๙. อปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่น
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก อปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่นที่ ๙ ว่าด้วยบุพจริยาของพระเถรีหมื่นรูป
นวมํ ทสสหสฺสเถริยาปทานํ (๒๙)
ในสี่อสงไขยแสนกัป พระพิชิตมารผู้เป็นนายกของโลกพระนามว่า ทีปังกร เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระพุทธทีปังกรมหาวีรเจ้าผู้เป็นนายกชั้น พิเศษ ทรงพยากรณ์ว่า สุเมธบัณฑิตกับนางสุมิตตามีสุขและทุกข์ ร่วมกัน เมื่อเสด็จเที่ยวทรงดูโลกกับทั้งเทวโลก เสด็จเข้ามาสู่ สมาคมแห่งหม่อมฉันทั้งหลาย ในการทรงพยากรณ์สุเมธบัณฑิต และนางสุมิตตานั้นสุเมธบัณฑิตย่อมเป็นใหญ่กว่าชนทั้งปวงใน สมาคมอนาคตแห่งหม่อมฉันทั้งหลาย ภรรยาทั้งหมด กล่าววาจา เป็นที่รักเป็นที่พอใจแห่งท่าน ข้าแต่พระมหามุนี ทานศีลทั้งปวงและ ภาวนาที่บำเพ็ญดีแล้ว ทานทั้งปวงนี้ คือ ของหอม ดอกไม้ เครื่อง ไล้ทา ประทีป และทานวัตถุอันสำเร็จด้วยรัตนะ หม่อมฉัน ทั้งหลายบริจาคแล้วตลอดกาลนาน ข้าแต่พระมหามุนี ฐานะอย่างใด อย่างหนึ่ง หม่อมฉันทั้งหลายปรารถนาไว้แล้วทานทั้งปวงบริจาคแล้ว ข้าแต่พระมหามุนี กุศลกรรมอย่างอื่นและวัตถุเครื่องบริโภคเป็น ของมนุษย์ หม่อมฉันทั้งหลายทำไว้แล้ว หม่อมฉันทั้งหลายบริจาค ทานทั้งปวงในพระมหามุนีตลอดกาลนาน บุญเป็นอันมากหม่อมฉัน ทั้งหลายทำแล้วในสงสารมีชาติเป็นอเนก หม่อมฉันทั้งหลายได้ เสวยความเป็นอิสระ ท่องเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ ในภพนี้ ซึ่งเป็นภพหลัง หม่อมฉันเกิดแล้วในนิเวศน์แห่งพระศากยบุตร พวกสตรีเกิดแล้วในสกุลต่างๆ งดงามดังนางฟ้า มีวรรณะเป็นที่ ชอบใจหม่อมฉันทั้งหลายมีลาภเป็นอย่างเลิศถึงยศแล้วได้รับบูชา สักการะแต่ชนทั้งปวง หม่อมฉันทั้งหลายได้อันนปานาหาร ประชุมชน นับถือเสมอไป ละอาคารสถานแล้วออกบวช ยังไม่ทันถึงครึ่งเดือน ก็ได้ถึงแล้วซึ่งความดับทุกข์ทั้งหมดด้วยกัน หม่อมฉันทั้งหลายได้ ข้าว น้ำ ผ้า เสนาสนะและสรรพปัจจัยที่พวกทายกทายิกานำเข้า มาสักการะบูชาเสมอไป หม่อมฉันทั้งหลายเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนา หม่อมฉันทั้งหลายทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ภิกษุณีหนึ่งหมื่นมีพระยโสธราเถรีเป็นประธาน ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาค ด้วยประการฉะนี้แล. จบอปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่น.
|๑๖๙.๔๐๕| กปฺเป สตสหสฺเส จ จตุโร จ อสงฺขเย ทีปงฺกโร นาม ชิโน อุปฺปชฺชิ โลกนายโก ฯ |๑๖๙.๔๐๖| ทีปงฺกโร มหาวีโร วิยากาสิ วินายโก สุเมธญฺจ สุมิตฺตญฺจ สมานสุขทุกฺขตํ ฯ |๑๖๙.๔๐๗| สเทวกญฺจ ปสฺสนฺโต วิจรนฺโต สเทวกํ เตสํ ปกิตฺตเน อเมฺห อุปคมฺม สมาคมํ ฯ |๑๖๙.๔๐๘| อมฺหํ สพฺพปติ โหติ อนาคตสมาคเม สพฺพาว ตุยฺหํ ภริยา มนาปา ปิยวาทิกา ฯ |๑๖๙.๔๐๙| ทานํ สีลมยํ สพฺพํ ภาวนา จ สุภาวิตา ทีฆรตฺตมิทํ สพฺพํ ปริจตฺตํ มหามุเน ฯ |๑๖๙.๔๑๐| คนฺธมาลํ วิเลปนํ ทีปญฺจ รตนามยํ ยงฺกิญฺจิ ปตฺถิตํ สพฺพํ ปริจตฺตํ มหามุนิ ฯ |๑๖๙.๔๑๑| อญฺญํ วาปิ กตํ กมฺมํ ปริโภคญฺจ มานุสํ ทีฆรตฺตํ หิ โน สพฺพํ ปริจตฺตํ มหามุเน ฯ |๑๖๙.๔๑๒| อเนกชาติสํสารํ พหุปุญฺญํ หิ โน กตํ อิสฺสรํ อนุโภตฺวาน สํสริตฺวา ภวาภเว ฯ |๑๖๙.๔๑๓| ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต สกฺยปุตฺตนิเวสเน นานากุลุปปนฺนาโย อจฺฉรา กามวณฺณินี ฯ |๑๖๙.๔๑๔| ลาภคฺเคน ยสํ ปตฺตา ปูชิตา สพฺพสกฺกตา ลาภิโย อนฺนปานานํ สทา สมฺมานิตา มยํ ฯ |๑๖๙.๔๑๕| อคารํ ปชหิตฺวาน ปพฺพชิมฺหนคาริยํ อฑฺฒมาเส อสมฺปตฺเต สพฺพา ปตฺตามฺห นิพฺพุตึ ฯ |๑๖๙.๔๑๖| ลาภิโย อนฺนปานานํ วตฺถเสนาสนานิ จ อุเปนฺติ ปจฺจยา สพฺเพ สทา สกฺกตปูชิตา ฯ |๑๖๙.๔๑๗| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหราม อนาสวา ฯ |๑๖๙.๔๑๘| สฺวาคตํ วต โน อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๖๙.๔๑๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ ยโสธรีปมุขานิ ทส ภิกฺขุนีสหสฺสานิ ภควโต สมฺมุขา อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ทสสหสฺสเถรีนํ อปทานํ สมตฺตํ ฯ