๗. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๗. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอัญญาโกณฑัญญเถระ (พระอัญญาโกณฑัญญเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าได้พบเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ ผู้ถึงพุทธภูมิแล้ว เป็นครั้งแรก
ยักษ์จำนวนเท่าที่มีทั้งหมด มาประชุมที่ต้นโพธิ์ ประนมมือไหว้แวดล้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เทวดาทั้งหมดนั้นมีใจยินดีเที่ยวไปในอากาศ ป่าวประกาศว่า พระพุทธเจ้าพระองค์นี้ ทรงบรรเทาความมืดมนอนธการ บรรลุ(อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ)
เทวดาเหล่านั้นมีความร่าเริง ป่าวประกาศบันลือลั่นไปว่า พวกเราจักเผากิเลสทั้งหลายให้ได้ ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า @เชิงอรรถ : @ นำโดยวิเศษ หมายถึงนำเวไนยสัตว์ให้ถึงฝั่งนอกแห่งสงสารสาคร ได้แก่ อมตมหานิพพาน @(ขุ.อป.อ. ๑/๕๙๖/๓๖๐) @ พุทธภูมิ หมายถึงภูมิของพระพุทธเจ้า ได้แก่ พระสัพพัญญุตญาณ (ขุ.อป.อ. ๑/๕๙๖/๓๖๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๙๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๗. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน
ข้าพเจ้ารู้จากคำพูดของเหล่าเทวดาที่เปล่งออกมาด้วยวาจา แล้วมีจิตร่าเริง เบิกบาน ได้ถวายภิกษาครั้งแรก
พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้า ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่เทวดา ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราออกบวชได้ ๗ วันแล้ว จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ ภัตตาหารที่ถวายเป็นครั้งแรกนี้ เป็นสิ่งที่ช่วยอัตภาพของเราผู้ประพฤติพรหมจรรย์ให้เป็นไปได้
เราจักพยากรณ์เทพบุตรที่จากสวรรค์ชั้นดุสิตมาในที่นี้ น้อมภิกษาหารเข้ามาถวายแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
เทพบุตรนั้นจักครองเทวสมบัติประมาณ ๓๐,๐๐๐ กัป ครองสวรรค์ชั้นไตรทิพย์ ปกครองเทวดาทั้งปวง
ครั้นจุติจากเทวโลกแล้ว จักไปเกิดเป็นมนุษย์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ครองราชสมบัติในโลกมนุษย์นั้น ๑,๐๐๐ ชาติ
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
เทพบุตรนั้น ครั้นจุติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้ว ไปเกิดเป็นมนุษย์ ออกบวชปฏิบัติอยู่ ๖ ปี
ในปีที่ ๗ พระพุทธเจ้าจักทรงประกาศสัจจะ ภิกษุมีนามว่าโกณฑัญญะ ทำให้แจ้งเป็นองค์แรก
พระโพธิสัตว์ออกผนวช ข้าพเจ้าก็ออกบวชตามบำเพ็ญความเพียรอย่างดี ข้าพเจ้าบวชเป็นบรรพชิต เพื่อต้องการจะเผากิเลสทั้งหลาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๙๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๘. ปิณโฑลภารทวาชเถราปทาน
พระพุทธเจ้าผู้ทรงรู้สิ่งทั้งปวง ในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ได้เสด็จไปยังป่าใหญ่ ทรงลั่นอมตเภรี ด้วยโสดาปัตติมรรคญาณ ที่ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้วนี้
บัดนี้ ข้าพเจ้านั้นได้บรรลุอมตบท สงบ ยอดเยี่ยม กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอัญญาโกณฑัญญเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อัญญาโกณฑัญญเถราปทานที่ ๗ จบ ๘. ปิณโฑลภารทวาชเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปิณโฑลภารทวาชเถระ (พระปิณโฑลภารทวาชเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เป็นพระสยัมภู ทรงเป็นบุคคลผู้เลิศ ประทับอยู่บนภูเขาจิตรกูฏ เบื้องหน้าภูเขาหิมพานต์ @เชิงอรรถ : @ สิ่งทั้งปวง หมายถึงอดีต อนาคต และปัจจุบัน อีกอย่างหนึ่ง หมายถึงเญยยธรรม คือสังขาร วิการ @ลักษณะ นิพพาน และบัญญัติ (ขุ.อป.อ. ๑/๖๑๐/๓๖๑) @ อมตเภรี หมายถึงกลองคืออมตมหานิพพาน (ขุ.อป.อ. ๑/๖๑๐/๓๖๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๙๓}