผู้นี้จุติจากโลกนี้แล้วจักไปเกิดยังเทวโลก มีหมู่เทวดาแวดล้อม มีดอกมะลิโปรยปราย
เขาจักมีภพที่สูงและวิมาน ที่สำเร็จด้วยทองคำและแก้วมณี ที่เกิดด้วยบุญกรรมปรากฏขึ้น
เขาจักครองเทวสมบัติ มีเหล่านางเทพอัปสรแวดล้อม ได้เสวยสมบัติอยู่ ๗๔ ชาติ
เขาจักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๓๐๐ ชาติ และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ
จักเป็นใหญ่กว่ามนุษย์มีนามว่าทุชชัย เสวยบุญนั้น ประกอบด้วยกรรมของตน @เชิงอรรถ : @ โอฆะ หมายถึงกิเลสดุจห้วงน้ำท่วมทับสัตว์ให้พินาศมี ๔ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ และอวิชชา @(ขุ.อป.อ. ๒/๑๒๘/๙๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๑๐. จุนทเถราปทาน
จักไม่ตกวินิบาตนรก ไปเกิดเป็นมนุษย์ เขามีเงินที่สั่งสมไว้ตั้งร้อยโกฏิมิใช่น้อย
เขาจักบังเกิดในกำเนิด(มนุษย์)เป็นพราหมณ์ มีการศึกษามีปัญญาเป็นบุตรสุดที่รักของวังคันตพราหมณ์ กับนางสารีพราหมณี
และภายหลังเขาจักบวช ในศาสนาของพระอังคีรสพุทธเจ้า มีนามว่าจุนทะ เป็นสาวกของพระศาสดา
เขาจักได้เป็นพระขีณาสพ(สิ้นอาสวกิเลส) ขณะเป็นสามเณรทีเดียว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
ข้าพเจ้าได้บำรุงพระผู้มีพระภาคผู้ทรงมีความเพียรมาก และสาวกอื่นๆ ผู้มีศีลเป็นที่รักจำนวนมาก และบำรุงพระเถระ(สารีบุตร)ผู้เป็นพี่ชายของข้าพเจ้า เพื่อบรรลุประโยชน์สูงสุด
ข้าพเจ้าครั้นบำรุงพี่ชายของข้าพเจ้าแล้ว ได้เก็บพระธาตุใส่ไว้ในบาตร น้อมเข้าไปถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน
พระพุทธเจ้าทรงประคองพระธาตุด้วยพระหัตถ์ทั้ง ๒ เมื่อจะทรงทำพระธาตุนั้นให้ปรากฏในโลกพร้อมทั้งเทวโลก จึงทรงประกาศว่าเป็นพระธาตุอัครสาวก(พระสารีบุตรเถระ)
จิตของข้าพเจ้าหลุดพ้นอย่างวิเศษแล้ว และศรัทธาของข้าพเจ้าก็มั่นคงแล้ว ข้าพเจ้ากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระจุนทเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ จุนทเถราปทานที่ ๑๐ จบ อุปาลิวรรคที่ ๕ จบบริบูรณ์ รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อุปาลีเถราปทาน ๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน ๕. ปัญจหัตถิยเถราปทาน ๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน ๗. สยนทายกเถราปทาน ๘. จังกมทายกเถราปทาน ๙. สุภัททเถราปทาน ๑๐. จุนทเถราปทาน และมีคาถา ๑๔๔ คาถา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๗}