๖. เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทานที่ ๖ ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาหารบิณฑบาต
ฉฏฺฐํ เอกปิณฺฑปาตทายิกาเถริยาปทานํ (๖)
ในพระนครพันธุมดี มีพระบรมกษัตริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่า พันธุมา ดิฉันเป็นพระอัครมเหสีของท้าวเธอ ดิฉันย่อมพูดกะคน บางคน ครั้งนั้น ดิฉันอยู่ในที่ลับ นั่งคิดอย่างนี้ว่า ก็กุศลที่จะพึงถือ เอาไปที่เราทำไว้ไม่มีเลย เราจะต้องไปนรกที่มีความเร่าร้อนใหญ่ยิ่ง เผ็ดร้อน ร้ายกาจ ทารุณ โดยแน่นอน ในข้อนี้เราไม่มีความสงสัยเลย ดังนี้ ดิฉันเข้าไปเฝ้าพระราชา แล้วกราบทูลว่า ขอเดชะ ขอพระองค์ จงพระราชทานสมณะให้หม่อมฉันสักองค์หนึ่งเถิด หม่อมฉัน จักนิมนต์ให้ท่านฉัน พระมหาราชาได้พระราชทานสมณะผู้มีอินทรีย์ อันอบรมแล้วให้ดิฉัน ดิฉันรับบาตรของท่านแล้ว นิมนต์ท่านให้ฉัน จนอิ่มหนำ ด้วยข้าวที่ระคนด้วยน้ำนมและทธิ ดิฉันบูชาด้วยข้าวที่ ระคนด้วยน้ำนมและทธิแล้ว ทำของหอมและเครื่องไล้ทา เอาร่างแห ปิดแล้วเอาผ้าเหลืองคลุมไว้ ดิฉันนึกถึงอารมณ์ของดิฉันนี้ตราบเท่า สิ้นชีวิต ยังจิตให้เลื่อมใสในกรรมนั้นแล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักรินทเทวราช ๓๐ พระองค์ สิ่งที่ดิฉันปรารถนาด้วยใจ ย่อมเกิดสมดังประสงค์ ดิฉันได้เป็น พระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๐ พระองค์ ดิฉันเป็นหญิงสร้าง ตัวเอง ท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ ดิฉันพ้นจากเครื่องผูกพันทุก อย่างแล้ว มีการอุบัติไปปราศแล้ว มีอาสวะสิ้นไปหมดแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ ดิฉันได้ให้ทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น ดิฉันจึงไม่รู้จักทุคติเคย นี้เป็นผลแห่งบิณฑบาต ดิฉัน เผากิเลสทั้งหลายแล้ว .... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระเอกปิณฑปาตทายิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน.
|๑๔๖.๔๖| นคเร พนฺธุมติยา พนฺธุมา นาม ขตฺติโย ตสฺส รญฺโญ อหํ ภริยา เอกจฺจํ วาทยามหํ ฯ |๑๔๖.๔๗| รโหคตา นิสีทิตฺวา เอวํ จินฺเตสหํ ตทา อาทาย คมนียํ หิ กุสลํ นตฺถิ เม กตํ ฯ |๑๔๖.๔๘| มหาภิตาปํ กฏุกํ โฆรรูปํ สุทารุณํ นิรยํ นูน คจฺฉามิ เอตฺถ เม นตฺถิ สํสโย ฯ |๑๔๖.๔๙| ราชานํ อุปคนฺตฺวาน อิทํ วจนมพฺรวึ เอกํ เม สมณํ เทหิ โภชยิสฺสามิ ขตฺติย ฯ |๑๔๖.๕๐| อทาสิ เม มหาราชา สมณํ ภาวิตินฺทฺริยํ ตสฺส ปตฺตํ คเหตฺวาน ปรมนฺเนน ตปฺปยึ ฯ |๑๔๖.๕๑| ปูชยิตฺวา ปรมนฺนํ คนฺธาเลปํ อกาสหํ ชาเลน ปิทหิตฺวาน ปีตโจเลน ฉาทยึ ฯ |๑๔๖.๕๒| อารมฺมณํ มม เอตํ สรามิ ยาวชีวิตํ ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๔๖.๕๓| ตึสานํ เทวราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ มนสา ปตฺถิตํ มยฺหํ นิพฺพตฺตติ ยถิจฺฉกํ ฯ |๑๔๖.๕๔| วีสานํ จกฺกวตฺตีนํ มเหสิตฺตมการยึ อุปจิตตฺตา หุตฺวาน สํสรามิ ภวาภเว ฯ |๑๔๖.๕๕| สพฺพพนฺธนมุตฺตาหํ อเปตา เม อุปาทิกา สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๑๔๖.๕๖| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปิณฺฑปาตสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๔๖.๕๗| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ |๑๔๖.๕๘| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๔๖.๕๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ เอกปิณฺฑปาตทายิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ เอกปิณฺฑปาตทายิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ