๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทาน
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก อัฑฒกาสีเถริยาปทานที่ ๗ ว่าด้วยบุพจริยาของพระอัฑฒกาสีเถรี
สตฺตมํ อฑฺฒกาสีเถริยาปทานํ (๓๗)
ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นพงศ์พันธุ์แห่งพราหมณ์ทรงพระยศ มาก มีพระนามว่ากัสสป ประเสริฐกว่าพวกบัณฑิตเสด็จอุบัติขึ้น แล้ว ครั้งนั้น ดิฉันบวชในศาสนาของพระองค์สำรวมในปาติโมกข์ และอินทรีย์ ๕ รู้จักประมาณในอาสนะต่ำ ประกอบความเพียรใน ความเป็นผู้ตื่นอยู่ บำเพ็ญเพียรมีจิตชั่ว ได้ด่าภิกษุณีองค์หนึ่งผู้ ปราศจากอาสวะครั้งเดียวว่านางเพศยา ด้วยบาปกรรมนั้นนั่นแหละ ดิฉันต้องหมกไหม้อยู่ในนรก ด้วยกรรมที่ยังเหลืออยู่นั้น ดิฉันเกิด ในสกุลหญิงแพศยา ถูกขายให้บุรุษอื่นอยู่โดยมาก ในชาติหลัง ดิฉันเกิดในสกุลเศรษฐีในแคว้นกาสี มีความถึงพร้อมด้วยรูปดุจดัง นางเทพอัปสรในหมู่เทวดา ด้วยผลแห่งพรหมจรรย์ประชุมชนเห็น ดิฉันมีรูปน่าชม จึงตั้งดิฉันไว้ในความเป็นหญิงแพศยาในพระนคร ราชคฤห์ที่อุดม ด้วยผลที่ด่าภิกษุณีนั้นดิฉัน ได้ฟังพระสัทธรรมที่ พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐตรัสแล้วเป็นผู้ประกอบด้วยบุพพวาสนา ได้ บวชเป็นภิกษุณี แต่เมื่อไปสู่สำนักพระพิชิตมารเพื่อจะอุปสมบท พบพวกนักเลงดักอยู่ที่หนทาง ได้แล้วซึ่งทูตอุปสมบท ดิฉันมีกรรม ทุกอย่างทั้งบุญและบาปหมดสิ้นไปแล้ว ข้ามพ้นสงสารทั้งปวงแล้ว และความเป็นหญิงแพศยาก็สิ้นไปแล้ว. ทราบว่า ท่านพระอัฑฒกาสีภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบอัฑฒกาสีเถริยาปทาน.
|๑๗๗.๑๖๙| อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส กสฺสโป นาม นาเมน อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร ฯ |๑๗๗.๑๗๐| ตทาหํ ปพฺพชิตฺวาน ตสฺส พุทฺธสฺส สาสเน สํวุตา ปาฏิโมกฺขมฺหิ อินฺทฺริเยสุ จ ปญฺจสุ ฯ |๑๗๗.๑๗๑| มตฺตญฺญู นีจอาสเน ยุตฺตา ชาคริเยปิจ วสนฺตี ยุตฺตโยคาหํ ภิกฺขุนึ วิคตาสวํ ฯ |๑๗๗.๑๗๒| อกฺโกสึ ทุฏฺฐจิตฺตาหํ คณิเกติ สกึ ตทา เตเนว ปาปกมฺเมน นิรยมฺหิ อปจฺจิสํ ฯ |๑๗๗.๑๗๓| เตเนว กมฺมเสเสน อชายึ คณิกากุเล พหุโสวปราธีนา ปจฺฉิมาย จ ชาติยา ฯ |๑๗๗.๑๗๔| กาสิเสฏฺฐิกุเล ชาตา พฺรหฺมจริยผเลนหํ อจฺฉรา วิย เทเวสุ อโหสึ รูปสมฺปทา ฯ |๑๗๗.๑๗๕| ทิสฺวาน ทสฺสนียํ มํ คิริพฺพชปุรุตฺตเม คณิกตฺเต นิเวเสสุํ อกฺโกสนผเลน เม ฯ |๑๗๗.๑๗๖| สาหํ สุณิตฺวาน สทฺธมฺมํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส ภาสิตํ ปุพฺพวาสนสมฺปนฺนา ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๑๗๗.๑๗๗| ตทุปสมฺปทตฺถาย คจฺฉนฺตี ชินสนฺติกํ มคฺเค ธุตฺเต ฐิเต ทิสฺวา ลภึ ทูโตปสมฺปทํ ฯ |๑๗๗.๑๗๘| สพฺพกมฺมํ ปริกฺขีณํ ปุญฺญปาปํ ตเถว จ สพฺพสํสารมุตฺติณฺณา คณิกตฺตญฺจ เขปิตํ ฯ |๑๗๗.๑๗๙| อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ ทิพฺพาย โสตธาตุยา เจโตปริยญาณสฺส วสี โหมิ มหามุเน ฯ |๑๗๗.๑๘๐| ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๑๗๗.๑๘๑| อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ ปฏิภาเณ ตเถว จ ญาณํ มม มหาวีร อุปฺปนฺนํ ตว สนฺติเก ฯ |๑๗๗.๑๘๒| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ |๑๗๗.๑๘๓| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๗๗.๑๘๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อฑฺฒกาสิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อฑฺฒกาสีเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ