๘. โลมสติยเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๘. โลมสติยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระโลมสติยเถระ (พระโลมสติยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในภัทรกัป นี้ พระชินเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์ มีพระยศยิ่งใหญ่ พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าและสหายชื่อจันทนะ บรรพชาในศาสนาแล้ว ได้บำเพ็ญกิจในศาสนาจนตลอดชีวิต
ข้าพเจ้าทั้ง ๒ จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต @เชิงอรรถ : @ กัปมี ๔ คือ (๑) กัปที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นองค์เดียว ชื่อว่าสารกัป (๒) กัปที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ๒ @หรือ ๓ องค์ ชื่อว่าวรกัป (๓) กัปที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ๔ องค์ ชื่อว่ามัณฑกัป (๔) กัปที่มีพระ @พุทธเจ้าอุบัติขึ้น ๕ องค์ ชื่อว่าภัทรกัป ในภัทรกัปนี้มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ๕ องค์ คือ พระกกุสันธ @พุทธเจ้า พระโกนาคมนพุทธเจ้า พระกัสสปพุทธเจ้า พระโคดมพุทธเจ้า พระเมตเตยยพุทธเจ้า @(ขุ.อป.อ. ๒/๒๒๕/๓๓๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๒๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๘. โลมสติยเถราปทาน ข่มเทพบุตรที่เหลือในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้น ด้วยการฟ้อน การขับร้อง การประโคม
และด้วยองค์ ๑๐ มีรูปเป็นต้นอันเป็นทิพย์ เสวยความสุขเป็นอันมากอยู่จนตลอดอายุ
จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นแล้ว จันทเทพบุตรได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ส่วนข้าพเจ้าได้เกิดเป็นโอรสของเจ้าศากยะในกรุงกบิลพัสดุ์
ในคราวที่พระศาสดาทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ซึ่งพระอุทายีเถระทูลเชิญเสด็จถึงกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อทรงอนุเคราะห์เจ้าศากยะ
ครั้งนั้น พวกเจ้าศากยะมีมานะจัด ไม่รู้คุณของพระพุทธเจ้า เป็นคนกระด้างเพราะชาติตระกูล ไม่เอื้อเฟื้อ ไม่นอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระชินเจ้าทรงทราบความดำริ ของเจ้าศากยะเหล่านั้น จึงได้เสด็จจงกรมในอากาศ เหมือนเมฆฝนตกลง และเหมือนเปลวไฟที่ลุกโพลงอยู่
ทรงแสดงพระรูปที่ไม่มีที่เปรียบแล้วอันตรธานไป แม้พระองค์เดียวก็เนรมิตเป็นหลายองค์ได้ แล้วกลับเป็นองค์เดียวเหมือนเดิม
พระมุนีทรงแสดงความมืดและแสงสว่าง ทรงกระทำปาฏิหาริย์มากมาย ทรงปราบพวกพระญาติจนหมดมานะ
ขณะนั้นเอง มหาเมฆที่ตั้งขึ้นในทวีปทั้ง ๔ ทำฝนให้ตกแล้ว ก็ในครั้งนั้น พระพุทธเจ้าได้แสดงเวสสันดรชาดก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๒๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๘. โลมสติยเถราปทาน
ครั้งนั้น กษัตริย์เหล่านั้นทุกพระองค์ กำจัดความมัวเมาที่เกิดจากชาติตระกูลได้แล้ว ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ ในครั้งนั้น พระเจ้าสุทโธทนะได้ตรัสว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้มีปัญญาเสมอด้วยแผ่นดิน ทรงมีสมันตจักษุ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ที่หม่อมฉันถวายบังคมพระบาทของพระองค์ (ครั้งที่ ๑) ในคราวที่พระองค์ประสูติแผ่นดินไหว (ครั้งที่ ๒) ในคราวที่เงาต้นหว้าไม่ละพระองค์
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเห็นพุทธานุภาพนั้นแล้ว เกิดอัศจรรย์ใจ จึงได้บรรพชา เป็นผู้บูชามารดา ได้อาศัยอยู่ในกรุงกบิลพัสดุ์นั้นเอง
ครั้งนั้น จันทเทพบุตรได้เข้ามาหาข้าพเจ้าแล้ว ถามถึงนัยทั้งโดยย่อและพิสดารแห่งภัทเทกรัตตสูตร
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าถูกจันทเทพบุตรตักเตือนแล้ว จึงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นผู้นำของนรชน ได้ฟังภัทเทกรัตตสูตร เป็นผู้สลดใจต้องการอยู่ป่า
ได้บอกลามารดาว่า จักอยู่ป่าแต่เพียงผู้เดียว เมื่อถูกมารดาห้ามปรามว่า ลูกเป็นคนละเอียดอ่อน ข้าพเจ้าก็ได้ตอบว่า
ข้าพเจ้าจักใช้อกบดขยี้หญ้าคา หญ้าเลา หญ้าแฝก หญ้าปล้อง และหญ้ามุงกระต่าย ให้แหลกละเอียดทั้งหมด พอกพูนวิเวก @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ม.อุ. (แปล) ๑๔/๒๗๒-๒๗๕/๓๑๙-๓๒๓ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๒๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๘. โลมสติยเถราปทาน
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเข้าป่าจึงได้บรรลุอรหัตตผล นึกถึงคำสอนของพระชินเจ้า เพราะระลึกถึงคำสอนของพระชินเจ้า คือ ภัทเทกรัตโตวาทว่า
บุคคลไม่ควรนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง สิ่งใดที่ล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว สิ่งใดที่ยังไม่มาถึง สิ่งนั้นก็ยังไม่เกิดขึ้น
ส่วนบุคคลใดเห็นแจ้งธรรมที่เป็นปัจจุบัน ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลนในธรรมนั้นๆ บุคคลนั้นควรเจริญธรรมนั้นให้แจ่มแจ้ง
บุคคลควรทำความเพียรตั้งแต่วันนี้ทีเดียว ใครเล่าจะรู้ว่า ความตายจักมีในวันพรุ่งนี้ เพราะว่าความผัดเพี้ยนกับมัจจุราชมีเสนานั้น ย่อมไม่มีแก่เราทั้งหลาย
พระมุนีผู้สงบเรียกบุคคลผู้มีความเพียร ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งมีปกติอยู่อย่างนี้นั้นแลว่า ผู้มีราตรีเดียวเจริญ ดังนี้
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๒๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๙. วนวัจฉเถราปทาน
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระโลมสติยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ โลมสติยเถราปทานที่ ๘ จบ