๖. โสณาเถริยาปทาน
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก โสณาเถริยาปทานที่ ๖ ว่าด้วยบุพจริยาของพระโสณาเถรี
ฉฏฺฐํ โสณาเถริยาปทานํ (๒๖)
ในกัปที่หนึ่งแสนแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารผู้เป็นนายกของโลก พระนามว่าปทุมุตระ ผู้ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้ง นั้น ดิฉันเกิดในสกุลเศรษฐี เป็นผู้มีสุขชอบตกแต่ง เป็นที่รักของ บิดา เข้าไปเฝ้าพระมุนีผู้ประเสริฐพระองค์นั้น ได้ฟังพระดำรัส อันไพเราะ พระพิชิตมารทรงสรรเสริญภิกษุณีองค์หนึ่งว่า เป็นผู้เลิศ กว่าภิกษุณีทั้งหลายฝ่ายผู้ปรารภความเพียร ครั้งนั้น ดิฉันได้ฟัง พระพุทธพจน์นั้น แล้วมีความยินดี ได้ทำสักการะแด่พระศาสดา ถวายบังคมพระพุทธเจ้าแล้วได้ปรารถนาตำแหน่งนั้น พระมหา- วีรเจ้าทรงอนุโมทนาว่า ความปรารถนาของท่านจะสำเร็จในกัปที่ แสนหนึ่งแต่กัปนี้ พระศาสดาพระนามว่าโคดม มีสมภพในวงศ์ พระเจ้าโอกกากราชจักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ท่านนี้จักได้เป็นธรรม ทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมนิรมิต จักได้เป็นพระสาวิกาของพระศาสดา มีชื่อว่าโสณา ครั้งนั้น ดิฉันได้ ฟังพุทธานุโมทนานั้นแล้ว มีความยินดี มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระพิชิตมารผู้เป็นนายกชั้นพิเศษด้วยปัจจัยทั้งหลายจนตลอด ชีวิต ด้วยกุศลกรรมที่ทำไว้แล้วนั้น และด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างกายมนุษย์แล้วได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในภพหลัง ครั้งนี้ ดิฉันเกิดในสกุลเศรษฐีที่มั่งคั่งเจริญ มีทรัพย์มากในพระนคร สาวัตถี เมื่อดิฉันเติบโตเป็นสาว ได้ไปสู่สกุลผัว คลอดบุตรชาย ๑๐ คนล้วนแต่มีรูปงามยิ่งนักบุตรทุกคนนั้นตั้งอยู่ในความสุข จูงตา และใจของชนให้นิยมแม้แต่พวกศัตรูก็ชอบใจ เป็นที่รักของดิฉัน มาก ในกาลนั้นโดยที่ดิฉันไม่ปรารถนา สามีของดิฉันพร้อมด้วยบุตร ทั้ง ๑๐ คน พากันไปบวช ในพระพุทธศาสนา ดิฉันอยู่ผู้เดียว คิดว่า เราพลัดพรากจากสามีและบุตรเป็นกำพร้าอยู่ไม่ควรจะเป็นอยู่ แม้เราก็จักไปในอารามที่ภิกษุผู้เคยเป็นสามีอยู่ ครั้นคิดอย่างนี้แล้ว จึงออกบวช ครั้งนั้น พวกภิกษุณีละดิฉันไว้ในสำนักที่อยู่อาศัยแต่ผู้ เดียว สั่งดิฉันว่าท่านจงต้มน้ำไว้แล้วก็ไปกัน เวลานั้น ดิฉันตักน้ำ มาใส่ในหม้อเล็กตั้งทิ้งไว้แล้วนั่งอยู่ แต่นั้นดิฉันก็เริ่มเพียรทางจิต ได้พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา ยังอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไปแล้ว ได้บรรลุอรหัตผล เมื่อพวกภิกษุณีกลับมาแล้วถามถึงน้ำร้อน ดิฉันอธิษฐานเตโชธาตุ ให้น้ำร้อนเร็วพลัน ภิกษุณีเหล่านั้นพากันพิศวง ไปกราบทูลพระ- พิชิตมารผู้ประเสริฐ ให้ทรงทราบเรื่องนั้น พระโลกนาถทรงสดับ เรื่องนั้นแล้ว ทรงชื่นชม ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า แท้จริง บุคคลผู้ ปรารภความเพียรมั่น มีชีวิตเป็นอยู่เพียงวันเดียว ก็ประเสริฐกว่า คนเกียจคร้านละความเพียรเป็นอยู่ ๑,๐๐๐ ปี พระมหามุนีมหาวีรเจ้า อันดิฉันให้โปรดแล้วเพราะความปฏิบัติดี ตรัสว่าดิฉันเป็นผู้เลิศกว่า ภิกษุณีทั้งหลายฝ่ายปรารภความเพียร ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระโสณาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบโสณาเถริยาปทาน.
|๑๖๖.๒๒๐| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู อิโต สตสหสฺสมฺหิ กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก ฯ |๑๖๖.๒๒๑| ตทา เสฏฺฐิกุเล ชาตา สุขิตา สชฺชิตา ปิยา อุเปตฺวา ตํ มุนิวรํ อสฺโสสึ มธุรํ วจํ ฯ |๑๖๖.๒๒๒| อารทฺธวิริยานคฺคํ วณฺเณติ ภิกฺขุนึ ชิโน ตํ สุตฺวา มุทิตา หุตฺวา การํ กตฺวาน สตฺถุโน ฯ |๑๖๖.๒๒๓| อภิวาทิย สมฺพุทฺธํ ตํ ฐานํ ปตฺถยึ ตทา อนุโมทิ มหาวีโร สิชฺฌตํ ปณิธิ ตว ฯ |๑๖๖.๒๒๔| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๑๖๖.๒๒๕| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาทา โอรสา ธมฺมนิมฺมิตา โสณาติ นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวิกา ฯ |๑๖๖.๒๒๖| ตํ สุตฺวา มุทิตา หุตฺวา ยาวชีวํ ตถา ชินํ เมตฺตจิตฺตา ปริจรึ ปจฺจเยหิ วินายกํ ฯ |๑๖๖.๒๒๗| เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๖๖.๒๒๘| ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ ชาตา เสฏฺฐิกุเล อหํ สาวตฺถิยํ ปุรวเร อิทฺเธ ผีเต มหทฺธเน ฯ |๑๖๖.๒๒๙| ยทา จ โยพฺพนํ ปตฺตา คนฺตฺวา ปติกุลํ อหํ ทส ปุตฺตานิ อชนึ สุรูปานิ วิเสสโต ฯ |๑๖๖.๒๓๐| สุเข ฐิตา จ เต สพฺเพ ชนเนตฺตมโนหรา อมิตฺตานมฺปิ รุจิตา มม ปเคว เต ปิยา ฯ |๑๖๖.๒๓๑| ตโต มยฺหํ อกามาย ทสปุตฺตปุรกฺขโต ปพฺพชิตฺถ ส เม ภตฺตา เทวเทวสฺส สาสเน ฯ |๑๖๖.๒๓๒| ตเทกิกา วิจินฺเตสึ ชีวิเตนาลมตฺถุ เม ชินาย ปติปุตฺเตหิ พุทฺธายปิ วรากิยา ฯ |๑๖๖.๒๓๓| อหํปิ ตตฺถ คจฺฉิสฺสํ สมฺปตฺโต ยตฺถ เม ปติ เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๑๖๖.๒๓๔| ตโต มมํ ภิกฺขุนิโย เอกํ ภิกฺขุนุปสฺสเย วิหาย คญฺฉุโมวาทํ ตาเปหิ อุทกํ อิติ ฯ |๑๖๖.๒๓๕| ตทา อุทกมาเนตฺวา โอกิริตฺวาน กุมฺภิยา จุลฺเล ฐเปตฺวา อาสินา ตโต จิตฺตํ สมาทหึ ฯ |๑๖๖.๒๓๖| ขนฺเธ อนิจฺจโต ทิสฺวา ทุกฺขโต จ อนตฺตโต เขเปตฺวา อาสเว สพฺเพ อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๑๖๖.๒๓๗| ตทาคนฺตฺวา ภิกฺขุนิโย อุโณฺหทกมปุจฺฉิสุํ เตโชธาตุํ อธิฏฺฐาย ขิปฺปํ สนฺตาปยึ ชลํ ฯ |๑๖๖.๒๓๘| วิมฺหิตา ตา ชินวรํ เอตมตฺถมสาวยุํ ตํ สุตฺวา มุทิโต นาโถ อิมํ คาถํ อภาสถ ฯ |๑๖๖.๒๓๙| โย จ วสฺสสตํ ชีเว กุสีโต หีนวีริโย เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย วิริยารภโต ทฬฺหํ ฯ |๑๖๖.๒๔๐| อาราธิโต มหาวีโร มยา สุปฺปฏิปตฺติยา อารทฺธวิริยานคฺคํ มมาห ส มหามุนิ ฯ |๑๖๖.๒๔๑| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ |๑๖๖.๒๔๒| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๖๖.๒๔๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ โสณา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ โสณาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ