๑. สกิงสัมมัชชกเถราปทาน
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก สกิงสัมมัชชกวรรคที่ ๔๓ สกิงสัมมัชชกเถราปทานที่ ๑ ว่าด้วยผลแห่งการกวาดลานพระศรีมหาโพธิ
เตจตฺตาฬีโส สกึสมฺมชฺชกวคฺโค ปฐมํ สกึสมฺมชฺชกตฺเถราปทานํ (๔๒๑)
เราได้เห็นไม้แคฝอย ซึ่งเป็นไม้โพธิอันอุดมของพระผู้มีพระภาค พระนามว่าวิปัสสี แล้วยังใจให้เลื่อมใสในไม้โพธินั้น เราหยิบเอา ไม้กวาดมากวาด (ลานโพธิพฤกษ์) อันเป็นที่ตั้งแห่งไม้โพธิในกาล นั้น ครั้นแล้วได้ไหว้ไม้แคฝอยซึ่งเป็นไม้โพธินั้น เรายังจิตให้ เลื่อมใสในไม้โพธินั้น ประนมกรอัญชลีเหนือเศียรเกล้า นมัสการ ไม้โพธินั้นแล้ว กลับไปยังกระท่อม เราเดินนึกถึงไม้โพธิอันอุดมไป ตามหนทางสัญจร งูเหลือมซึ่งมีรูปร่างน่ากลัว มีกำลังมาก รัดเรา กรรมที่เราทำในเวลาใกล้จะตาย ได้ทำให้เรายินดีด้วยผล งูเหลือม กลืนกินร่างของเรา เรารื่นรมย์อยู่ในเทวโลก จิตของเราไม่ขุ่นมัว บริสุทธิ์ขาวสะอาดในกาลทุกเมื่อ ลูกศรคือความโศก ที่เป็นเหตุทำ จิตของเราให้เร่าร้อน เราไม่รู้จักมันเลย เราไม่มีโรคเรื้อน ฝี โรคกลาก ลมบ้าหมู คุดทะราด หิดเปื่อย และหิดด้าน นี้ก็เป็น ผลแห่งการกวาด ความโศก ความเร่าร้อน ไม่มีในหทัยของเรา จิตของเราตรง ไม่วอกแวก นี้เป็นผลแห่งการกวาด เราถึงสมาธิอีก ใจของเราเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ สมาธิที่เราปรารถนาย่อมสำเร็จแก่เรา เราไม่กำหนัดในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ไม่ขัดเคืองใน อารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง และไม่หลงในอารมณ์เป็นที่ตั้ง แห่งความหลง นี้ก็เป็นผลแห่งการกวาด ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งการกวาด เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสกิงสัมมัชชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สกิงสัมมัชชกเถราปทาน.
|๑๑.๑| วิปสฺสิโน ภควโต ปาฏลึ โพธิมุตฺตมํ ทิสฺวาว ตํ ปาทปคฺคํ ตตฺถ จิตฺตํ ปสาทยึ ฯ |๑๑.๒| สมฺมชฺชนึ คเหตฺวาน โพธึ สมฺมชฺชิ ตาวเท สมฺมชฺชิตฺวาน ตํ โพธึ อวนฺทึ ปาฏลึ อหํ ฯ |๑๑.๓| ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สิเร กตฺวาน อญฺชลึ นมสฺสมาโน ตํ โพธึ คญฺฉึ ปฏิกุฏึ อหํ ฯ |๑๑.๔| จาริมคฺเคน คจฺฉามิ สรนฺโต โพธิมุตฺตมํ อชคโร มํ ปีเฬติ โฆรรูโป มหพฺพโล ฯ |๑๑.๕| อาสนฺเน เม กตํ กมฺมํ ผเลน โตสยี มมํ กเลวรํ เม คิลติ เทวโลเก รมามหํ ฯ |๑๑.๖| อนาวิลํ มม จิตฺตํ วิสุทฺธํ ปณฺฑรํ สทา โสกสลฺลํ น ชานามิ จิตฺตสนฺตาปนํ มม ฯ |๑๑.๗| กุฏฺฐํ คณฺโฑ กิลาโส จ อปมาโร วิตจฺฉิกา ททฺทุ กณฺฑุ จ เม นตฺถิ ผลํ สมฺมชฺชนายิทํ ฯ |๑๑.๘| โสโก จ ปริฬาโห จ หทเย เม น วิชฺชติ อภนฺตํ อุชุกํ จิตฺตํ ผลํ สมฺมชฺชนายิทํ ฯ |๑๑.๙| สมาธึ ปุน ปชฺชามิ วิสุทฺธํ โหติ มานสํ ยํ ยํ สมาธึ อิจฺฉามิ โส โส สมฺปชฺชเต มม ฯ |๑๑.๑๐| รชนีเย น รชฺชามิ อโถ โทสนิเยสุ จ โมหนีเย น มุยฺหามิ ผลํ สมฺมชฺชนายิทํ ฯ |๑๑.๑๑| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลํ สมฺมชฺชนายิทํ ฯ |๑๑.๑๒| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๑.๑๓| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๑.๑๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สกึสมฺมชฺชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สกึสมฺมชฺชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ