This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๒. กิสาโคตมีเถริยาปทาน

Text only · no interpretationข้อ ๑๖๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก1 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก กิสาโคตมีเถริยาปทานที่ ๒ ว่าด้วยบุพจริยาของพระกิสาโคตมีเถรี

ทุติยํ กิสาโคตมีเถริยาปทานํ (๒๒)

๑๖๒

ในกัปที่หนึ่งแสนแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารพระนามว่า ปทุมุตระ ผู้ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เป็นนายกของโลกเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้ง นั้น ดิฉันเกิดในสกุลหนึ่งในพระนครหงสวดี เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐกว่านรชนพระองค์นั้นแล้ว ถึงพระองค์เป็นสรณะ ได้ฟัง ธรรมของพระองค์ซึ่งประกอบด้วยสัจจะ ๔ ไพเราะจับใจอย่างยิ่ง นำมาซึ่งสันติสุขแห่งจิต ครั้งนั้น พระธีรเจ้าผู้อุดมกว่าบุรุษ เมื่อทรง ตั้งภิกษุณีองค์หนึ่งผู้ทรงจีวรเศร้าหมอง ทรงสรรเสริญในตำแหน่ง เอตทัคคะ ดิฉันได้ฟังคุณของภิกษุณีแล้ว เกิดปีติมาก ทำสักการะ แด่พระพุทธเจ้าตามความสามารถ ตามกำลัง หมอบลงใกล้พระธีรมุนี แล้ว ปรารถนาตำแหน่งนั้น ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของ โลก ทรงอนุโมทนาเพื่อการได้ตำแหน่งว่า ในกัปที่หนึ่งแสนแต่ กัปนี้ พระศาสดาพระนามว่าโคดม ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้า โอกกากราชจักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ท่านผู้เจริญจักเป็นธรรมทายาท ของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมนิรมิต เป็นสาวิกา ของพระศาสดา มีนามชื่อว่ากิสาโคตมี ครั้งนั้น ดิฉันได้ฟังพระพุทธ พจน์นั้นแล้ว มีความยินดี มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระ- พิชิตมารผู้นำชั้นพิเศษ ด้วยปัจจัยทั้งหลายจนตลอดชีวิต ด้วย กุศลกรรมที่ทำไว้แล้วนั้น และด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละ ร่างกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในภัทรกัปนี้ พระ- พุทธเจ้าพระนามว่า กัสสป ผู้เป็นพงศ์พันธุ์แห่งพราหมณ์มียศมาก ประเสริฐกว่าพวกบัณฑิต เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้น พระเจ้ากาสี พระนามว่ากิกี เป็นใหญ่กว่านรชนในพระนครพาราณสี อันอุดม เป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ดิฉันเป็น พระธิดาองค์ที่ ๕ ของท้าวเธอ มีนามปรากฏว่าธรรมา ได้ฟังธรรมของ พระพิชิตมารผู้เลิศแล้ว พอใจบรรพชา แต่พระชนกนาถมิได้ทรง อนุญาตให้พวกเรา เมื่อต้องอยู่ในอาคารสถาน ครั้งนั้น พวกเรา ผู้เป็นราชกัญญาตั้งอยู่ในความสุข มิได้เกียจคร้าน ประพฤติ พรหมจรรย์ตั้งแต่เป็นกุมารีอยู่สองหมื่นปี พระราชธิดาทั้ง ๗ พระ- องค์ คือนางสมณี ๑ นางสมณคุตตา ๑ นางภิกขุนี ๑ นางภิกขุทา- สิกา ๑ นางธรรมา ๑ นางสุธรรมา ๑ และนางสังฆทาสีเป็นที่ ๗ เป็นผู้ยินดีพอใจในการบำรุงพระพุทธเจ้า ได้มาเป็นพระเขมาเถรี พระอุบลวรรณาเถรี พระปฏาจาราเถรี พระกุณฑลเกสีเถรี ดิฉัน พระธรรมทินนาเถรี และวิสาขาอุบาสิกาเป็นที่ ๗ ด้วยกุศลกรรม ที่ทำไว้แล้วนั้น และด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างกายมนุษย์ แล้ว ได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในภพหลังครั้งนี้ ดิฉันเกิดใน สกุลเศรษฐีที่ตกยาก จนทรัพย์ เป็นวงศ์ต่ำ ไปสู่สกุลที่มีทรัพย์ พวกเลสชนก็รับรองแสดงว่าดิฉันจนทรัพย์ เมื่อดิฉันคลอดบุตรแล้ว ก็เป็นที่เอ็นดูแห่งชนทั้งปวง กุมารซึ่งเป็นบุตรอ่อนนั้นดำรงอยู่ใน ความสุข เป็นที่รักใคร่ของดิฉันเหมือนว่าชีวิตของตน ได้ถึงอำนาจ ยมราชเสียแล้ว ดิฉันอัดอั้นด้วยความโศกเศร้า มีหน้าเศร้าตลอดวัน มีตาชุ่มด้วยน้ำตา เป็นคนมีหน้าร้องไห้ อุ้มศพลูกที่ตายพูดเพ้อไป ครั้งนั้น บุรุษผู้หนึ่งเห็นเข้าแล้ว พาเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้เป็น หมอดีเลิศอุดม ดิฉันได้ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์ ได้โปรดปรานประทานยาที่แก้บุตรให้กลับเป็นเถิด พระพิชิตมารผู้ ฉลาดในอุบายแนะนำรับสั่งว่าในเรือนใดไม่มีคนตาย ท่านจงไปหา เมล็ดพันธุ์ผักกาดจากเรือนนั้นมา ครั้งนั้น ดิฉันเที่ยวไปหาจนทั่ว เมืองสาวัตถีไม่ได้เมล็ดพันธุ์ผักกาดแต่เรือนที่ไม่มีคนตายไหนๆ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงกลับได้สติทิ้งศพเสีย แล้วเข้าไปเฝ้าพระ- พุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก พระบรมศาสดาผู้มีพระกระแสเสียง อันไพเราะ ทอดพระเนตรเห็นดิฉันแต่ที่ไกลแล้วตรัสว่า ก็ความ เป็นอยู่เพียงวันเดียวของบุคคลผู้พิจารณาเห็นความเกิดและความ เสื่อมไป ประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ ๑๐๐ ปี ของบุคคลผู้มิได้ พิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป อนิจจาธรรมนี้ ไม่ใช่ธรรมเฉพาะบ้าน ไม่ใช่ธรรม เฉพาะนิคม ไม่ใช่ธรรมเฉพาะสกุลเดียว เป็นธรรมของ โลกทั้งปวงพร้อมทั้งเทวโลก. ดิฉันนั้น ได้สดับคาถาเหล่านี้แล้ว ยังธรรมจักษุให้หมดจดวิเศษ เมื่อรู้สัทธรรมแล้วได้ออกบวช แม้เมื่อบวชแล้วอย่างนั้น ประกอบ ความเพียรในพุทธศาสนา ไม่ช้านานก็ได้บรรลุอรหัตผล ดิฉันเป็น ผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ และทิพโสตธาตุ รู้วาระจิตของผู้อื่น และ ทิพจักษุบริสุทธิ์ ยังอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไปแล้ว เป็นผู้บริสุทธิ์ หมดมลทินด้วยดี ดิฉันบำรุงพระศาสดาแล้ว ปฏิบัติพระพุทธศาสนา เสร็จแล้ว ปลงภาระอันหนักลงแล้ว ถอนตัณหาอันนำไปสู่ภพขึ้น แล้ว ดิฉันบรรลุประโยชน์ คือ ธรรมเป็นที่สิ้นสังโยชน์ทั้งปวง ที่กุลบุตรทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิตต้องการนั้นแล้ว ญาณของ ดิฉันในอรรถะ ธรรมะ นิรุตติ และปฏิภาณ ไพบูลย์ หมดจดเพราะ อำนาจพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ดิฉันนำผ้ามาจากกองหยากเยื่อ ป่าช้าและถนนเอามาทำเป็นผ้าสังฆาฏิ ทรงจีวรอันเศร้าหมอง พระ- พิชิตมารผู้เป็นนายกชั้นพิเศษ ทรงพอพระทัยในคุณบัติ คือ การทรง จีวรอันเศร้าหมองนั้น จึงทรงตั้งดิฉันไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ ใน บริษัททั้งหลาย ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาดิฉัน ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระกิสาโคตมีภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบกิสาโคตมีเถริยาปทาน.

|๑๖๒.๕๕| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู อิโต สตสหสฺสมฺหิ กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก ฯ |๑๖๒.๕๖| ตทาหํ หํสวติยํ ชาตา อญฺญตเร กุเล อุเปตฺวา ตํ นรวรํ สรณํ สมุปาคมึ ฯ |๑๖๒.๕๗| ธมฺมญฺจ ตสฺส อสฺโสสึ จตุสจฺจูปสญฺหิตํ มธุรํ ปรมสฺสาทํ จิตฺตสนฺติสุขาวหํ ฯ |๑๖๒.๕๘| ตทาปิ ภิกฺขุนึ ธีโร ลูขจีวรธาริกํ ฐเปนฺโต เอตทคฺคมฺหิ วณฺณยิ ปุริสุตฺตโม ฯ |๑๖๒.๕๙| ชเนตฺวานปฺปกํ ปีตึ สุตฺวา ภิกฺขุนิยา คุณํ การํ กตฺวาน พุทฺธสฺส ยถาสตฺติ ยถาพลํ ฯ |๑๖๒.๖๐| นิปจฺจ มุนิธีรนฺตํ ตํ ฐานํ อภิปตฺถยึ ตทานุโมทิ สมฺพุทฺโธ ฐานลาภาย นายโก ฯ |๑๖๒.๖๑| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๑๖๒.๖๒| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาทา โอรสา ธมฺมนิมฺมิตา กิสาโคตมิ นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวิกา ฯ |๑๖๒.๖๓| ตํ สุตฺวา มุทิตา หุตฺวา ยาวชีวํ ตทา ชินํ เมตฺตจิตฺตา ปริจรึ ปจฺจเยหิ วินายกํ ฯ |๑๖๒.๖๔| เตหิ กมฺเมหิ สุกเตหิ เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๖๒.๖๕| อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส กสฺสโป นาม นาเมน อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร ฯ |๑๖๒.๖๖| อุปฏฺฐาโก มเหสิสฺส ตทา อาสิ นริสฺสโร กาสิราชา กิกี นาม พาราณสิปุรุตฺตเม ฯ |๑๖๒.๖๗| ปญฺจมี ตสฺส ธีตาหํ ธมฺมา นาเมน วิสฺสุตา ธมฺมํ สุตฺวา ชินคฺคสฺส ปพฺพชฺชํ สมโรจยึ ฯ |๑๖๒.๖๘| อนุชานิ น โน ตาโต อคาเรว ตทา มยํ วีสวสฺสสหสฺสานิ วิจริมฺห อตนฺทิตา ฯ |๑๖๒.๖๙| โกมาริพฺรหฺมจริยํ ราชกญฺญา สุเข ฐิตา พุทฺโธปฏฺฐานนิรตา มุทิตา สตฺต ธีตโร ฯ |๑๖๒.๗๐| สมณี สมณคุตฺตา จ ภิกฺขุนี ภิกฺขุทาสิกา ธมฺมา เจว สุธมฺมา จ สตฺตมี สงฺฆทาสิกา ฯ |๑๖๒.๗๑| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ ปฏาจารา จ กุณฺฑลา อหญฺจ ธมฺมทินฺนา จ วิสาขา โหติ สตฺตมี ฯ |๑๖๒.๗๒| เตหิ กมฺเมหิ สุกเตหิ เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๖๒.๗๓| ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ ชาตา เสฏฺฐิกุเล อหํ ทุคฺคเต อธเน นีเจ คตา จ สธนํ กุลํ ฯ |๑๖๒.๗๔| ปติฏฺฐเปตฺวาน เสสา เม ทิสฺสนฺติ อธนา อิติ ยทา จ ปสุตา อาสึ สพฺเพสํ ทยิตา ตทา ฯ |๑๖๒.๗๕| ยทา โส ตรุโณ ปุตฺโต โกมารโก สุเขฏฺฐิโต สปาณมิว กนฺโต เม ตทา ยมวสํ คโต ฯ |๑๖๒.๗๖| โสกฏฺฏา ทินวทนา อสฺสุเนตฺตา รุทมุขา มตํ กุณปมาทาย วิลปนฺตี คมามหํ ฯ |๑๖๒.๗๗| ตทา เอเกน สนฺทิฏฺฐา อุเปตฺวา ภิสกฺกุตฺตมํ อโวจํ เทหิ เภสชฺชํ ปุตฺตสญฺชีวนนฺติ โภ ฯ |๑๖๒.๗๘| น วิชฺชนฺเต มตา ยสฺมึ เคเห สิทฺธตฺถกํ ตโต อาหราติ ชิโน อาห วินโยปายโกวิโท ฯ |๑๖๒.๗๙| ตทา คมิตฺวา สาวตฺถึ น ลภึ ตาทิสํ ฆรํ กุโต สิทฺธตฺถกํ ตสฺมา ตโต ลทฺธา สตึ อหํ ฯ |๑๖๒.๘๐| กุณปํ ฉฑฺฑยิตฺวาน อุเปสึ โลกนายกํ ทูรโต จ มมํ ทิสฺวา อโวจ มธุรสฺสโร ฯ |๑๖๒.๘๑| โย จ วสฺสสตํ ชีเว อปสฺสํ อุทยพฺพยํ เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย ปสฺสโต อุทยพฺพยํ ฯ |๑๖๒.๘๒| น คามธมฺโม นิคมสฺส ธมฺโม น จาปิยํ เอกกุลสฺส ธมฺโม สพฺพสฺส โลกสฺส สเทวกสฺส เอโสว ธมฺโม ยทิทํ อนิจฺจตา ฯ |๑๖๒.๘๓| สาหํ สุตฺวานิมา คาถา ธมฺมจกฺขุํ วิโสธยึ ตโต วิญฺญาตสทฺธมฺมา ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๑๖๒.๘๔| ตถาปิ ปพฺพชิตา สนฺตี ยุญฺชนฺตี ชินสาสเน น จิเรเนว กาเลน อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๑๖๒.๘๕| อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ ทิพฺพาย โสตธาตุยา ปรจิตฺตานิ ชานามิ สตฺถุสาสนการิกา ฯ |๑๖๒.๘๖| ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ เขเปตฺวา อาสเว สพฺเพ วิสุทฺธาสึ สุนิมฺมลา ฯ |๑๖๒.๘๗| ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ โอหิโต ครุโก ภาโร ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ |๑๖๒.๘๘| ยสฺสตฺถาย ปพฺพชิตา อคารสฺมา อนคาริยํ โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต สพฺพสํโยชนกฺขโย ฯ |๑๖๒.๘๙| อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ ปฏิภาเณ ตเถว จ ฌานํ เม วิปุลํ สุทฺธํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส วาหสา ฯ |๑๖๒.๙๐| สงฺการกูฏา อาหริตฺวา สุสานา รถิยาปิจ ตโต สงฺฆาฏิกํ กตฺวา ลูขํ ธาเรมิ จีวรํ ฯ |๑๖๒.๙๑| ชิโน ตสฺมึ คุเณ ตุฏฺโฐ ลูขจีวรธารเณ ฐเปสิ เอตทคฺคมฺหิ ปริสาสุ วินายโก ฯ |๑๖๒.๙๒| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ |๑๖๒.๙๓| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๖๒.๙๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ กิสาโคตมี ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ กิสาโคตมีเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย